บทย่อ
เมื่อเยี่ยหลันก็ต้องลาโลกเก่าอย่างไม่ทันตั้งตัว วิญญาณบรรพบุรุษบอกว่าจะช่วยให้เกิดใหม่ ได้เกิดใหม่ทั้งทีดันเกิดในยุคโบราณแถมมาอยู่ในร่างของคนที่กำลังถูกจับถ่วงน้ำ ข้อหาหญิงงามเมืองท้องไม่มีพ่อ !!
ตอนที่ 1 บทนำ - เยี่ยหลัน
เยี่ยหลันหญิงสาววัยสามสิบปีตำแหน่งผู้สืบทอดกิจการโรงพยาบาลเอกชนที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชีย แน่นอนว่าความร่ำรวยของเธอนั้นไม่อาจประเมินได้ และยิ่งไปกว่านั้นเยี่ยหลันยังเป็นทายาทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ เพราะเมื่อห้าปีก่อนพ่อและแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตพร้อมกันทั้งคู่ ส่งผลให้เยี่ยหลันเป็นผู้หญิงที่เป็นที่น่าปรารถนามากที่สุดเช่นกัน
เยี่ยหลันไม่เคยปักใจเชื่อว่าการตายของพ่อและแม่ของเธอนั้นเกิดจากอุบัติเหตุ เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นประมาณหกปีก่อน เริ่มจากแม่ของเธอที่ร่างกายอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดเจน ด้วยความที่เป็นคนที่ไม่เคยต้องทำงานหนัก และยังตรวจสุขภาพร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
แม่ของเยี่ยหลันตลอดมาจึงเป็นคนที่แข็งแรงมาก แต่ความแปลกมันอยู่ที่หลังจากเริ่มป่วยสังขารร่วงโรย ตรวจร่างกายก็ไม่พบว่ามีอาการอะไรที่ร้ายแรงนอกจากภาวะโลหิตจางบ้างและมีไข้เท่านั้น
แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือสภาวะจิตใจของแม่เธอ เพราะแม่ของเยี่ยหลันบอกว่ามีผีร้ายมาคอยรังควานอยู่ทุกค่ำคืน ทำให้นอนไม่หลับมีอาการหวาดผวา จนวันหนึ่งก็ไม่ยอมออกไปไหนมาไหนเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านเท่านั้น ไม่นานจากคนที่มีอายุห้าสิบแต่ยังสวยสะพรั่งราวคนอายุสามสิบก็กลายเป็นคนแก่อายุหกสิบ
หลังจากที่แม่มีอาการป่วยอยู่ครึ่งปี พ่อของเธอที่อายุมากกว่าแม่เพียงห้าปีเท่านั้น เขาก็เริ่มมีอาการเหมือนกันกับแม่ไม่ผิดเพี้ยน เยี่ยหลันในตอนนั้นยังคงศึกษาด้านอาหารที่เธอชอบและปริญญาโทด้านการบริหารธุรกิจอยู่ต่างประเทศ รู้ข่าวว่าพ่อเองก็ร่างกายไม่สู้ดีเช่นกัน จึงได้หยุดการเรียนไว้ชั่วคราวและกลับมาดูแลท่านทั้งสองอย่างใกล้ชิด
หลังจากทดลองรักษาทางวิทยาศาสตร์ทั้งจากโรงพยาบาลของเธอเอง และยังเชิญตัวแพทย์ที่มีชื่อเสียงของโลกมาตรวจให้ก็แล้ว แต่อาการของท่านทั้งสองอย่างไม่ดีขึ้น นับวันสภาพจิตใจของทั้งพ่อและแม่ก็ย่ำแย่ลง รวมถึงตัวเยี่ยหลันเองก็ได้รับผลกระทบไปด้วย
จนวันหนึ่งเพื่อนที่เคยเรียนในมหาวิทยาลัยด้านการแพทย์ เมื่อครั้งที่เยี่ยหลันเรียนในระดับปริญญาตรี แต่เยี่ยหลันที่เรียนด้านการแพทย์ได้เพียงหกปีไม่เรียนแพทย์เฉพาะด้านต่อ และไปศึกษาเรื่องบริหารเพื่อรับช่วงต่อธุรกิจของที่บ้าน จึงทำให้พวกเธอไม่ค่อยได้พบกัน เมื่อเพื่อนสนิทมาเยี่ยมเธอจึงได้เห็นอาการของทุกคนในบ้าน
เพื่อนสนิทที่มีนามว่าอี้หว่านจับมือเธอไว้แน่น “นี่เยี่ยหลันฉันขอพูดอะไรสักหน่อยนะ หากเธอรู้สึกว่าเรื่องนี้มันฟังดูตลกงมงายไม่เข้าท่า ก็ถือว่าฉันมาเล่าเรื่องตลกให้ฟังก็แล้วกัน”
“อี้หว่านพวกเรารู้จักกันมาตั้งหลายปีฉันรู้ดีว่าเธอไม่ได้มีนิสัยชอบพูดเล่น ... เธอว่ามาเถอะ”
“คืออย่างนี้นะที่บ้านเกิดของฉันเชื่อเรื่องของภูตผีปีศาจ มีทั้งการทำร้ายและรักษาผู้คนด้วยวิถีทางไสยศาสตร์ถึงขั้นฝังรากลึก”
“อืม … เรื่องนี้เธอเคยเล่าให้ฉันฟังแล้ว อี้หว่านเธอจะบอกว่าอาการของพ่อแม่ฉันเกี่ยวกับเรื่องไสยศาสตร์อย่างนั้นหรือ”
อี้หว่านพยักหน้าแววตามีความจริงจังขึ้นอีกหลายส่วน “แต่เรื่องนี้ฉันก็ไม่รู้หรอกว่ามันจะจริงแค่ไหนหรือต้องแก้ไขยังไง เอาเป็นว่าพวกเราไปหาคนช่วยดีกว่าไหม”
เมื่อเห็นเยี่ยหลันเงียบไปอี้หว่านจึงบอกว่า “ในเมื่อลองทุกทางแล้วยังไม่ได้ผล จะลองอีกทางก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่”
เยี่ยหลันครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายจึงตัดสินใจว่า “เอาสิถ้ามันจะทำให้พ่อกับแม่ของฉันอาการดีขึ้น ในเมื่อการรักษาทางวิทยาศาสตร์ แพทย์แผนจีนโบราณ หรือแผนจีนปัจจุบันก็ไม่ดีขึ้น หากจะลองเลือกทางที่เธอว่าก็ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหาย”
“เฮ้อ ! โล่งใจไปทีน่ะฉันกลัวว่าเธอจะโกรธฉันซะแล้ว”
หลังจากที่คุยกับอี้หว่านผ่านไปสามวันให้หลัง อี้หว่านก็มาหาเธออีกครั้งพร้อมกับชายและหญิงที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อแม่ของเยี่ยหลันก็มาที่บ้าน หลังจากได้พูดคุยกันถึงได้รู้ว่าคนทั้งสองเป็นลุงและอาหญิงของอี้หว่าน ทั้งคู่ได้รับสืบทอดวิชาทางด้านไสยศาสตร์จากบรรพบุรุษมา
เมื่อลุงและอาหญิงของอี้หว่านเข้ามาภายในบ้าน พวกเขาก็บอกได้ในทันทีว่าที่นี่มีบางอย่างที่เป็นสิ่งชั่วร้ายและมืดดำ คอยทำร้ายคนในบ้านอยู่ หากปล่อยไว้เช่นนี้ต่อไปคนที่จะล้มหมอนนอนเสื่อรายต่อไปคงไม่พ้นเยี่ยหลันนั่นเอง
“คนที่บงการตั้งใจจะให้ตายยกบ้าน !” เสียงของลุงแม้จะไม่ดังมากแต่กลับมีความเด็ดขาดอยู่ในที
อาหญิงอีกคนที่มาด้วยก็มีสีหน้าเคร่งเครียดชัดเจน
“เราช่วยอะไรได้บ้างไหมคะลุงใหญ่” อี้หว่านถามด้วยเสียงที่เป็นกังวล
“ก่อนอื่นพวกเราต้องหาสิ่งของที่เป็นสื่อให้พลังงานชั่วร้ายเข้ามาภายในบ้านก่อน ส่วนใหญ่คนที่ทำมักจะต้องเอามาซ่อนไว้ในที่ที่ใกล้ตัวของเป้าหมายมากที่สุด … เริ่มจากในห้องนอนที่พ่อกับแม่ของหนูเยี่ยหลันพักอยู่ก่อนก็แล้วกัน” ลุงของอี้หว่านพูด
หลังจากย้ายตัวคนป่วยออกไปพักที่ห้องอื่นชั่วคราว คนทั้งสี่ช่วยกันตามหาของที่คิดว่าเป็นของแปลกและอยู่ไม่เป็นที่เป็นทาง หากันอยู่นานก็ไม่พบว่ามีอะไร
จนในที่สุดอาหญิงของอี้หว่านเสนอให้ดูใต้เตียงและที่นอน เมื่อช่วยกันพลิกที่นอนขึ้นมาเยี่ยหลันก็พบกับแผ่นยันต์สีเหลือง สีแดง และสีดำสามแผ่นอยู่ใต้ที่นอน นอกจากนี้ยังมีทั้งเส้นผมเศษผ้าและเขี้ยวสัตว์บางอย่างอีกจำนวนหนึ่ง
ห้องเย็นลงเหมือนมีคนบางคนลดอุณหภูมิอย่างจงใจ
อาหญิงของอี้หว่านตอนนี้หน้าซีดเผือดเธอบ่นพึมพำ “ร้ายแรง ร้ายแรงจริงๆ”
เยี่ยหลันยื่นมือออกไป
“อย่าจับ” เสียงของลุงตะโกนขึ้น
เยี่ยหลันดึงมือกลับแทบไม่ทันเธอมองหน้าของลุงอย่างไม่เข้าใจ
“ของอาถรรพ์ไม่ควรจับสุ่มสี่สุ่มห้า”
ลุงของอี้หว่านสวมถุงมือก่อนหยิบของทั้งหมดออกมา จากนั้นพาพวกเขาไปที่ถนนหน้าบ้านเมื่อยันต์แผ่นแรกถูกโยนลงกองไฟ เปลวเพลิงก็ลุกขึ้นโหมแรงอย่างผิดปกติ กลิ่นเหม็นไหม้ปนกลิ่นเน่าลอยคลุ้งออกมาทำให้ทุกคนต้องขมวดคิ้ว
เสียงกระดาษแตกดัง ปะๆ คล้ายมีบางสิ่งกำลังดิ้นรนอยู่ในเปลวไฟ
ลุงจ้องกองไฟด้วยสายตาเคร่งขรึมก่อนจะพูดขึ้น “ของพวกนี้ไม่ได้ทำมาเล่นๆ คนที่ลงของ…ตั้งใจจะให้บ้านนี้ตายยกครัว”
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะหลังจากวันที่พวกเธอเผาของอัปมงคลพวกนั้นไป วันรุ่งขึ้นทั้งพ่อและแม่ของเยี่ยหลันก็เรียกหาของกินที่พวกท่านชอบ อาการหวาดผวาก็ดีขึ้น ทุกอาการที่เป็นอยู่ก็ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ
เมื่อพ่อและแม่ของเยี่ยหลันพวกท่านรู้เรื่องราวที่เยี่ยหลันและเพื่อนพบแผ่นยันต์ พวกท่านก็เชิญซินแสและทำพิธีปัดเป่าเป็นการใหญ่ รักษาตัวจากร่างกายที่อ่อนแออีกสามเดือนท่านทั้งสองก็สามารถกลับมาบริหารโรงพยาบาลได้เช่นเดิม
ระหว่างนี้เยี่ยหลันก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเธอสืบทุกอย่างอยู่ลับๆ จนเบาะแสทั้งหมดพุ่งไปที่อาหญิงที่เป็นน้องสาวต่างแม่ของพ่อเธอ แต่เธอก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันได้ เมื่อเธอเล่าให้พ่อฟัง พ่อของเธอก็บอกว่าให้เธอหยุดการสืบแล้วไปทำอะไรที่อยากทำ ส่วนเรื่องที่มีคนเล่นไม่ซื่อพ่อของเธอจะจัดการด้วยตัวเอง
เมื่อเป็นเช่นนั้นเยี่ยหลันก็วางใจ กลับไปเรียนด้านอาหารที่เธอชื่นชอบอีกครั้ง ก่อนที่จะกลับมารับงานบริหารโรงพยาบาลช่วยพ่อและแม่ แต่ยังไม่ทันเรียนครบตามที่ตั้งใจเยี่ยหลันก็ได้รับข่าวร้ายว่าพ่อและแม่ของเธอประสบอุบัติเหตุ เฮลิคอบเตอร์ที่พวกท่านใช้เพื่อท่องเที่ยวตกลงกลางหุบเขา จากผลการชันสูตรไม่มีตรงไหนที่ผิดปกติ ดังนั้นทางตำรวจจึงได้สรุปว่าทั้งสองเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ
ทำให้เยี่ยหลันที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวขึ้นมารับตำแหน่งผู้บริหาร แต่การที่เธอเป็นคนรุ่นใหม่อายุยังน้อยจึงถูกคณะกรรมการกดข่มและกลั่นแกล้ง กว่าที่เธอจะรวบรวมอำนาจในการบริหารกลับมาอยู่ในมือเธอได้อย่างเบ็ดเสร็จก็ใช้เวลาอยู่นานนับปี
เธอบริหารโรงพยาบาลล่วงเลยจนตัวเองอายุครบสามสิบปี เยี่ยหลันเกิดอาการนอนไม่หลับกระสับกระส่าย ทุกครั้งที่หลับตาก็ดูเหมือนจะถูกเสียงบาง อย่างหรืออะไรบางอย่างปลุกให้เธอตื่นขึ้นมากลางดึก คราแรกเธอคิดว่านั่นเป็นเพราะความเครียดสะสมมานาน โดยที่เธอเองก็ลืมนึกถึงเหตุการณ์ของพ่อและแม่เมื่อหลายปีก่อน
อาการที่เกิดขึ้นหลังจากนอนไม่หลับพักผ่อนไม่เพียงพอ เกิดจากความหวาดระแวงเพราะเธอรู้สึกว่ามีสายตาคอยจับจ้องเธออยู่ตลอดเวลา เป็นเช่นนี้อยู่นานหลายเดือนทำให้สุขภาพของเธอเริ่มทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคชะตาหรือไม่ วันหนึ่งที่เธอเดินออกมานอกโรงพยาบาลเพื่อผ่อนคลาย เธอพบกับนักบวชที่ดูมีอายุมากกับอีกคนที่อายุน้อยกว่า ทั้งเดินสวนทางเข้าไปในโรงพยาบาล นั่นจึงทำให้เธอฉุกคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ เยี่ยหลันไม่รอช้าเดินตามเข้าไปและเรียกให้ทั้งสองหยุด
“นมัสการค่ะท่านทั้งสองไม่ทราบว่าท่านทั้งสองมาที่นี่ด้วยเหตุใดหรือคะ”
นักบวชทั้งสองหันมองหน้ากันจากนั้นคนที่มีอายุน้อยเป็นผู้ตอบ “เด็กในวัดของพวกอาตมาประสบอุบัติเหตุขาหัก วันนี้อาตมาทั้งสองจึงได้มาเพื่อเยี่ยมเยียนและนำปัจจัยมาชำระค่ารักษาให้เขา”
“อืม … คือว่าฉันเป็นเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ค่ะ เรื่องค่ารักษาในครั้งนี้ฉันจะเป็นคนออกให้ค่ะ”
“เพราะอะไรกันล่ะโยม”
“ไม่มีเหตุผลอะไรพิเศษค่ะ เพียงแต่อยากจะทำบุญเท่านั้น”
นักบวชทั้งสองยกมือขึ้นประสานพร้อมกับพูดว่า สาธุ จากนั้นนักบวชที่มีอายุมากกว่าได้หยิบเอาแผ่นยันต์สีเหลืองออกมาส่งให้เยี่ยหลัน
“อาตมาไม่มีสิ่งใดตอบแทนจึงขอมอบสิ่งนี้ให้ก็แล้วกัน … นี่เป็นแผ่นยันต์เพื่อขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายให้โยมพกติดตัวเอาไว้นะ บางทีจะพอช่วยเรื่องที่โยมกำลังประสบอยู่ได้บ้าง”
เยี่ยหลันรับเอาไว้ยังไม่ทันได้เอ่ยคำขอบคุณนักบวชก็เดินออกไปแล้ว
หลังจากวันนั้นเธอพกแผ่นยันต์นั้นติดตัวไว้ตามที่นักบวชบอก ซึ่งมันก็ได้ผลจริงๆ เพราะตั้งแต่ได้แผ่นยันต์นี้มาเธอก็นอนหลับสบายทุกค่ำคืน เพียงแต่สายตาที่คอยจับจ้องก็ยังคงรู้สึกอยู่บ้าง
หลังจากเหตุการณ์นี้ผ่านไปเยี่ยหลันถึงต้องกลับมาสืบสาวเรื่องราวอีกครั้ง ใช้เวลาอีกหลายเดือน เธอจึงรู้ว่าทั้งหมดนี้เกิดจากอาหญิงต่างแม่ของเธอคนนั้นจริงๆ
ในระหว่างที่รอให้นักสืบรวบรวมหลักฐานอยู่นั้น เธอเองก็ไม่นิ่งนอนใจเยี่ยหลันได้ทำพินัยกรรมยกมรดกทั้งหมดให้แก่มูลนิธิของโรงพยาบาล และครึ่งหนึ่งยังบริจาคให้กับองค์กรการกุศลต่างๆ
และเธอยังแต่งตั้งให้พ่อบ้านที่เป็นเพื่อนสนิทของพ่อเธอดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิอีกด้วย ทั้งหมดนี้ก็เพื่อป้องกันการฉกฉวยผลประโยชน์จากอาหญิงคนนั้น
เจ็ดวันหลังจากทำพินัยกรรมนี้เรียบร้อย เยี่ยหลันมีนัดกับอี้หว่านที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอ แต่เพราะการประชุมวันนั้นทำให้เธอเสียเวลาไปมากจึงขับรถอย่างเร่งรีบเพื่อให้ไปถึงตามเวลานัด
ระหว่างที่เธอกำลังใจจดใจจ่ออยู่บนเส้นทาง จู่ๆ ก็มีร่างหนึ่งกระโจนเข้ามาตรงหน้ารถเธออย่างรวดเร็ว เพราะความตกใจทำให้เธอหักพวงมาลัยเพื่อหลบให้พ้น
แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดด้านที่เธอหักหลบ มีรถอีกคันที่แล่นสวนมาด้วยความเร็ว ทั้งคู่แล่นมาประสานงากันอย่างรุนแรงทำให้เกิดไฟลุกท่วมในทันที
รถทั้งสองคันไม่มี … ผู้รอดชีวิต

