ตอนที่ 5 เซียงเยว่ซินที่น่าสงสาร
“ตายจริง ! ข้าลืมไปเลยว่าท่านแม่ต้องการชาฟู่เอ๋อให้ท่านย่า พี่สาวรอตรงนี้นะอย่าไปไหนสักครู่ข้าจะให้บ่าวมารับท่านกลับจวน”
เซียงเยว่เล่อพูดจบก็หันไปเรียกให้สาวใช้ออกไปอย่างเร่งรีบโดยไม่สนใจเซียงเยว่ซิน
เมื่อประตูปิดลงสาวใช้ก็ดึงชายเสื้อเซียงเยว่เล่อไว้เบาๆ
“คุณหนูท่านจะทิ้งคุณหนูใหญ่ไว้อย่างนี้จริงๆ หรือเจ้าคะ ที่นี่มีพวกนางโลมอยู่ด้วยถ้าเกิดมีคนเข้าใจผิดว่านางเป็น ... อย่างว่าล่ะเจ้าคะ”
“เจ้าจะกลัวอะไรนักหนาคนอย่างนางจะกล้ากล่าวโทษข้าหรือ อีกอย่างถึงนางพูดอะไรไปก็ไม่มีใครเชื่ออยู่ดี ...อ่อ นางพูดไม่ได้ เหอะ ! นังปัญญาอ่อนนั้นถึงกับมีสัญญาหมั้นหมายกับจวนเซี่ยซางโหว คราวนี้ล่ะข้าจะรอดูว่าเจ้าจะได้แต่งหรือไม่...กลับจวน ! ”
พูดจบเซียงเยว่เล่อพ่นลมออกทางจมูกสะบัดหน้าเดินจากไป สาวใช้มองกลับไปทางห้องรับรองแห่งนั้นสุดท้ายก็ตัดสินใจเดินตามเจ้านายไป
ทางด้านเซียงเยว่ซินจำได้ว่าน้องสาวลุกออกไปจากห้องพูดบางอย่างที่นางฟังไม่ชัดเจน แต่นางก็ยังนั่งรอในห้องอย่างว่าง่าย แต่รอแล้วรอเล่าเซียงเยว่เล่อก็ไม่ได้กลับเข้ามาที่ห้องอีกเลย เซียงเยว่ซินเริ่มรู้สึกหวาดกลัวจนลนลาน เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างเห็นว่าตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มมืดมิดแล้ว ยิ่งทำให้นางเริ่มอยู่ไม่สุข
เซียงเยว่ซินจึงตัดสินใจลุกขึ้นเพื่อเดินออกไปตามหาน้องสาวและสาวใช้ที่มาด้วยกัน แต่ด้วยความเมาทำให้แทนที่นางจะเดินลงแต่กลับเดินขึ้นไปยังชั้นบนสุดแทน และยังเปิดเข้าไปยังห้องหนึ่งที่ดูกว้างขวางใหญ่โตเพราะคิดว่าประตูนั้นเป็นทางออก
นางมองไปรอบๆ ห้องไม่เห็นใครอยู่เลย แต่ที่มุมหนึ่งมีอ่างน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ด้วยสัญชาตญาณ เซียงเยว่ซินจึงรีบเดินตรงไปยังอ่างนั้นทันที
นางนั่งลงที่ขอบอ่างก่อนจะใช้สองมือวักน้ำขึ้นมาล้างหน้า หวังให้ความมึนงงจากสุราจางหายไป น้ำเย็นจัดทำให้นางสะดุ้งเล็กน้อย สติที่พร่ามัวเหมือนจะเริ่มกลับคืนมา
แต่ทันใดนั้นเอง
“ซ่า!”
ร่างของนางถูกกระชากอย่างแรงจนตกลงไปในอ่างน้ำ
“อ๊ะ !”
เซียงเยว่ซินจมลงไปในน้ำทันทีกว่าจะตะเกียกตะกายโผล่พ้นขึ้นมาได้ นางก็สำลักน้ำเข้าไปหลายอึก
“แค่กๆ ”
นางรีบยกมือขึ้นลูบใบหน้าเช็ดน้ำออกจากตา แต่ทันทีที่ลืมตาขึ้นนางก็ต้องตกใจจนร่างแข็งทื่อ
เบื้องหน้าของนางคือชายร่างใหญ่คนหนึ่ง ใบหน้าของเขาแดงก่ำ ลมหายใจร้อนผ่าว ดวงตาแดงฉานราวกับสัตว์ป่า
เซียงเยว่ซินตกใจจนรีบถอยหลังทันทีแต่นางยังไม่ทันได้ขยับออกจากอ่าง มือแข็งแรงก็พุ่งเข้ามาคว้ารอบเอวของนางไว้
“อ๊ะ!”
ร่างของนางถูกดึงกลับไปอย่างแรง
“อย่าเล่นตัวให้มันมาก เจ้ามีหน้าที่เป็นเพียงยาถอนพิษเท่านั้น”
ชายคนนั้นพูดออกมาด้วยเสียงที่ไม่ดังมากแต่กลับทำให้เซียงเยว่ซินนิ่งงันไป อาจจะเป็นเพราะนางกลัวเกินไปจนทำอะไรไม่ถูก
หรืออาจจะเป็นเพราะรอยแผลที่ข้างแก้มของเขาที่มันยังมีเลือดซึมไหลออกมา เพิ่มความน่าหวาดกลัวให้เพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี
“หากยังจ้องหน้าข้าอีกข้าจะฆ่าเจ้า” เขาคนนั้นคำรามออกมา
ทำให้เซียงเยว่ซินที่หวาดกลัวจนตัวสั่นอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มความกลัวจนต้องก้มหน้าลงในทันใด แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวนางก็ถูกกระชากผ้าตัวบางออกจนเกิดเสียงแควก
หน้าอกที่เคยถูกปิดไว้ก็เปิดเผยออกมาให้ชายตรงหน้าได้เชยชม เขาไม่รอช้าก้มหน้าลงมาดูดดึงทรวงอกนางจนขึ้นสีแดงฮ่อเลือดในทันที เซียงเยว่ซินตอนนี้ไม่มีแม้แรงจะขัดขืนและไม่สามารถเอ่ยปากบอกกล่าวว่าเขากำลังเข้าใจผิด
สุดท้ายนางก็หมดเรี่ยวแรงปล่อยให้เขาจัดการนางได้ตามที่ต้องการ
เซียงเยว่ซินตื่นมาอีกครั้งเพราะความเจ็บปวดที่กลางกาย พบว่าตอนนี้ชายคนนั้นยังคงอยู่บนร่างของนาง และกำลังย่ำยีนางอย่างเอาเป็นเอาตาย เซียงเยว่ซินได้แต่ร้องไห้อย่างเงียบงันกัดฟันอดทนต่อความเจ็บปวดจนสิ้นสติไปอีกครั้ง
ไม่รู้ว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นนานขนาดไหน แต่ที่รู้ก็เมื่อตอนที่นางตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็ยังคงอยู่ในห้องนอนห้องเดิมที่นางถูกขืนใจก่อนหน้านี้ แต่ไม่มีวี่แววของชายคนนั้นอีกแล้ว
แม้เซียงเยว่ซินจะมีสติที่ไม่ดีนัก แต่นางก็รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ไม่ดี กลัวว่าชายที่น่ากลัวคนนั้นจะกลับมาอีก และนางต้องรีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด มิเช่นนั้นนางจะต้องถูกบิดาและฮูหยินผู้เฒ่าสั่งโบยจนตายเป็นแน่
ระหว่างที่พยายามหาเสื้อผ้ามาสวมใส่อยู่นั้นนางก็พบถุงเงินใบใหญ่ และใกล้ๆ ก็พบปิ่นหยกที่นางจำได้ว่าเป็นของชายคนนั้นนางจึงเก็บเอาไว้ ยังพบเสื้อของผู้ชายที่คาดว่าน่าจะเป็นของเขาเช่นกัน แม้ว่ามันจะเปียกแต่นางก็หยิบมาสวมใส่เพื่อปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าอันบอบช้ำ
น่าแปลกที่คนสติไม่เต็มนักกลับหาทางกลับมายังเรือนของตนเองได้ ในเวลาที่ฟ้ายังไม่สว่างจึงไม่มีใครพบเห็น แต่ร่างกายก็บอบช้ำอย่างหนักจนจับไข้อีกหลายวัน แม้ว่าที่เรือนนางจะมีสาวใช้แต่คนพวกนั้นเพียงทำงานเอาหน้าเท่านั้น หาได้มีใครสนใจคุณหนูใหญ่เด็กกำพร้าที่บิดาไม่ชื่นชอบจากใจจริง
ยิ่งเซียงเยว่ซินเอาแต่นอนอยู่ในเรือนไม่เรียกใช้ใคร สาวใช้นางนั้นที่เดิมเป็นคนเกียจคร้านก็ยิ่งไม่ใส่ใจ ผ่านไปสองวันดูเหมือนว่าเซียงเยว่ซินยังไม่ถึงคราวตาย ในที่สุดนางก็สามารถลงจากเตียงได้เอง
แต่ที่เซียงเยว่ซินยังไม่รู้ว่า หลังจากที่นางเข้าไปในห้องชั้นบนสุดจนถูกคนร้ายจับนางข่มขืนอยู่นั้น เซียงเยว่เล่อก็พามารดาของนางและพี่น้องอีกหลายคนกลับมาที่ห้องพิเศษเพื่อจับเซียงเยว่ซินคาหนังคาเขาแต่กลับไม่พบตัวแล้ว
อีกทั้งยังถูกเสี่ยวเอ้อเรียกเก็บเงินต่อหน้าต่อตาแขกคนอื่น เรื่องนี้ทำให้มารดาของเซียงเยว่เล่อขายหน้า และสั่งลงโทษเซียงเยว่เล่อให้ถูกกักบริเวณอยู่แต่ในเรือน
เรื่องราวที่เกิดขึ้นที่ชั้นบนสุดของเหลาสุราในคืนนั้น เป็นสาเหตุให้อีกหนึ่งเดือนต่อมาเซียงเยว่ซินมีอาการแปลกๆ ทั้งอาเจียนและไม่ยอมกินอาหาร อาหารที่กินนางบอกสาวใช้ว่ามันเหม็น สาวใช้ก็คิดว่าเป็นเพราะป่วยจึงกินไม่ได้เป็นปกติ
อาการป่วยครั้งนี้ตอนแรกสาวใช้ก็ยังไม่สนใจ แต่เมื่อผ่านไปหลายวันเข้าเซียงเยว่ซินก็ยังไม่ดีขึ้น สาวใช้ที่กลัวถูกลงโทษหากเจ้านายเป็นอะไรไป จึงได้เล่าอาการนี้ให้มารดาที่เป็นบ่าวในจวนเหมือนกันฟัง
มารดาของสาวใช้นางเป็นบ่าวในเรือนฮูหยินใหญ่ เรื่องนี้จึงถึงหูของฮูหยินใหญ่ที่เป็นมารดาเลี้ยงของเซียงเยว่ซินอย่างรวดเร็ว ด้วยความที่ฮูหยินเองก็มีประสบการณ์มีลูกอยู่แล้วจึงให้หมอประจำจวนตรวจสอบ
นั่นเองทำให้ทุกคนรู้ว่าเซียงเยว่ซินกำลังตั้งครรภ์ได้หนึ่งเดือนแล้ว และยังพบเสื้อผ้าของผู้ชาย ถุงเงินและปิ่นหยกของชายในเรือนนางอีกด้วย ฮูหยินผู้เฒ่าที่รู้เรื่องก็สั่งให้ปิดเป็นความลับอย่างเด็ดขาด หากเรื่องนี้เผยแพร่ออกไปนางคงไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
และฮูหยินผู้เฒ่ายังต้องการให้กักขังตัวของนางเอาไว้แต่ในเรือน หากลูกในท้องคลอดออกมาก็ให้เลี้ยงเอาไว้ คำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่าถือเป็นคำสั่งเด็ดขาด
ถึงแม้ว่ามารดาเลี้ยงและน้องสาวร่วมบิดาอย่างเซียงเยว่เล่อจะไม่พอใจมากเพียงไหน แต่ต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่าก็ต้องยอมรับแต่โดยดี
เวลาผ่านไปอีกไม่กี่วันเรื่องที่เซียงเยว่ซินตั้งครรภ์ก็ถูกพูดขึ้นในกลุ่มชาวบ้าน เมื่อมีข่าวลือหนาหูมากขึ้นเรื่องก็มาถึงผู้เป็นบิดาแท้ๆ ของเซียงเยว่ซินจนได้ เขาบุกเข้ามาคาดคั้นและตบตีเซียงเยว่ซินอย่างหนัก แต่ก็ยังไม่ได้ความว่าใครที่เป็นพ่อของเด็ก
แม้ว่าเขาจะโกรธมากจนอยากจะฆ่านางให้ตายเสียตรงนั้น แต่เมื่อบ่าวที่ตามมาช่วยดึงสติเอาไว้และยังอ้างคำสั่งของฮูหยินผู้เฒ่า บิดาของเซียงเยว่ซินจึงจำใจปล่อยให้นางมีชีวิตอยู่ต่อไป
แต่เขาไม่ต้องการให้นางอยู่ในจวนนี้ จึงได้ให้ฮูหยินผู้เฒ่าส่งเซียงเยว่ซินไปยังหมู่บ้านชนบท โดยอ้างว่าฮูหยินผู้เฒ่าต้องการพาหลานสาวในจวนออกไปไหว้พระขอพร
เซียงเยว่เล่อที่วางแผนทำร้ายพี่สาวจนกระทั่งนางเกิดตั้งครรภ์ขึ้นมาจริงๆ แต่ถึงกระนั้นพี่สาวที่นางเกลียดชังคนนี้ก็ยังคงอยู่ในฐานะเดิม เพียงต้องออกไปอยู่ชนบทเท่านั้น
ก่อนออกเดินทางไปยังหมู่บ้านชนบท นางจึงวางแผนล่วงหน้าโดยส่งคนไปโหมกระพือข่าวของเซียงเยว่ซินที่หมู่บ้านชนบท และยังจ้างนักพรตพเนจรให้ปล่อยข่าวแก่ชาวบ้านว่า บัดนี้มีตัวกาลกิณีและจะทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า
ดังนั้นวิธีแก้ไขหญิงกาลกิณีคนนี้จะต้องถูกจับถ่วงน้ำ ให้เทพบรรพชนพึงพอใจเท่านั้นถึงจะเป็นทางออกของการแก้ปัญหา
และด้วยความช่วยเหลือจากฮูหยินใหญ่ทำให้เรื่องที่นักพรตทำนาย ถูกแพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง และนางยังจ้างให้คนทำลายพืชไร่และวางยาพิษฆ่าสัตว์เลี้ยงของชาวบ้านอีกด้วย
เมื่อเกิดความเดือดร้อนขึ้นมาดังคำทำนายของนักพรตจริงๆ ชาวบ้านที่เคยได้ฟังคำของนักพรตก็เริ่มออกมาพูดกันปากต่อปาก
ชาวบ้านที่ช่วยกันสืบเสาะจนได้รู้เรื่องของเซียงเยว่ซินที่ทำผิดประเวณี ชาวบ้านจึงรวมตัวกันกดดันให้ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลเซียง มอบตัวของเซียงเยว่ซินออกมาเพื่อถ่วงน้ำบูชาและขอขมาเทพบรรพชน
เรื่องราวหลังจากนั้นก็เป็นตอนที่เยี่ยหลันเข้ามาอยู่ในร่างแทนที่เซียงเยว่ซิน
‘โอ้โหชีวิตยิ่งกว่าละครเสียอีก…เฮ้อ...หมดเวรหมดกรรมไปสู่สุคติเถิดนะเซียงเยว่ซิน ต่อไปนี้ขอใช้ชีวิตต่อในร่างของเธอให้ดีก็แล้วกัน อีกอย่างลูกคนนี้ฉันก็จะเลี้ยงดูเป็นอย่างดีเช่นกัน’
เยี่ยหลันอธิษฐานในใจ
หลังจากที่พูดจบสายลมที่ไม่มีที่มาที่ไปก็พัดวนรอบๆ ตัวนางเบาๆ พอให้เส้นผมล่องลอยขึ้นอยู่ชั่วลมหายใจก็หายไป ราวกับว่าวิญญาณของเซียงเยว่ซินบอกว่านางรับรู้และจากไปแล้วอย่างไรอย่างนั้น