บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 10 เกือบสูญเสียลูกในท้อง

ในภาพความทรงจำนั้น เยี่ยหลันเห็นภาพหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างชัดเจนราวกับเกิดขึ้นตรงหน้า ชายผู้หนึ่งล้มอยู่บนพื้น เลือดไหลนองมีหอกเล่มหนึ่งปักทะลุต้นขาของเขา บาดนั้นแผลฉกรรจ์จนเห็นเนื้อด้านใน ที่สำคัญกลิ่นเลือดและกลิ่นพิษที่ลอยออกมาจากแผลนั้น กลับเหมือนกับชายที่นอนอยู่ตรงหน้าของนางในตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน

เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างกาย ‘สถานการณ์เร่งด่วน ไม่มียาถอนพิษ จะทำอย่างไรดีท่านอาจารย์’

ในความทรงจำนั้นนางไม่ได้ตอบคำถามของลูกศิษย์ในทันที กลับหันไปมองสหายของผู้บาดเจ็บแทน ก่อนจะเอ่ยถามเสียงหนักแน่น

‘รู้หรือไม่ว่าหอกนี้เป็นของเผ่าไหน’ เสียงที่นางเปล่งออกมาเป็นเสียงของบุรุษวัยฉกรรจ์

‘เผ่าหรง!’

เพียงได้ยินคำตอบดวงตาก็เปลี่ยนเป็นคมกริบ ‘พิษจากคางคกอเวจี…’

‘หา! คางคกอเวจี พวกเราไม่มียาถอนพิษนะขอรับ!’ ลูกศิษย์ร้องออกมาอย่างตกใจ เสียงสั่นจนแทบควบคุมไม่อยู่

แต่ในความทรงจำกลับไม่เปลี่ยนสีหน้าแม้แต่น้อย นางก้มลงมองบาดแผลอย่างสงบนิ่ง ก่อนจะเอ่ยออกมา

‘ครั้งนี้…พวกเราต้องใช้พิษต้านพิษ’

...

ภาพทั้งหมดสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไป แววตาที่เคยสงบนิ่งค่อย ๆ เปลี่ยนไป จากลังเลกลายเป็นแน่วแน่ หากปล่อยไว้ชายผู้นั้นตายแน่นอน แต่หากลงมือ…นางมีวิธีช่วยเขาได้แม้จะต้องเสี่ยงก็ตาม

เยี่ยหลันผุดลุกขึ้นนั่งจากนั้นลุกไปที่ชั้นวางยาสมุนไพรอีกครั้ง นางไม่แม้แต่จะสนใจยายโจวและมั่วอีที่พยายามเข้ามาดึงแขนนางและถามว่าเกิดอะไรขึ้น เป็นอะไรไป คำพูดพวกนี้นางไม่ได้สนใจเลยสักนิด ในสมองจดจ่อถึงสมุนไพรต้านพิษ

‘หากแก้พิษไม่ได้ก็ต้องเอาสิ่งที่เป็นศัตรูเข้าต้าน ปล่อยให้พวกมันสู้กันเองสุดท้ายพวกมันจะทำลายกันเอง’ เสียงหนึ่งผุดขึ้นในหัวอีกครั้ง

‘ใช่แล้ว นึกออกแล้ว !’ เยี่ยหลันอุทานในใจ

‘เจอแล้ว ! ’ นางรีบเอาของสี่ชนิดออกมาอย่างละหนึ่งกำมือ หันหลังมาเจอกับยายโจวนางจึงยัดของทั้งหมดให้กับท่านยายอีกครั้ง

“จะให้ต้มใช่หรือไม่” ครั้งนี้ยายโจวไม่ขัดขวางนางอีกแล้ว

“แต่ว่าเสี่ยวเหนียงนี่มัน ดีงู หางตะขาบแล้ว นี่ นี่ อีกทั้งหมดนี้มันมีพิษ ! เจ้ากำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ หรือ… หรือว่าเจ้ากำลังจะคิดใช้พิษเพื่อต้านพิษอย่างนั้นหรือ”

แม้ว่าน้ำเสียงของยายโจวจะสั่นเครือพูดจาติดขัด แต่ในที่สุดท่านยายก็เข้าใจความต้องการของเยี่ยหลัน หันหลังวิ่งออกไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะรอคำตอบจากนาง

เยี่ยหลันถอนหายใจราวกับยกภูเขาออกจากอก ไม่เสียแรงที่ยายโจวอยู่กับหมออย่างตาโจวมานาน มีความเข้าใจเรื่องสมุนไพรเป็นอย่างดี ทำให้นางไม่ต้องอธิบายสิ่งใดมากมาย

ตอนนี้นอกจากการถอนพิษแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือหยุดเลือดและทำให้บาดแผลสมานตัว หากเป็นโลกเดิมของนาง เพียงเย็บแผลฉีดยาปฏิชีวนะ ทุกอย่างก็จบลงได้ในเวลาไม่นาน แต่ที่นี่…ไม่มีสิ่งใดเลย

‘โอ้สวรรค์…ช่างท้าทายความสามารถของข้าเสียจริง’

เยี่ยหลันสบถอยู่ในใจดวงตายังจับจ้องไปที่บาดแผลด้วยความหนักอึ้ง

มั่วอีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เห็นสายตานั้นก็รู้สึกใจหายวาบ ราวกับคำตอบที่เขากลัวกำลังจะเกิดขึ้น “แม่นาง ตอนนี้ต้องทำอย่างไรต่อ เลือดของนายท่านไหลไม่หยุดเลย”

เสียงของเขาดึงสติของเยี่ยหลันกลับมาอีกครั้ง นางก้มลงมองเลือดที่ยังคงไหลไม่หยุด สีแดงสดไหลอาบไปตามผิวหนัง หากปล่อยไว้เช่นนี้ต่อไปไม่ต้องรอพิษออกฤทธิ์ เขาก็คงเสียเลือดจนช็อกตายไปก่อนแน่นอน

เยี่ยหลันไม่ลังเลอีกต่อไป นางหยิบยาฆ่าเชื้อขึ้นมา ล้างบาดแผลอย่างรวดเร็ว มือของนางมั่นคง ไม่มีแม้แต่การสั่นไหว จากนั้นจึงกวักมือเรียกมั่วอีเข้ามาใกล้ สายตาคมกริบบ่งบอกคำสั่งชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด มั่วอีรีบเข้ามาทันที

เยี่ยหลันจัดตำแหน่งแผลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้ผ้าสะอาดกดลงไปแน่นเพื่อห้ามเลือด แล้วส่งสัญญาณให้มั่วอีช่วยพันแผลให้แน่นขึ้นอีกชั้น อย่างน้อยก็ต้องดึงให้ปากแผลปิดเข้าหากันชั่วคราว ลดการไหลของเลือดให้ได้มากที่สุด

หลังจากมัดผ้าให้แน่นแล้วเยี่ยหลันยังรู้สึกว่าเท่านี้ยังไม่พอ นางเช็ดเหงื่อที่กำลังไหลย้อยตามกรอบหน้าทิ้งไป เดินไปที่หน้าโต๊ะจุ่มพู่กันเขียนลงบนกระดาษอีกครั้ง

“ยาห้ามเลือดและบำรุงกำลัง” มั่วอีเดินตามนางมาและอ่านออกเสียงบนกระดาษ จากนั้นก็หันหลังวิ่งออกไปหายายโจวในห้องครัว รอไม่นานมั่วอีก็กลับมาอีกครั้งพร้อมกับยาสีดำส่งกลิ่นฉุนเข้ามาในห้อง

“ยายโจวกำลังต้มยาบำรุงกำลังและยาห้ามเลือดส่วนนี่เป็นยาต้านพิษจะให้ป้อนเลยหรือไม่” มั่วอีถาม เมื่อเห็นนางพยักหน้าเขาก็เดินตรงไปที่เตียงยกตัวคนเจ็บขึ้นค่อยๆ ใช้ช้อนตักยาทีละนิดทีละนิดป้อนลงปากของเขา

เยี่ยหลันนั่งลงบนเก้าอี้อย่างอ่อนแรง ตอนนี้นางรู้สึกโล่งใจไปอีกเปราะหนึ่งหลังจากที่เขาได้ยาต้านพิษไปคงจะดีขึ้น เมื่อความตึงเครียดในร่างกายลดลงความเจ็บหน่วงที่ท้องน้อยก็มาแทนที่

‘ไม่ได้การแล้วตอนนี้นางต้องดื่มยากันแท้ง’

นางรอจนกระทั่งมั่วอีป้อนยาให้คนเจ็บจนหมดแล้วจึงได้กวักมือเรียกเขาให้เข้ามาใกล้ๆ

“แม่นางเหตุใดหน้าเจ้าถึงซีดขนาดนั้นเกิดอะไรขึ้น” เขาหันมาก็เห็นว่านางกำลังนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดปากสั่นเล็กน้อย

เยี่ยหลันไม่มีแรงที่จะยกพู่กันเขียนอีกแล้ว นางจึงใช้วิธีการขยับปากเพื่อหวังว่ามั่วอีคนนี้จะอ่านปากออก

‘ข้าปวดท้องช่วยไปเรียกท่านยายให้ที’

โชคดีที่มั่วอีและองครักษ์ทุกคนสามารถอ่านปากได้ “ข้าเข้าใจแล้ว” พูดจบเขาก็วิ่งออกไปอีกครั้งพลางตะโกนออกคำสั่ง

เขาสั่งว่าอย่างไรบ้างเวลานี้เยี่ยหลันฟังไม่เข้าใจอีกแล้ว เพราะนางกำลังรู้สึกว่ามีลมออกที่หูเกิดเสียงวิ้งๆ ดวงตาพร่าเลือน เพราะความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น สิ่งหนึ่งที่นางรู้สึกได้คือมีสองมืออุ้มนางขึ้นและวางนางลงบนเตียงนุ่ม

ไม่รู้ว่านางอดทนกัดฟันกับความเจ็บอยู่นานขนาดไหน จนรู้สึกได้ว่ามีมือหนึ่งค่อยๆ ลูบที่แก้มนางและรู้สึกถึงน้ำรสขมไหลเข้ามาในปาก สติสุดท้ายบอกให้นางรู้ว่านี่เป็นยาจึงตั้งใจพยายามกินมันลงคอ ไม่นานนางก็จำอะไรไม่ได้อีกนอกจากความมืดมิดและดำดิ่งสู่นิทรา

เยี่ยหลันรู้สึกตัวตื่นอีกครั้งเพราะถูกใครบางคนกำลังยกตัวขึ้นพิงกับผนังเตียง คนนั้นคือยายโจวนั่นเอง ตามมาด้วยเสียงของหญิงสาว

“ยาของเสี่ยวเหนียงมาแล้ว อ๊ะ ! เจ้าฟื้นแล้วหรือ”

ยายโจวได้ยินเสียงของจางฟางก็มองหน้าเยี่ยหลัน เมื่อเห็นว่านางลืมตาขึ้นมาแล้วจริงๆ ก็ถอนหายใจโล่ง

“เสี่ยวเหนียงเจ้ากินยานี่ก่อนตอนนี้ท่านตาของเจ้าเขากลับมาแล้ว เมื่อเช้ามาจับชีพจรให้เรียบร้อย ตอนนี้พวกเจ้าสองคนแม่ลูกปลอดภัยดีแต่ยังต้องกินยาอีก” ยายโจวพูดเล่าออกมาในประโยคเดียว “ให้อาฟางป้อนยาแล้วกันข้าจะไปดูทางโน้นสักหน่อย”

ยายโจวกำลังจะหันหลังไปแต่เหมือนจะคิดอะไรออกนางจะหยุดและหันมาบอกว่า “นายท่านเองก็ปลอดภัยเช่นกัน ต้องขอบคุณเจ้าที่ช่วยเหลือไม่เช่นนั้นคง ... คงยากจะจัดการแล้ว” พูดจบยายโจวก็เดินออกไป

“มาเถิดเสี่ยวเหนียงอ้าปากหน่อย กินยาเสร็จแล้วข้าจะไปยกข้าวต้มมาให้”

จางฟางยกถ้วยยาที่ถูกเป่าจนสามารถดื่มได้มาจ่อที่ปาก เยี่ยหลันถึงค่อยๆ ดื่มลงไปจนหมดแล้วกินข้าวต้มสองสามคำ นางจึงผลักถ้วยข้าวต้มออกทำท่าจะลุกขึ้นเดินแต่กลับถูกจางฟางห้ามเอาไว้

“ไม่ได้ๆ เสี่ยวเหนียงหมอโจวสั่งว่าห้ามเจ้าลงจากเตียงต้องนอนนิ่งๆ เช่นนี้ไปก่อนจนกว่าครรภ์จะมั่นคง”

พูดจบจางฟางก็มองหน้านางด้วยความสงสาร น้ำตาเอ่อแทบจะไหลหยดลงมา ทำให้เยี่ยหลันตกใจกับท่าทีของนางมาก จนต้องนั่งพิงตามเดิมไม่ขยับอีก

‘อ่า…นี่มันสถานการณ์อะไรกัน ท่าทางของจางฟางเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้นเล่า หรือว่าข้าใกล้จะตายแล้ว เอ๊ะ ! ก็ไม่นี่’

“เจ้าไม่รู้หรอกว่าข้าตกใจขนาดไหน ตอนที่ยายโจวไปเรียกข้ากับมารดาให้มาช่วยกันดูแลเจ้า ตอนที่ได้รู้ว่าเจ้าเป็นผู้ลงมือช่วยรักษาบาดแผลให้กับพวก…พวกเขา จนตัวเองต้องอยู่ในสภาพนี้ กะ เกือบที่จะสูญเสียลูกในท้องไปแล้ว” ในที่สุดน้ำตาของจางฟางก็ไหลลงมาจนได้

เยี่ยหลันยื่นมือมาปาดน้ำตาที่แก้มของนางออก

จางฟางเงยหน้าขึ้นมองและรีบเช็ดน้ำตาตนเองออกด้วยท่าทีร้อนรน

“ขอ...ขอโทษนะเสี่ยวเหนี่ยงข้าทำให้เจ้าตกใจแล้ว”

เยี่ยหลันส่ายหน้า “อื้อๆ ”

จางฟางเช็คน้ำตาบนใบหน้าปรับอารมณ์อีกครั้งแล้วพูดว่า “เอาล่ะ ... เจ้ารู้ไหมว่าคนที่เจ้าช่วยชีวิตนั้นเป็นใคร”

เยี่ยหลันส่ายหน้าอีกครั้ง

“ไหนๆ เจ้าก็มาอยู่ที่นี่แล้วข้าเล่าให้ฟังก็ได้ คนที่บาดเจ็บคือท่านพี่เปาเขาเป็นเจ้าของที่นี่ ... ”

จางฟางยังเล่าไม่ทันจบเสียงประตูเปิดออกอีกครั้ง ทั้งสองจึงหันไปมองด้านนอกเห็นว่าผู้ที่เข้ามาใหม่คือตาโจว

“เสี่ยวเหนียงเจ้าฟื้นแล้ว มาให้ข้าดูหน่อย”

พูดจบเขาก็เดินมาที่ข้างเตียงส่งสัญญาณให้นางยื่นแขนออกไปจากนั้นก็ลงมือจับชีพจรทันที

“อืมๆ ดีแล้วๆ อีกสองวันค่อยลงจากเตียง ... ระหว่างนี้ต้องรบกวนเจ้าแล้วนะอาฟาง” ตาโจวหันมาบอกกับจางฟาง

“ถึงหมอโจวไม่บอกข้าก็จะมาช่วยดูแลเสี่ยวเหนียงแน่นอนเจ้าค่ะ…อ๊ะ เสียงท่านแม่เรียกเดี๋ยวข้ามานะเจ้าคะ” จางฟาง รีบรับคำแล้วเดินออกจากห้องไป จึงทำให้เหลือเพียงแค่เยี่ยหลันและตาโจวเท่านั้น

“เสี่ยวเหนียงเจ้าเป็นหมอหรือ” ตาโจวถามขึ้น

เยี่ยหลันมองประเมินเขาชั่วครู่จึงพยักหน้ารับในที่สุด

ตาโจวเห็นดังนั้นก็พูดต่อ “โชคดีที่มีเจ้าอยู่ไม่อย่างนั้น .. เฮ้อ … ข้าไม่อยากจะคิดเลย”

เขาส่ายหน้าไปมาดวงตาเขาฉายแววเหนื่อยล้าอยู่บ้าง

“ข้ามีหลายคำถามจะถามเรื่องการรักษาของเจ้า แต่ปัญหาเรื่องที่เจ้าพูดไม่ได้ช่างลำบากเสียจริง เช่นนี้แล้วกันอีกสองวันข้าจะเริ่มฝังเข็มรักษาลิ้นให้ จากนั้นพวกเราค่อยพูดถึงเรื่องอื่น”

เยี่ยหลันฟังจบดวงตาก็เปล่งประกาย ยกมือขึ้นทำท่าขอบคุณตาโจว

เขาหัวเราะออกมาและบอกว่า “เจ้านับเป็นผู้มีพระคุณของพวกเราไม่ต้องขอบคุณ ฮ่าๆ”

‘เหอๆ การที่พูดไม่ได้นี่ลำบากอย่างที่ท่านว่าจริงๆ นั่นแหละ ไม่อย่างนั้นคงไม่รอให้เจ้าหมอนั่นใกล้ตาย ข้าถึงจะมีโอกาสลงมือรักษา หากรักษาเร็วกว่านี้ข้าจะเหนื่อยจนเกือบแท้งลูกหรือ’

เยี่ยหลันคิดแล้วก็อดที่จะหลับตาลงเพื่อปกปิดดวงตาที่กรอกขึ้นฟ้าของนางอย่างเสียไม่ได้
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel