บทที่ 5 เดินทางเข้าเมืองหลวง
ในที่สุดเรือโดยสารก็เทียบท่าที่เมืองทงโจว หลีกวงช่วยประคองฮูหยินผู้เฒ่าหลีเดินลงจากเรือด้วยตนเองอย่างระมัดระวัง ก่อนจะเหลียวหลังมาเอ่ยกำชับพวกสาวใช้ทุกคนด้วยความรู้สึกว่าไม่อาจจะวางใจ
“พื้นเรือค่อนข้างลื่น พวกเจ้าช่วยประคองฮูใหญ่และฮูหยินสามให้ดีๆ เสียงเกอเจ้าคอยตามหลังเซียงเอ๋อร์ช่วยระวังหลังให้น้องสาวของเจ้า”
“ท่านพ่อโปรดวางใจ ข้ากำลังเดินตามมาด้านหลังท่านแม่ อาสะใภ้สามและน้องสาวอยู่ขอรับ” หลีเหวินเสียงพูดเสียงดังตอบกลับคำสั่งของหลีกวงด้วยน้ำเสียงมีแววระอาเล็กน้อย
หลีเซียงอวี้สวมใส่หมวกที่มีผ้าโปร่งย้อยลงมาปิดบังใบหน้ายาวถึงลำคอ นางเผยรอยยิ้มขบขันเล็กน้อยกับท่าทางของท่านลุงใหญ่และพี่ชายรองของนาง ก่อนจะเอ่ยตอบกลับท่านลุงใหญ่ของนางด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “ท่านลุงใหญ่ หลานจะเดินอย่างระมัดระวังเจ้าค่ะ ท่านไม่ต้องเป็นห่วง”
“ดี” หลีกวงส่งเสียงอ่อนโยนตอบรับหลานสาว แล้วหันไปมองถังซื่อผู้เป็นภรรยาของตนอย่างไม่วางใจอีกครั้ง เมื่อเขาเห็นว่าในยามนี้เฝิงซื่อผู้เป็นน้องสะใภ้สามของตนเดินมาช่วยประคองถังซื่อด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงแล้วเขาจึงรู้สึกวางใจได้ลง
เฝิงเสวี่ยเป็นสตรีที่มาจากตระกูลเฝิง เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงเรื่องฝีมือการต่อสู้ที่สูงส่งในแถบเจียงหนาน หากตระกูลใดทำหน้าที่ขนส่งสินค้าหรือต้องการผู้คุ้มกันในแถบเจียงหนานล้วนจะต้องไปหาเรือหรือหาคนที่จวนตระกูลเฝิงทั้งสิ้น
น้องสะใภ้สามขของเขาก็มีทักษะฝีมือการต่อสู้ไม่ธรรมดาเช่นกัน ครั้งหนึ่งนางเคยเดินตลาดแล้วเจอกลุ่มคนอันธพาลเข้า นางจึงแสดงฝีมือกำราบอันธพาลเหล่านั้นจนเป็นที่กล่าวขาน ดังนั้นถ้าหากพูดถึงความปลอดภัย หลีกวงจึงไว้ใจเฝิงซื่อมากกว่าตนเองเสียอีก
การเดินทางมาเมืองหลวงครั้งนี้ คนตระกูลหลีอาศัยเรือโดยสารของตระกูลเฝิง จึงได้มีห้องพักดีๆ และมีผู้คุ้มกันความปลอดภัยตลอดการเดินทาง ดังนั้นก่อนจะลงเรือหลีกวงจึงต้องพามารดาไปรับการคำนับทักทายจากพ่อบ้านคนสำคัญของตระกูลเฝิงก่อนแล้วจึงค่อยเดินข้ามสะพานเรือไปยังแผ่นดินของเมืองทงโจว
หลีเกามายืนรอต้อนรับคนตระกูลหลีด้วยตนเองนานแล้ว เมื่อเขาเห็นพี่ชายคนโตพามารดาเดินลงมาจากเรือ เขาจึงรีบเดินไปคำนับทักทายมารดาและพี่ชายก่อนจะหันไปคำนับทักทายพี่สะใภ้ใหญ่ แล้วจึงส่งสายตาตอบรับรอยยิ้มหวานจากเฝิงเสวี่ยผู้เป็นภรรยาของเขา
หลีเซียงอวี้จ้องมองบิดาด้วยความคิดถึงและสะเทือนใจเล็กน้อย ท่านพ่อของนางในยามนี้ยังเป็นบุรุษหนุ่มที่มีรูปร่างกำยำใบหน้าผ่องใส ไม่มีริ้วรอยของความสิ้นหวังและความเศร้าโศกฉาบฉายอยู่บนใบหน้าของเขาแม้แต่น้อย ปีนี้ท่านพ่อของนางยังอยู่ในวัย 32 ปี เป็นช่วงเวลาของบุรุษหนุ่มที่กำลังเริ่มยืนอยู่บนความสำเร็จของชีวิต
หลีเกาเพิ่งได้เลื่อนขั้นเป็นขุนนางขั้นห้ารับตำแหน่งเป็นเส้าชิง ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าสืบสวนของศาลต้าหลี่ แม้จะมีถ้อยคำที่ว่าคนในตระกูลจะต้องรับตำแหน่งขุนนางขั้นสามขึ้นไปจึงจะเรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตระกูลใหญ่ของต้าโจว
แต่ตำแหน่งในศาลต้าหลี่ไม่เหมือนตำแหน่งขุนนางอื่นๆ เพราะเจ้าหน้าที่ของศาลต้าหลี่มีอำนาจตรวจสอบขุนนางทุกคนในราชสำนักได้ หลีเกาจึงภาคภูมิใจในหน้าที่ของตนเองในยามนี้ยิ่งนัก
“ท่านพ่อ” หลีเซียงอวี้รอให้หลีเกาทักทายทุกคนเสร็จ นางจึงเดินไปคำนับผู้เป็นบิดาด้วยท่าทางนอบน้อม สำหรับบิดาแล้วเขาไม่ได้พบหน้านางมานานเพียงสามเดือนเท่านั้น แต่สำหรับหลีเซียงอวี้แล้วนางไม่ได้พบหน้าบิดามานานเกือบสามสิบปี ถือเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานแสนโดดเดี่ยวของนาง
“เจ้าจงใช้ชีวิตอยู่ต่อไปให้ดี” นี่คือคำสั่งเสียครั้งสุดท้ายที่หลีเกาพูดกับนางในปีนั้น
หลีเซียงอวี้มีเพียงความทรงจำอันเจ็บปวดนี้ถูกเก็บซ่อนอยู่ในใจจึงทำให้นางอดทนใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ต่อมาได้อีกหลายสิบปี ในยามนี้เมื่อนางได้พบหน้าบิดาอีกครั้ง ดวงตากลมโตจึงเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาแห่งความดีใจ
“บุตรสาวคนดี เหตุใดจึงผอมลงเช่นนี้ นี่เจ้าคงจะเลือกกินแต่อาหารที่ชอบ เอาแต่ใจตนเองอีกแล้วสินะ”
“ท่านพี่อย่าได้ตำหนิลูกเลยเจ้าคะ การเดินทางมาเมืองหลวงครั้งนี้เป็นการเดินทางไกลครั้งแรกของเซียงเอ๋อร์ มิหนำซ้ำลูกยังป่วยหนักมากอีกด้วยเจ้าค่ะ” เฝิงเสวี่ยรีบบอกผู้เป็นสามี เพราะกลัวว่าเขาจะพูดจนทำให้บุตรสาวสะเทือนใจ
หลีเหวินเสียงเองก็รีบเดินมาคำนับท่านอาสามของเขาและพูดปกป้องน้องสาวในทันที “หลานคำนับท่านอา น้องสาวกังวลใจเรื่องสุขภาพของท่านปู่จนล้มป่วยขอรับ”
หลีเกาจึงรู้สึกผิดขึ้นมาทันที ยิ่งเห็นบุตรสาวล้วงผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาใช้ซับน้ำตา เขาจึงยิ่งอึกอักไม่รู้จะพูดจาปลอบโยนบุตรสาวอย่างไรดี
“เอาล่ะพวกเรารีบเดินไปขึ้นรถม้ากันเถิด ที่ตรงนี้อากาศค่อนข้างเย็น” หลีกวงช่วยน้องชายที่กำลังทำตัวไม่ถูกโดยการพูดเร่งให้ทุกคนรีบเดินไปขึ้นรถม้า
“ใช่แล้วรถม้าของพวกเราอยู่ทางด้านนั้น ท่านแม่ลูกสั่งให้สาวใช้จุดเตาไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้รถม้ารอท่านแม่แล้วขอรับ” หลีเกาส่งสายตาสำนึกผิดไปให้บุตรสาว ก่อนที่เขาจะรีบเดินขึ้นหน้าไปช่วยพี่ชายคนโตช่วยประคองฮูหยินผู้เฒ่าหลีเดินไปอีกด้าน
“เซียงอวี้” หลีเหวินเสียงหันมาเรียกน้องสาวอย่างปลอบใจ
“พี่ชายรอง น้องสาวไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะ ไม่ได้เสียใจที่ท่านพ่อแกล้งพูดจาหยอกเย้า เพียงแค่ได้เห็นหน้าท่านพ่อแล้วน้ำตาก็ไหลออกมาเองเท่านั้น”
“ได้ เจ้าไม่เสียใจก็ดีแล้ว พวกเรารีบเดินไปยังรถม้ากันเถิด”
น้ำเสียงของหลีเหวินเสียงบ่งบอกว่าเขาไม่เชื่อคำแก้ตัวของน้องสาวเลยสักนิด หลีเซียงอวี้รู้ดีว่าพี่ชายรองไม่เข้าใจตน จึงได้แต่เม้มปากสะกดกลั้นอารมณ์สะเทือนใจของตนเองเอาไว้ไม่ได้อธิบายอะไรให้พี่ชายคนรองเข้าใจตนอีกให้เสียเวลา…
หลีเซียงอวี้ได้ขึ้นไปนั่งรถม้าคันเดียวกับฮูหยินผู้เฒ่า เพราะรถม้าคันนี้มีขนาดใหญ่กว้างขวางและอบอุ่นที่สุด และต่อมานางต้องเผยยิ้มอย่างซาบซึ้งให้แก่ผู้เป็นบิดา เมื่อเขาเดินกลับมาหานางอีกรอบเพื่อนำกล่องผลไม้เชื่อมนำมามอบให้นาง
“นี่คือผลไม้เชื่อมร้านขนมตระกูลจี้ ร้านขนมตระกูลจี้มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองหลวงมาก เจ้าลองชิมดูว่าชอบหรือไม่ ถ้าชอบพรุ่งนี้พ่อจะสั่งให้คนไปต่อแถวรอซื้อผลไม้เชื่อมนำมาให้เจ้าเพิ่มอีก”
“ขอบคุณท่านพ่อมากๆ เจ้าค่ะ” หลีเซียงอวี้รับกล่องผลไม้เชื่อมมาจากบิดา ภายในใจรู้สึกอบอุ่นซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง ถึงแม้นางในยามนี้จะไม่ชอบกินผลไม้เชื่อมเหล่านี้แล้วก็ตาม เพราะถ้าหากนับอายุของตนในยามนี้รวมกับอายุในชีวิตที่ตายไปแล้ว ถือว่านางมีอายุมากกว่าผู้เป็นบิดาในยามนี้เสียอีก
โดยที่ไม่รู้แม้แต่น้อยเลยว่าในยามนี้หลีเกาแอบพยักชื่นชมตนเองอยู่ในใจ เขาช่างเป็นบิดาที่ดีและเข้าใจความต้องการของบุตรสาวที่สุดแล้ว บุตรสาวอายุยังน้อย เด็กสาวอายุน้อยล้วนชื่นชอบกินของหวานเป็นที่สุด …
ขบวนรถม้าของตระกูลหลีมีหลายคัน ทำให้หลายๆ คนรู้สึกสนใจทางการเดินทางของคนตระกูลหลีเป็นอย่างมาก มีผู้คนที่นำเรื่องโชคร้ายของท่านหมอหลวงหลีนำมาพูดคุย ทำให้ฉินหมิงหย่วนและผู้ติดตามอีกสี่คนที่ยืนรอให้คนไปติดต่อขอเช่ารถม้าได้ยินเรื่องราวที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง
เขาจึงได้รับรู้ข่าวเรื่องที่องค์ชายรองถูกลอบวางยาพิษ แล้วหมอหลวงทั้งหลายถูกฮ่องเต้สั่งโบยเป็นการลงโทษ ท่านหมอหลวงหลีที่มีอายุมากแล้ว จึงได้ล้มป่วยหนักเพราะคำสั่งลงโทษเพื่อระบายโทสะของฮ่องเต้ในครั้งนี้
ฉินหมิงหย่วนบิดเบ้ปาก ฮ่องเต้สั่งให้ตายขุนนางไม่อาจไม่ยอมตาย แต่ชีวิตนี้ของเขา เขาจะไม่ยอมปล่อยให้ตนเองต้องจบชีวิตลงเหมือนดังฝันร้ายทุกค่ำคืนในยามที่เขาอยู่บนเรือโดยสารของตระกูลเฝิงเป็นอันขาด…
