บทที่ 4 บ้านใหญ่ตระกูลหลี
ห้องพักชั้นหนึ่งทางด้านหน้าเป็นที่พักของนายท่านใหญ่ตระกูลหลีและภรรยาของเขา หลีกวงนั่งมองใบสั่งยาบนกระดาษสีเหลืองด้วยสีหน้าครุ่นคิด
“นายท่านใหญ่ ใบสั่งยานี้คุณหนูรองเป็นผู้เขียนแล้วสั่งให้บ่าวไปจัดยาตามเทียบนี้ แต่บ่าวกลัวความผิดพลาดจึงนำใบสั่งยามาให้นายท่านใหญ่ตรวจก่อนขอรับ”
หลีกวงส่งแผ่นกระดาษคืนให้ผู้ช่วยของเขาแล้วพูดว่า “เจ้าไปจัดยาตามนี้ได้ คุณหนูรองเขียนเทียบยาได้ดียิ่ง”
เมื่อผู้ช่วยของเขาเดินออกไปจากห้องแล้วถังซื่อจึงเดินออกมาจากด้านหลังของฉากกั้น “เหตุใดเซียงเอ๋อร์ถึงได้กล้าขนาดจัดยาให้ตนเอง ไม่ได้เรื่องนี้ข้าจะต้องนำไปตำหนินาง”
“เจ้าอย่าได้นำเรื่องนี้ไปตำหนิหลานอีกเลย หนนี้นางเขียนเทียบยาบำรุงร่างกายได้ดีมากกว่าข้าเสียอีก” หลีกวงพูดถึงหลานสาวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ
“ท่านพี่ ท่านจะคอยตามใจเซียงเอ๋อร์อีกต่อไปไม่ได้แล้ว ถ้าหากวันใดหลานสาวจ่ายยาผิดพลาดให้ตนเองหรือผู้อื่น ท่านพี่จะปกป้องหลานสาวได้ทันเวลาหรือเจ้าคะ ที่สำคัญในเมืองหลวงก็มิใช่หมู่บ้านถงหลินของพวกเรา ไม่มีคุณหนูสกุลดีๆ ของตระกูลใดที่ทำตัวเป็นหมอหญิงที่ให้การรักษาผู้อื่นเช่นหลานสาวมาก่อน ท่านอย่าได้สนับสนุนหลานสาวในทางที่ผิดอีกต่อไปเลยเจ้าค่ะ”
เมื่อถังซื่อพูดความในใจจบก็มองเห็นผู้เป็นสามีทำสีหน้าสุดแสนเสียดาย นางจึงถอนหายใจไม่พูดอะไรเพิ่มอีก
“แต่ในบรรดาบุตรหลานของตระกูลหลีของพวกเรา เซียงอวี้มีพรสวรรค์ในการปรุงยามากที่สุดแล้ว” หลีกวงพูดด้วยน้ำเสียงเสียดายอีกครั้ง
“นี่เป็นเพราะท่านพี่และท่านพ่อสามี ตามใจเซียงเอ๋อร์มากกว่าผู้ใดมากกว่าจึงได้ปล่อยให้นางศึกษาตำราสมุนไพรจนแทบจะหมกตัวอยู่แต่ในห้องปรุงยาตั้งแต่เด็กจนโต แต่ปีนี้เซียงเอ๋อร์อายุสิบสามปีแล้ว ไม่อาจจะปล่อยให้หลานสาวเอาแต่หมกมุ่นเรื่องตำรายาสมุนไพรเหล่านี้ได้อีกต่อไป ส่วนคำพูดเมื่อครู่ของท่านพี่ถ้าหากเสียงเกอมาได้ยินเข้า เขาจะต้องเสียใจมากแน่ๆ เจ้าค่ะ”
เมื่อถังซื่อพูดถึงบุตรชายคนโต หลีกวงจึงมีสีหน้าเคร่งขรึม “เขาต้องเสียใจนั่นก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว ผู้ใดใช้ให้เขาสู้ไม่ได้แม้แต่น้องสาวที่อ่อนวัยกว่าเขาตั้งหลายปีกัน”
“ท่านพี่ เป็นเพราะท่านไม่เคยพูดจาดีๆ กับเสียงเกอบ้าง หากท่านช่วยอดทนใจเย็นใช้น้ำเสียงอ่อนโยนสั่งสอนเขาเหมือนดังที่ท่านพี่ช่วยพูดสอนหลานสาวบ้าง ไม่แน่ว่าอะไรๆ คงจะดีมากกว่านี้”
“เขาเป็นบุรุษ จะให้ข้าอดทนใจเย็นกับเขาเหมือนเซียงเอ๋อร์ได้อย่างไร”
“ท่านพี่ ท่านอาจจะไม่รู้ตัวแต่เสียงเกอมีนิสัยเหมือนกับท่านพี่ที่สุดแล้ว เขาชอบไม้อ่อนมิชอบไม้แข็งท่านพี่ลองปรับเปลี่ยนวิธีการสอนลูกดูบางทีอาจจะได้ผลก็ได้เจ้าค่ะ”
สองสามีภรรยาของบ้านใหญ่ตระกูลหลีปิดประตูพูดคุยปรึกษากันเรื่องการสั่งสอนบุตรหลานอย่างเคร่งเครียด และพูดคุยเกี่ยวกับอาการป่วยของท่านผู้เฒ่าหลีด้วยความกังวลใจ
เสียงเกอที่สามีภรรยาคู่นี้กำลังพูดถึงคือคุณชายรองหลีเหวินเสียง ผู้ที่ทุกคนในตระกูลหลีหวังว่าเขาจะเป็นผู้สืบทอดดูแลกิจการโรงหมอตระกูลหลีคนต่อไป เนื่องจากเขาเป็นบุตรชายคนโตของบ้านใหญ่
บ้านใหญ่ของตระกูลหลี มีบุตรสาวหนึ่งคนและบุตรชายสองคน คือคุณหนูใหญ่หลีฟางเซียน คุณชายรองหลีเหวินเสียง และคุณชายสี่หลีเหวินรุ่ย ซึ่งในยามนี้คุณหนูใหญ่ได้แต่งงานออกเรือนไปยังจวนอันกั๋วกงนานสี่ปีแล้ว ส่วนคุณชายสี่อาศัยอยู่ในเมืองหลวงภายใต้การดูแลของนายท่านรองและฮูหยินรองตระกูลหลี…
ในยามนี้หลีเหวินเสียงกำลังนั่งมองดูน้องสาวดื่มยาที่เขานำมาให้ด้วยท่าทางใจเย็น เมื่อเห็นน้องสาวกินยาอย่างว่าง่ายไม่ดื้อดึงเพราะกลัวความขมของยาเหมือนเมื่อก่อนเขาจึงแปลกใจเป็นอย่างมาก
หลังจากอาการป่วยคราวนี้เซียงอวี้ดูเปลี่ยนไปมากจริงๆ ในสายตาพี่ชายที่ใกล้ชิดกับน้องสาวผู้นี้มากกว่าผู้อื่น แต่เมื่อเขามองเห็นน้องสาวรีบหยิบผลไม้เชื่อมเข้าปากเพื่อดับความขมของยาก่อนจะหลับตาปี๋ เขาจึงอมยิ้มเพราะนี่คือท่าทางปกติที่น้องสาวของเขาชอบทำ
เขาอดที่จะเอื้อมมือไปเคาะหน้าผากของน้องสาวอย่างเอ็นดูไม่ได้และพูดว่า “การหลับตามิได้ช่วยให้ลิ้นของเจ้ารับรสหวานของผลไม้เชื่อมมากกว่าความขมของยาเสียหน่อย”
หลีเซียงอวี้เปิดตามองหลีเหวินเสียง ก่อนจะถอนหายใจ พี่ชายรองยังคงแสนดีและอบอุ่นเหมือนในความทรงจำของนาง เนื่องจากทั้งคู่ชื่นชอบการปรุงยาและชอบเกี่ยวกับการปลูกพืชสมุนไพรเหมือนกัน นางจึงสนิทสนมกับพี่ชายคนรองผู้นี้ยิ่งกว่าคุณชายสามหลีเหวินซานพี่ชายแท้ๆ ของนางเสียอีก
“พี่ชายรอง ท่านชอบลงมือกับหัวของข้าเสียจริง”
“ฮ่าๆ วางใจได้พี่ชายเคาะหน้าผากเจ้าเบาๆ เท่านั้น ไม่กล้าเคาะแรงจนเจ้าโง่งมหรอก พี่ชายไม่อยากจะต้องเลี้ยงเจ้าไปตลอดชีวิต”
“พี่ชายรอง!” หลีเซียงอวี้แสร้งทำท่าโกรธเคืองแง่งอนเล็กน้อย ก่อนจะแอบมองท่าทางเม้มปากกลั้นหัวเราะอย่างได้ใจของพี่ชายคนรองด้วยสายตาละโมบเล็กน้อย ท่าทางเช่นนี้ฝังลึกอยู่ในความทรงจำอันเจ็บปวดของนางมาเนิ่นนาน หลีเซียงอวี้ไม่คิดเลยว่านางจะโชคดีได้ย้อนกลับมาเห็นท่าทางเช่นนี้ของหลีเหวินเสียงอีกครั้ง
ความจริงแล้วพี่ชายรองเก่งในด้านการปรุงยาเป็นอย่างมาก แต่เขาถูกท่านลุงใหญ่สั่งสอนและกดข่มจนไร้ความกล้า หลีเซียงอวี้คิดทบทวนถึงเรื่องราวในชีวิตก่อน เมื่อท่านปู่เสียชีวิตทุกคนในตระกูลหลีต้องไว้ทุกข์ แล้วอีกสามปีข้างหน้าหลังจากการออกทุกข์พี่ชายรองจะเป็นผู้ที่ช่วยท่านลุงคิดปรุงยาในการถอนพิษให้แก่องค์ชายรองได้สำเร็จ
แต่หลีเซียงอวี้ไม่คิดจะยินยอมให้ตระกูลหลีมีอนาคตเช่นนั้นอีกแล้ว อย่างน้อยหนนี้ท่านปู่ของนางจะต้องไม่ตาย สูตรยาถอนพิษขององค์ชายรองอยู่ในความทรงจำของนางแล้ว ผู้ที่ถอนพิษให้องค์ชายรอง จะต้องไม่ใช่ท่านลุงใหญ่ของนางและยิ่งไม่ใช่คนในตระกูลหลี
หลีเซียงอวี้คิดวางแผนจะมอบสูตรยาถอนพิษนี้ให้แก่ผู้อื่น เพื่อไม่ให้ทุกคนในตระกูลหลีมีความดีความชอบแต่กลับถูกผู้อื่นวางแผนกลั่นแกล้งและแก้แค้นเอาคืนอย่างหนักในตอนสุดท้าย…
“เซียงอวี้ เจ้าเหม่อใจลอยไปที่ใด นี่เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่เหตุใดสีหน้าของเจ้าจึงดูเคร่งเครียดและกังใจเช่นนี้”
“เปล่าเจ้าค่ะพี่ชายรอง” หลีเซียงอวี้เอ่ยปฏิเสธด้วยความเคยชิน
“เปล่าอย่างนั้นรึ?” หลีเหวินเสียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อถือ
หลีเซียงอวี้จึงฝืนยิ้มแล้วพยายามพูดกลบเกลื่อนว่า “พรุ่งนี้จะถึงเมืองทงโจวแล้ว ข้าแค่คิดเป็นห่วงท่านปู่เจ้าค่ะ ไม่รู้ว่าท่านปู่ป่วยหนักมากแค่ไหน ท่านลุงใหญ่จะช่วยรักษาอาการป่วยของท่านปู่ให้หายได้หรือไม่”
เมื่อน้องสาวพูดถึงอาการป่วยของท่านปู่ หลีเหวินเสียงจึงเข้าใจความกังวลและความเคร่งเครียดบนสีหน้าของน้องสาว เขาพยายามฝืนยิ้มและพูดปลอบใจน้องสาวและพูดเพื่อปลอบใจตนเองว่า
“เซียงอวี้เจ้าวางใจเถิด ท่านลุงใหญ่ของเจ้า เขาเก่งมากจะต้องช่วยรักษาอาการป่วยของท่านปู่ให้หายป่วยได้อย่างแน่นอน”
