บท
ตั้งค่า

ตอนที่4: เจอศึกหนักอย่างต่อเนื่อง

นางสีหน้าปลดสียิ้มแห้งก่อนจะกล่าวกลบเกลื่อนเปลี่ยนเรื่องจูงมือตนไปนั่งที่โต๊ะไม้เตี้ยนั่งพื้นตั้งอยู่ภายในห้อง แล้วยกกาน้ำชามารินใส่จอกพร้อมกับยกกล่องขนมหมั่นโถวที่นางนำมาให้ชิม แต่ในใจเฟยหรงนั้นกลับไม่อยากจะเสวนากับผู้ที่ฆ่าตนนักจึงกล่าวปฏิเสธขึ้นทันที

"ข้ายังไม่หิว ข้าอยากพักผ่อนมากกว่า"

"ได้เช่นไรกันน้องหญิงพี่ตั้งใจให้นางกำนัลใช้แป้งชั้นดีทำของโปรดเจ้ามาให้เลยนะ ลองชิมดูก่อนแล้วเจ้าจะติดใจ"

นางหยิบหมั่นโถวขึ้นมาหนึ่งชิ้นด้วยท่าทีอ่อนโยนประณีตแล้วยื่นมาจ่อปากของตนราวกับยัดเยียดจะให้กินให้ได้ 

แต่เฟยหรงกลับมีความรู้สึกขัดใจกระอักกระอ่วนในความเสเเสร้งของนางอย่างบอกไม่ถูกจนเผลอปัดหมั่นโถวในมือของนางทิ้งต่อหน้าต่อตานางกำนัลทั้งหมดอย่างไม่ตั้งใจราวกับว่าร่างกายสั่งการไปเองทั้งที่ตนไม่ได้คิดที่จะทำเช่นนั้นเลยแม้แต่น้อย

นางถึงกับตกใจในการกระทำของเฟยหรงเช่นนั้นรวมทั้งบ่าวไพรนางกำนัลที่ต่างพากันเเง้มหน้าขึ้นมามองเหตุการณ์อย่างอึ้งตกใจไปตามๆ กันนางจึงรู้สึกอับอายเป็นอย่างมากก่อนจะกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจทันที

"น้องหญิงไยเจ้าทำเช่นนี้"

"อะ…เอ่อ ขะ…ข้ามิได้ตั้งใจ"

"พี่อุตส่าห์ตั้งใจนำมาให้เจ้า แต่เจ้ากับทำลายความตกใจของพี่เช่นนี้ช่างน่าน้อยใจยิ่งนัก"

ไม่ใช่แค่นางที่ตกใจแม้แต่เฟยหรงเองก็ยังตกใจในการกระทำของตนเองเช่นกันคิดในใจว่าทำอันใดลงไปจึงรีบกล่าวแก้ต่างกับนางทันที

"อะ...เอ่อขะ...ข้าคงเหนื่อยมิได้ตั้งใจทำให้พี่หญิงน้อยใจเช่นนี้"

"ถ้าเช่นนั้นเจ้าพักผ่อนเสียเถิดแล้วพี่จะมาเยี่ยมเจ้าใหม่ภายหลังก็แล้วกัน"

นางกล่าวพลางยิ้มแห้งก่อนจะลุกขึ้นเดินออกกลับจากจวนไปพร้อมกับนางกำนัลทันทีทั้งที่ตนยังไม่ทันได้กล่าวลา นางคงไม่พอใจอย่างหนักที่ทำให้นางอับอายต่อหน้านางกำนัลเช่นนั้นแต่ต้องกดอารมณ์ฝืนแสดงทำอ่อนโยนออกมาเพื่อไม่ให้ใครเห็นธาตุแท้เอาไว้ก่อนจะจากไป

หลังจากนางกลับไปแล้วทำให้เฟยหรงรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมากถึงขั้นถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาเสียงดังพลางบ่นพึมพำ

"เห้อออ ไปสักทีผู้หญิงอะไรร้ายชะมัด”

"คุณหนูกล่าวอันใดนะเจ้าคะ?"

เฟยหรงที่กำลังยืนเท้าสะเอวบ่นพึมพำด้วยความโล่งใจอย่างลืมตัวอยู่นั้น จู่ๆ ลี่อินก็โผล่หัวมาทางด้านหลังแล้วยื่นหน้ามาถามอย่างไม่ให้สุ่มให้เสียงตนถึงกับสะดุ้งตกใจก่อนจะรีบกล่าวแก้ต่างอย่างรวดเร็ว

"มะ...ไม่มีอะไร"

"ไม่มีอะไร?คือ...อันใดเจ้าคะ"

"อะ...เอ่อก็ไม่มีอันใดนั่นแหละ แล้วเมื่อครู่นั้นเจ้าได้ยินที่ข้ากล่าวหรือไม่"

"บ่าวยังถามคุณหนูอยู่เลยว่ากำลังบ่นอันใด"

"เช่นนั้นรึ"

"เจ้าค่ะ แต่บ่าวรู้สึกสงสัยมากเลยนะเจ้าคะ"

"สงสัยอันใด?"

"ตั้งแต่คุณหนูตกม้าจนสลบไปหลายวันพอฟื้นขึ้นมาคุณหนูของบ่าวก็แปลกประหลาดไปจากแต่ก่อนอย่างสิ้นเชิงเลย ทั้งกิริยาท่าทางคำกล่าววาจาก็ดูแข็งกระด้างราวมิใช่กับคุณหนูหรงเฟยผู้นอบน้อมที่เห็นจากผิดเป็นถูกอย่างที่บ่าวเคยรู้จักเลยนะเจ้าคะ มิหนำซ้ำวาจาก็ชวนแปลกประหลาดคุณหนูของบ่าวมิเคยต่อว่าผู้ใดแล้วไยเพลานี้กลับกล้าตอบโต้กล่าววาจาเช่นนั้นกับคุณหนูเย่วจินล่ะเจ้าคะ คุณหนูรู้หรือไม่บ่าวตกใจมากเลยเจ้าค่ะ"

ลี่อินกล่าวอย่างกระตือรือร้นในความสงสัยอย่างตั้งใจอธิบายให้เฟยหรงฟังจนยาวเหยียดแต่ตนนั้นกลับสะดุดใจกับชื่อแซ่ของตนในยุคนี้ที่นางได้กล่าวมาเสียมากกว่าจึงได้กล่าวถามลี่อินซ้ำอีกครา

      "เจ้าว่าข้าชื่ออันใดนะ?"

"คุณหนูก็ชื่อหลี่หรงเฟยอย่างไรล่ะเจ้าคะ คุณหนูของบ่าวจำแม้กระทั่งชื่อแซ่ตนเองมิได้แล้วรึ!"

ลี่อินดวงตาเบิกกว้างพลางยกขึ้นมาปิดปากของตนด้วยความตกใจแต่เฟยหรงกลับไม่สนใจนางเลยแม้แต่น้อย คิดในใจว่าไม่คิดเลยว่าตนเองในยุคนี้จะมีชื่อที่คล้ายคลึงกับชื่อของตนในยุคปัจจุบันเพียงแค่ชื่อสลับกันเท่านั้นเองไยทุกอย่างมันดูบังเอิญน่าเหลือขนาดนี้ได้

"เปล่าไม่มีอันใด ข้าแค่อยากถามเตือนสติเจ้าเท่านั้น"

"เตือนสติบ่าว?...เตือนเรื่องอันใดเจ้าคะ"

"เจ้านี่ขี้สงสัยเสียจริง มิต้องรู้สักเรื่องจะได้หรือไม่"

เฟยหรงเริ่มรำคาญในความขี้สงสัยของลี่อินเต็มทีจึงกล่าวต่อว่านางกลับไปด้วยความหงุดหงิดนางจึงรีบยกเอามือขึ้นปิดปากของตนอย่างสำนึกผิดทันทีแล้วกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงและสีหน้าละห้อย

"ก็ได้เจ้าค่ะคุณหนู"

"ท่านแม่ทัพกลับมาแล้ววว!!"

จู่ๆ เสียงตะโกนดังลั่นมาจากข้างนอกเหมือนเกิดอันใดขึ้นสักอย่างทำให้ตนต้องหันมองออกไปข้างนอกทันทีด้วยความสงสัยพลางกล่าวกับถามลี่อิน

"เกิดอะไรขึ้น?"

"นะ...นายท่านกับคุณชายรองกลับมาแล้วเจ้าค่ะ!"

"ใครนะ?"

"ไปเร็วเจ้าค่ะ"

"ดะ...เดี๋ยวสิ!"

ลี่อินมีท่าทางดีใจเป็นอย่างมากรีบเข้ามาคว้ามือของเฟยหรงจูงให้วิ่งตามนางทั้งที่ยังไม่ทันตั้งตัวจนวิ่งมาถึงหน้าประตูจวนใหญ่อย่างทุกลักทุเลท่าทีเหนื่อยหอบเมื่อถูกลี่อินลากวิ่งพามาอย่างไม่รู้อีโหน่อีเหน่

"จะ...เจ้าจะพาข้าไปไหนกันเหตุใดต้องรีบวิ่งมาขนาดนี้ข้าเหนื่อยจะแย่ แฮก แฮก"

เฟยหรงกล่าวถามลี่อินพลางหอบเหนื่อยก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองไปข้างหน้าแล้วสายตาก็ได้ไปสะดุดเข้าขบวนทหารกำลังขี่ม้าเคลื่อนมาทางหน้าจวนอย่างสง่าน่าเกรงขาม

ตนถึงกับชะงักนิ่งหายเหนื่อยหอบภายในพริบตาขึ้นมาทันที ลี่อินก็ได้กล่าวขึ้นพลางทำท่าดีอกดีใจชะเง้อมองขบวนทหารที่กำลังขี่ม้าพวกนั้นอย่างตื่นเต้น

"นายท่านกับคุณชายรองกลับมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู"

"ข้ารู้แล้ว แต่นายท่านกับคุณชายรองที่เจ้าว่านั่นคือผู้ใด"

"ก็แม่ทัพหลี่กับเเม่ทัพซีห่าว บิดากับพี่ชายคนรองของคุณหนูเจ้าค่ะ"

"ท่านพ่อ! พี่ชาย!"

"เจ้าค่ะ พวกท่านทั้งสองออกไปทำศึกได้รับชัยชนะกลับมาอีกแล้วเจ้าค่ะ"

ลี่อินกล่าวจบทำท่าทีดีใจเข้าไปใหญ่แต่เฟยหรงในครานี้กลับรู้สึกเพลียขึ้นมาทันทีตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาอยู่ที่นี่ก็ต้องมาเจอกับเรื่องที่น่าตกใจทั้งนั้น เมื่อไม่นานมานี้เจอกับพี่สาวฆาตกรยังไม่ทันพักหายใจหายคอนี่ก็ต้องมาเจอทั้งบิดาและพี่ชายของตนในยุคนี้อีก

เฟยหรงถึงกับตัดพ้อมาไม่รู้ว่าจะเจอเรื่องอะไรที่ทำให้ประหลาดใจกว่านี้อีกชีวิตตนเองในอดีตเหตุใดถึงช่างวุ่นวายได้เช่นนี้

"น้องหญิงพี่ชายของเจ้าผู้นี้กลับมาแล้วว!!”

เสียงตะโกนดังมาจากทางขบวนทหารที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ นั่นก็คือพี่ชายรองของตนกำลังโบกมือไปมาส่งสัญญาณพลางตะโกนเสียงเรียก

เฟยหรงถึงกับเอามือกุมขมับตนเองรู้สึกเพลียใจที่ตนต้องมารับศึกหนัก เจอเรื่องปวดขมับตั้งเเต่วันเเรกไม่คิดเลยว่าตัวเองจากนักวิทยาศาสตร์ชั้นยอดต้องมาตามแก้ไขเรื่องอดีตที่ทำให้ปวดขมับเช่นนี้ได้ถึงกับต้องถอนหายใจเสียงดังเฮือกยาวๆ กว่าคราก่อนตอนพบกับพี่สาวฆาตกรกันเลยทีเดียว

"เห้อออออ"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel