ตอนที่5: ราชโองการ
ขบวนทหารเคลื่อนมาหยุดหน้าประตูจวนใหญ่ พร้อมกับวีรบุรุษสวมชุดเกราะทั้งสองเคลื่อนตัวลงจากหลังม้าเดินเข้ามาด้วยท่าทีองอาจน่าเกรงขาม
เฟยหรงที่ยืนมองนิ่งในความตะลึงตกใจอยู่นั้น จู่ๆ บุรุษผู้หนึ่งวิ่งได้พุ่งเข้ามากอดคออย่างรวดเร็วทำให้ดวงตาเบิกกว้างยืนตัวเกร็งแข็งทื่อไม่กล้าขยับ
“คิดถึงเจ้าที่สุดน้องหญิง พี่ซื้อของฝากมาเจ้าเยอะเลยน่า"
"ขะ...ข้าหายใจไม่ออกปะ..ปล่อยข้า แคกแคก"
นั่นก็คือซีห่าวเป็นพี่ชายที่ชอบแกล้งน้องสาวเป็นชีวิตจิตใจ แต่อีกทางหนึ่งกลับเป็นพี่ชายที่รักน้องมากๆ ตามใจน้องทุกอย่างเป็นสุภาพบุรุษชายชาตรีหน้าตาหล่อเหลาเอาการอาแก่กว่าเฟยหรงเพียงไม่กี่ปี
สตรีในเมืองต่างพากันคลั่งไคล้ในความหล่อและฝีมือในการรบของเขา กล่าวได้ว่าเป็นบุรุษที่สตรีทั้งเมืองต่างหมายปองอยากเป็นคู่ครอง สตรีนางใดโชคดีได้เขาเป็นคู่ชีวิตย่อมไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนซีห่าวนั้นประจำตำแหน่งเป็นแม่ทัพมือขวาของแม่ทัพหลี่ซึ่งเป็นบิดาของตนในยุคนี้นั่นเอง
"ปล่อยเเล้วๆ ขอโทษทีพี่ดีใจไปหน่อย ฮ่าฮ่าฮ่า"
"เจ้าลูกบ้า! ชอบเเกล้งน้องสาวเจ้ารุนเเรงเหลือเกิน น้องเจ้าเป็นสตรีเนื้อตัวบอบช้ำเพราะฝีมือเจ้าหมดเเล้วเห็นหรือไม่"
"โอ๊ยๆ ท่านพ่อข้าเจ็บๆๆ หะ...หูข้าโอ๊ยยย"
"ชอบเเกล้งน้องดีนัก ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้เข็ดหลาบนี่แหนะ"
"น้องหญิงช่วยพี่ด้วยยย! ท่านพ่อหูของข้าอ๊ากก!!"
เฟยหรงยืนมองเหตุการณ์จึงหันกระซิบถามลี่อินว่าควรจะเข้าไปช่วยห้ามปรามเเม่ทัพหลี่ที่กำลังทะเลาะกับลูกชายตัวเเสบดีของเขาดีหรือไม่
"ลี่อิน เจ้าไม่เข้าไปห้ามหน่อยรึ"
"มะ...ไม่ดีกว่าเจ้าค่ะ ทุกคราก็เป็นเช่นนี้อยู่เเล้ว"
ซีห่าวโดนเเม่ทัพหลี่ดึงใบหูจนเเดงกล่ำร้องโอดครวญ เฟยหรงกับลี่อินก็ได้แต่ยืนยิ้มเเห้งมองสองพ่อลูกกำลังทะเลาะกันอยู่พักใหญ่
เเม่ทัพหลี่ก็ได้ปล่อยมือที่กำลังดึงหูลูกชายตนออกแล้วกล่าวด้วยท่าทีเหนื่อยใจเเต่การสั่งสอนนี้กลับทำให้เฟยหรงนั้นรู้สึกถึงความอบอุ่นสนุกสนานและเสียงหัวเราะกับพวกเขาเสียอย่างนั้น
"ก็ข้าคิดถึงน้องหญิงหนิท่านพ่อ มิให้ข้าเเกล้งน้องเเล้วจะไปเเกล้งผู้ใดละขอรับ ตั้งเเต่ออกไปทำศึกข้ามิได้เเกล้งน้องหญิงข้าละนอนไม่ค่อยหลับเลย ฮ่าฮ่าฮ่า"
ซีห่าวกล่าวจบเเล้วหัวเราะออกมาอย่างชอบใจทั้งที่โดนบิดาของตนสั่งสอนไปหยกๆ เเม่ทัพหลี่ถึงกับยืนเท้าสะเอวส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะกล่าวด้วยความเหนื่อยใจกับลูกชายเข้าไปอีก
"ข้าสั่งสอนเจ้าไปหยกๆ ยังมีหน้ามายอกย้อนหัวเราะชอบใจได้อีกนะ ข้าน่าจะเคาะกะโหลกของเจ้าเเรงๆ สักที่ดีหรือไม่"
เเม่ทัพหลี่ยกมือขึ้นทำท่าทาง ซีห่าวจึงรีบยกมือขึ้นปิดศีรษะของตนทันทีพลางสำนึกผิดบิดาของเขาจึงลดมือลงเเล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายใจใส่บุตรชายตัวดีของเขา
"ไม่เอาขอรับๆ ข้าเชื่อฟังเเล้ว"
เเม่ทัพหลี่มีชื่อนามว่าหลี่เจี๋ยคือบิดาของเฟยหรงในยุคนี้ชายมีอายุเกล้าผมรวบ หนวดเคราร่ายยาวเป็นชายใจเด็ดเดี่ยวน่าเกรงขามเเต่กลับมีนิสัยอบอุ่นจิตใจดีรักครอบครัวเป็นพ่อหม้ายเมียหย่าร้างตั้งแต่ลูกยังเล็กไม่รู้ความ
เพราะด้วยหน้าที่ต้องออกทำศึกบ่อยครั้งจนไม่มีเวลาให้กับครอบครัวในบางคราต้องออกทำศึกนานนับเดือน ผู้เป็นภรรยาจึงอดทนรอไม่ไหวจนได้ขอหย่าร้างทิ้งลูกไปเเต่งงานใหม่ ด้วยยความจำเป็นเเม่ทัพหลี่จึงจำใจต้องจ้างเเม่นมมาเลี้ยงดูบุตรของตน
ตั้งเเต่หย่าร้างกับภรรยาไปเขาก็ได้สาบานตนว่าจะไม่เเต่งงานอีกไปชั่วชีวิต ณ ทุกวันนี้เขานั้นครองตำเเหน่งเป็นผู้บังคับบัญชาการทหารสูงสุดรักษาเมืองที่ผู้ใดต่างพากันชื่นชมเเม้เเต่ฮ่องเต้ยังทรงเคารพนับถือ
"เจ้านี่เป็นพี่ชายมิเอาไหนเลยเสียจริง หรงเฟยเจ้ามิเหนื่อยบ้างรึ ถึงได้ยอมให้พี่ชายเจ้าเเกล้งได้ทุกวี่ทุกวันเช่นนี้ข้าละเหนื่อยเเทนเจ้าจริงๆ”
"อะ...เอ่อ ข้ามิเป็นไรเจ้าค่ะ"
"เห็นหรือไม่ท่านพ่อน้องหญิงยังบอกเลยว่ามิเป็นไรเลย น้องชอบให้ข้าเเกล้งจะตายฮ่าฮ่าฮ่า"
"อยากให้ข้าสั่งสอนเจ้าอีกสักทีรึ! เดี๋ยวปั๊ดเหนี่ยวเข้าให้"
ซีห่าวจอมทะเล้นทำให้เเม่ทัพหลี่เหนื่อยใจจนอดที่จะตำหนิไม่ได้ ซีห่าวถึงกับทำหน้าหงอยใส่บิดาของตนแล้วกล่าวออกมาอย่างน้อยใจ
"โถ่ท่านพ่อข้าเเค่เเหย่เล่นเอง"
"เจ้านี่!"
"ขะ...ข้ายอมเเล้วๆท่านพ่อ อ๊ากก!!"
"มาให้ข้าสั่งสอนเจ้าสะดีๆ!"
เฟยหรงกับลี่อินก็ทำได้เเค่ยืนยิ้มแห้งมองสองพ่อลูกวิ่งไล่ตีกันไปมาเช่นเคย ถึงแม้ว่าตนจะถูกชาวบ้านบางส่วนในเมืองไม่เชื่อถืออีกในบางครายังถูกชาวบ้านชี้หน้าสาปเเช่งเเต่บิดากับพี่ชายของตนก็ไม่เคยต่อว่าซ้ำเติมเลยยังอยู่เคียงข้างปลอบใจบุตรของตนอยู่เสมอ
คดีการยักยอกเงินกรมพระคลังก็ยังไม่เป็นที่เเน่ชัดในเพลานี้ยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการสืบสวน เเม่ทัพหลี่ผู้ที่รักลูกสาวตนไม่เชื่อในสิ่งที่บุตรสาวของตนนั้นถูกกล่าวหาจึงไม่ยอมแพ้ที่จะสั่งคนสืบหาหลักฐานทวงความเป็นธรรมให้กับบุตรสาวและกอบกู้ศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูลอีกเเรงในระหว่างที่ออกไปทำศึก
เฟยหรงยืนมองสองพ่อลูกที่กำลังไล่ตีกันถึงพลางคิดในใจว่าครอบครัวของตนในยุคนี้อาจจะดูวุ่นวายเเต่กลับยังมีความรักความอบอุ่นไม่ทอดทิ้งกันจนทำให้ตนนั้นอดที่จะคิดถึงครอบครัวที่แท้จริงทางโลกปัจจุบันไม่ได้
ไม่รู้เลยว่าป่านนี้ครอบครัวของตนทางโน้นนั้นจะเป็นเช่นไรบ้างจะรู้หรือไม่ว่าตนนั้นหายไป ทำได้เพียงแค่รู้สึกคิดถึงเเต่ก็ทำอันใดมิได้นอกจากถอนหายใจเดินหน้าคิดหาทางสะสางสิ่งที่ต้องในคราให้สำเร็จ สองพ่อลูกไล่ตีกันอยู่พักใหญ่ตนจึงต้องกล่าวห้ามปรามทันที
"เจ้าลูกบ้า! ข้าน่าจะตีเจ้าให้สะให้เข็ด"
"ท่านพ่อลำเอียงรักน้องมากกว่าข้าอีกแล้ว"
"ยังจะเถียงอีก!"
"อย่าทะเลาะกันเลยนะเจ้าค่ะ"
"มีราชโองการจากฮ่องเต้ มีราชโองการจากฮ่องเต้"
ขณะที่เฟยหรงกำลังห้ามปราบปรามสองพ่อลูกอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังลั่นดึงความสนใจของทุกคนรวมถึงเฟยหรงได้หยุดชะงักหันมองเป็นตาเดียวกัน
สิ้นเสียงตะโกนก็มีชายวัยอาวุโสเดินก้มหน้ามาด้วยความสำรวมพร้อมกับขบวนทหารแต่งตัวดูมียศศักดิ์มาหยุดอยู่ตรงหน้า เเม่ทัพหลี่และผู้อื่นจึงต่างรีบพากันคุกเข่ายกมือขึ้นคารวะทำความเคารพชายอาวุโสผู้นั้นทันที
