ตอนที่3ผ้าห่ม
ตอที่3ผ้าห่ม
องค์หญิงอันหนิงลุกขึ้นอย่างเงียบงัน นางรู้สึกถึงความร้อนวูบวาบที่ยังหลงเหลือบนใบหน้า หัวใจยังเต้นแรงด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ยากจะอธิบาย
นางจำต้องสูดหายใจลึก ข่มอารมณ์ให้สงบ ก่อนจะสาวเท้าเดินตรงไปยังแอ่งน้ำใสกลางถ้ำ นางก้มลงวักน้ำขึ้นล้างหน้า หวังให้ความเย็นปลุกสติของตนเองให้หลุดพ้นจากห้วงความคิดว้าวุ่น ทว่าภาพใบหน้าคมเข้มของบุรุษผู้นั้นยังคงแจ่มชัดในห้วงความคิด
นางยืนขึ้นปลดอาภรณ์ที่เปียกชื้นออกจากกาย หยิบขึ้นตากไว้บนลานหินใกล้ ๆ แล้วก้าวลงสู่แอ่งน้ำใส
สายน้ำเย็นแผ่ซ่านเข้าสู่ผิวกาย เมื่อร่างบางจมลงสู่ผิวน้ำ นางจึงค่อย ๆ หลับตาปล่อยให้ร่างกายไหลล่องไปกับกระแสน้ำเย็นฉ่ำ แผ่นหลังบอบบางเอนพิงขอบแอ่งหิน ปล่อยเส้นผมยาวสยายลอยละล่องตามสายน้ำ
บรรยากาศในถ้ำเงียบสงัด มีเพียงเสียงน้ำกระเพื่อมเบา ๆ แผ่วคลอ นางยกมือขึ้นวักน้ำลูบไล้ลำคอระหง ไล่ลงมายังลาดไหล่เนียนละเอียด
กลิ่นอายของดอกไม้ป่าผสานกับความเย็นของน้ำ ทำให้นางรู้สึกผ่อนคลาย นานเท่าใดแล้วที่นางมิได้สัมผัสความสงบสุขเช่นนี้
….
สายลมเย็นโชยมากระทบร่างบาง นางเริ่มรู้สึกหนาว ก่อนจะก้าวเดินขึ้นจากสายน้ำ นางค่อย ๆ สวมใส่อาภรณ์แล้วสาวเท้าเข้าไปหาบุรุษซึ่งยังคงนอนหมดสติอยู่
องค์หญิงอันหนิงทรุดกายลงบนลาดหิน สายตาเพ่งพิศไปยังใบหน้าคมสันของเขา บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด ทว่าสายลมยามค่ำกลับหนาวเหน็บยิ่งนัก วูบหนึ่งพัดผ่านจนร่างบางสะท้านไปทั้งกาย นางยกมือโอบกอดกายตนเอง อาภรณ์ที่สวมใส่ยังคงชื้น ไม่อาจต้านทานความเยียบเย็นได้
เพียงไม่นาน ความหนาวเหน็บก็แทรกซึมเข้าถึงกระดูก นางทอดสายตามองไปยังบุรุษตรงหน้า ก่อนจะขยับเข้าไปเอนกายนอนเคียงข้างเพื่อหวังให้ร่างหนานั้นช่วยบังลมหนาวเมื่อยามพักผ่อน ทว่าขณะที่นอนอยู่ใกล้เขา กลับรู้สึกถึงไออุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูง นางเผลอขยับเข้าไปใกล้อีก ทว่ากลับรู้สึกว่าความชื้นจากอาภรณ์ของตนบดบังไออุ่นนั้นไปเสีย
สุดท้ายก็ไม่อาจทนต่อความหนาวเน็บได้จึงค่อย ๆ ปลดอาภรณ์ชั้นนอกออก เผยให้เห็นชั้นในสีแดงที่แนบชิดทรวงอกอวบอิ่ม ผิวขาวดังหยกงามกระทบต้องแสงจันทร์ นางขยับเข้าไปแนบชิดบุรุษตรงหน้ารับไออุ่นจากกายเขาเพื่อคลายความหนาวเหน็บแห่งราตรี
สายลมยามราตรีพัดพาไอเย็นเข้ามากระทบร่างแม่ทัพเซี่ยหลงเว่ย เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นดวงตาคมกริบสะท้อนสงจันทร์ ก่อนจะก้มลงมองร่างบอบบางที่แนบชิดอยู่ในอ้อมแขน
ในยามนี้กายของเขาเปลือยเปล่าท่อนบน ทว่าความอบอุ่นกลับห่มคลุมทั่วร่าง เพราะเรือนกายของสตรีตรงหน้าแนบสนิทกับเขา ร่างอรชรแทบจะเปลือยเปล่า ผิวกายนุ่มละมุนแนบกับแผงอกแข็งแกร่ง ลมหายใจแผ่วเบาของนางกระทบกับผิวกายของเขา ร่างบางขยับเข้าหาโดยไม่รู้ตัว ทำให้ทรวงอกอวบอิ่มเบียดแน่นกับอกกว้างของเขา
เซี่ยหลงเว่ยรู้สึกร้อนวูบขึ้นทันที คลื่นแห่งความปรารถนาพลุ่งพล่านไปทั่วร่าง ความปวดร้าวแล่นลงสู่เบื้องล่างอย่างมิอาจหักห้าม มือใหญ่ยกขึ้นแตะต้องใบหน้างามในอ้อมกอด ลูบไล้ผิวนุ่มละมุนเบา ๆ
ดวงตางามขององค์หญิงอันหนิงกระพือเปิดขึ้นอย่างงัวเงีย ริมฝีปากแดงระเรื่อเผยอขึ้นเล็กน้อย
“องค์หญิง…”
เสียงทุ้มพร่าของเซี่ยหลงเว่ยเอ่ยเรียก
องค์หญิงอันหนิงกะพริบตาเล็กน้อย นางเงยหน้าขึ้นจ้องมองใบหน้าคมสันตรงหน้าราวความฝัน นางเผยรอยยิ้มหวานออกมาพร้อมกับเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบาราวกับพึมพำกับตนเอง
“ท่านช่างงดงามยิ่งนัก…”
พูดจบนางก็ขยับกายโอบกอดเขาอีกครั้งสองก้อนนุ่มบดเบียดเสียดสีกับแผงอกแกร่ง
“องค์หญิง…ท่านทำเช่นนี้ ข้าจะข่มมันไม่อยู่แล้วนะ”
น้ำเสียงของเขาต่ำพร่า คล้ายอดกลั้นแทบขาด แววตาเต็มไปด้วยความปรารถนา องค์หญิงอันหนิงเงยหน้า ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยด้วยอาการงัวเงีย ขยับกายแนบชิดเขายิ่งกว่าเดิม
เซี่ยหลงเว่ยจับจ้องริมฝีปากอวบอิ่มนั้นอย่างอดไม่ไหวดังมีมนต์ดึงดูดเขา เขาก้มลงประทับริมฝีปากนางอย่างดูดดื่ม ลิ้นร้อนแทรกซึมเข้าภายใน ดูดกลืนความหวานราวกับกระหายหิว
“อื้อ…”
องค์หญิงอันหนิงส่งเสียงครางแผ่ว ปลายนิ้วเรียวเกาะเกี่ยวอยู่ที่แผ่นหลังแกร่ง
มือหยาบกร้านเลื่อนขึ้นลูบไล้ต้นแขนเรียวลากผ่านไหล่บอบบาง ก่อนจะเคลื่อนลงสู่ทรวงอกอวบที่ถูกห่อหุ้มด้วยชั้นในสีแดงบางเบา เขาขยำมันอย่างหลงใหล บีบเคล้นอย่างลุ่มหลง
“อ๊ะ…มะ…ไม่…”
องค์หญิงอันหนิงครางแผ่ว ตัวสั่นสะท้าน
มือใหญ่กระชากชั้นในบางเบาออก เผยให้เห็นกายเปลือยเปล่าใต้แสงจันทร์
“องค์หญิง…ท่านช่างงดงามเหลือเกิน…”
เขาพึมพำ ริมฝีปากร้อนซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมกลิ่นกายสาวอย่างหิวกระหาย เรือนกายบอบบางขององค์หญิงอันหนิงแอ่นรับสัมผัสร้อนที่โลมไล้ไปทั่วร่าง
ริมฝีปากร้อนกดจูบหนักลงบนเนินอกงามก่อนจะอ้าปากครอบครองยอดถันสีระเรื่อ ปลายลิ้นร้อนชื้นตวัดเลีย ดูดดุนสองเต้านุ่มแน่นราวกับกระหายหิว เสียงดูดเม้มดังชัดเจนในความเงียบ
“อ๊า…อือ…แม่ทัพเซี่ย…”
องค์หญิงอันหนิงสะดุ้งเฮือก มือเรียวจิกกำเส้นผมของบุรุษตรงหน้าแน่น
