บท
ตั้งค่า

ตอนที่2 โจรป่า

ตอนที่2 โจรป่า

เสียงกีบม้ากระทบพื้นดินดังสะท้อนก้องไปทั่วป่าเขา ขบวนเจ้าสาวขององค์หญิงอันหนิงค่อย ๆ เคลื่อนผ่านเส้นทางกันดารอย่างเชื่องช้า โดยที่ไม่รู้เลยว่า ในเงามืดของแมกไม้ มีสายตาอำมหิตหลายคู่จับจ้องพวกเขาอยู่ตลอดเวลา

โจรป่ากลุ่มหนึ่งซุ่มซ่อนรอคอยโอกาสพร้อมกันกำกระบี่ในมือแน่น

ทันใดนั้น ดวงตาคมกริบของแม่ทัพเซี่ยหลงเว่ยพลันสั่นไหวด้วยสัมผัสอันเฉียบไวแห่งสนามรบ แต่ก่อนที่เขาจะทันออกคำสั่ง เงาดำหลายสายก็พุ่งออกจากพงไพรราวอสรพิษกระโจนเข้าหาเหยื่อ

“คุ้มกันองค์หญิง!”

เสียงตวาดของแม่ทัพเซี่ยหลงเว่ยดังก้องขึ้นพร้อมกับสะบัดตัวลงจากหลังม้า ชักดาบคู่ใจฟาดฟันเข้ากับเหล่าโจรป่าที่กรูกันเข้ามา ดาบในมือเขาสะบัดออกด้วยท่าทางทรงพลัง โลหิตสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนพื้นดิน

ทว่าในห้วงชุลมุน ม้าที่ผูกกับเกี้ยวเจ้าสาวพลันตกใจ ส่งเสียงร้องดังลั่นก่อนจะกระโจนฝ่าฝูงชนออกไปด้วยความตื่นตระหนก

“ช่วยด้วย!”

เสียงหวานตื่นตระหนกดังมาจากในเกี้ยว องค์หญิงอันหนิงรับรู้ถึงความผิดปกติ นางมองเห็นเงาตะคุ่มผ่านม่านบางได้เพียงเลือนราง ก่อนที่ร่างน้อยจะรู้สึกถึงแรงสะเทือนอย่างรุนแรงที่ทำให้เกี้ยวของนางเริ่มเอียงไปด้านข้าง

แม่ทัพเซี่ยหลงเว่ยหันไปมอง ใบหน้าดุดันพลันแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดเมื่อเห็นราชรถมุ่งตรงไปยังแนวผาสูงชัน

เขากระโจนเร่งฝีเท้าตามไป ทว่าโชคชะตามิได้เข้าข้าง…

เพล้ง!

สายบังเหียนที่รั้งตัวม้าขาดสะบั้น เกี้ยวเจ้าสาวกระเด็นหลุดจากตัวม้า ก่อนจะถลาไปตามไหล่ทางลาดชันแล้วพุ่งตรงไปยังหน้าผ้าสูงเสียดฟ้า

ดวงตาขององค์หญิงอันหนิงเบิกกว้าง

“ช่วยด้วย!”

เพียงชัวพริบตา ร่างสูงทะยานเข้าสู่เกี้ยวที่กำลังจะตกลงจากหน้าผา มือแกร่งตวัดโอบรัดรอบเอวบางแนบแน่น ก่อนจะใช้แรงทั้งหมดกระโจนออกจากเกี้ยวไปในเสี้ยวนาทีสุดท้าย

ดาบในมือแม่ทัพเซี่ยหลงเว่ยสะบัดออก ปลายคมปักลงสู่ซอกหิน ที่ยื่นออกมาจากหน้าผา ทั้งสองร่างพลันหยุดนิ่งกลางอากาศ มีเพียงสายลมพัดผ่านแผ่วเบา

ฟึ่บ!

ผ้าคลุมหน้าขององค์หญิงอันหนิงพลันหลุดลอยไปตามกระแสลม เผยให้เห็นใบหน้างดงามดุจเทพธิดา ดวงตาสั่นระริกด้วยความตื่นตระหนก

ในอ้อมแขนของบุรุษนางรู้สึกได้ถึงไออุ่นประหลาด ความกลัวที่เกาะกุมจิตใจพลันเจือจาง นางยกมือขึ้นกอดกระชับร่างสูงแน่นราวเป็นสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวชีวิตของตน

ทว่า…

กึก!

เสียงแตกราวดังขึ้น ใบหน้าของแม่ทัพเซี่ยหลงเว่ยแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ดาบที่ปักลงในซอกหินค่อย ๆ แตกกร้าวทีละน้อย

เพล้ง!

ในชั่วขณะนั้นปลายดาบแตกหักทันที นำพาให้ร่างทั้งสองร่วงหล่นสู่ผิวน้ำเบื้องล่าง

ร่างทั้งสองจมดิ่งลงสู่แม่น้ำเชี่ยวกราก สายลมโหมกระหน่ำซัดสาด น้ำเย็นยะเยือกกัดลึกถึงกระดูก ทว่าร่างสูงกลับโอบรัดร่างนางแน่นจนสุดท้ายพวกเขาถูกกระแสน้ำพัดพาไปอีกฟากฝั่งของแม่น้ำ

……………

ผ่านไปเนินนาน

องค์หญิงอันหนิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เปลือกตาหนักอึ้งจากแรงกระแทกและความเหนื่อยล้า นางขยับกายขึ้นนั่งก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบกาย

ภาพแรกที่ปรากฏในดวงตาคู่งามคือ ร่างของบุรุษผู้หนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ไม่ไกลนัก นางรีบลุกขึ้นเดินตรงไปหา ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้างกายเขา กวาดสายตามองอาภรณ์ที่เขาสวมใส่แล้วน่าจะเป็นแม่ทัพเซี่ยที่มารับขบวนเจ้าสาว

“ท่านแม่ทัพเซี่ย!”

เสียงหวานเรียกพลางใช้มือเรียวเขย่าร่างของบุรุษเบื้องหน้า ทว่าร่างสูงยังคงนิ่งสนิทไร้ซึ่งปฎิกิริยาตอบรับ

ความเย็นเยียบแล่นผ่านไปทั่วร่างขององค์หญิง หัวใจนางเต้นกระหน่ำด้วยความหวาดหวั่น นางมิได้ลังเลรีบโน้มตัวลง ก่อนจะประกบปากผายปอดให้เขา

ไม่นานนัก แม่ทัพเซี่ยหลงเว่ยพลันกระอักน้ำออกมาร่างสูงไอถี่ ดวงตาที่ปิดสนิทค่อย ๆ ปรือขึ้นสบเข้ากับดวงหน้างามของสตรีที่อยู่ใกล้เพียงคืบ

“องค์หญิง…”

เสียงแหบพร่าดังออกมาเบา ๆ ดวงตาปรือเลือนราง ราวกับจะกล่าวสิ่งใด แต่ยังมิทันได้เอื้อนเอ่ย ร่างของเขาก็อ่อนแรงหมดสติไปอีกครั้ง

องค์หญิงอันหนิงเบิกตากว้าง รีบขยับมือจับชีพจรของเขา พบว่าเขายังคงมีลมหายใจอยู่ ทว่าความกังวลกลับทวีขึ้นเมื่อเห็นโลหิตสีแดงเข้มที่ไหลซึมผ่านอาภรณ์ของเขา นางจึงเขาใจว่าเขาได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว

นางกัดริมฝีปากแน่น พยายามสะกดความหวาดหวั่นในใจ ก่อนจะรีบลุกขึ้น กวาดสายตามองไปรอบบริเวณ หวังจะหาที่พักพิงชั่วคราว

ไม่นานนัก นางก็มองเห็นโพรงถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้แนวหน้าผา หัวใจของนางพลันมีประกายแห่งความหวัง นางรีบเร่งฝีเท้ากลับไปหาบุรุษที่ยังคงหมดสติ ก่อนจะโน้มตัวลงไปประคองร่างสูงเดินตรงไปยังโพรงถ้ำแห่งนั้น

ภายในถ้ำ แม้ตะมืดครึ้มแต่กลับมีลานหินกว้างพอให้นางวางร่างแม่ทัพเซี่ยลงได้ ในนี้คงจะช่วยกันลมหนาวในยามค่ำคืนได้บ้าง

องค์หญิงอันหนิงค่อย ๆ วางร่างสูงใหญ่ลงบนลานหินกว้างด้วยความระมัดระวัง หยาดเหงื่อไหลซึมตามขมับ

ดวงตาหวานทอดมองร่างที่นอนแน่นิ่ง นางค่อย ๆ เอื้อมมือปลดอาภรณ์เปียกโชกของเขาออก เผยให้เห็นแผงอกกว้างกำยำ กล้ามเนื้อแน่นหนั่นขับเน้นด้วยผิวสีครามอ่อน

โลหิตสีเข้มยังคงไหลซึมจากบาดแผลตรงอกข้างขวา รอยคมดาบลากยาวทว่ามิได้ลึกถึงชีวิต องค์หญิงอันหนิงกวาดสายตาสำรวจรอยแผล ก่อนจะผละจากร่างนั้น เดินลึกเข้าไปในถ้ำเพื่อหาน้ำสะอาด

เมื่อก้าวตามช่องหินไปเรื่อย ๆ สายตาของนางพลันสะดุดเข้ากับภาพเบื้องหน้า

กลางถ้ำใหญ่ มีแอ่งน้ำใสราวกระจกสะท้อนภาพ รอบ ๆ แอ่งน้ำเต็มไปด้วยดอกไม้ป่าผลิบานละลานตา สีสันของมันแต่งแต้มให้บรรยากาศเงียบงันของถ้ำมีชีวิตชีวาขึ้น ผีเสื้อตัวน้อยบินวนรอบดอกไม้อย่างร่าเริง ก่อนจะพากันทะยานออกสู่ช่องแสงเหนือผนังถ้ำ

องค์หญิงอันหนิงยืนมองภาพตรงหน้าด้วยความหลงใหล ดวงตาสะท้อนประกายดั่งต้องมนต์อยู่ชั่วขณะ ก่อนจะสะบัดความคิดออกรีบก้าวตรงไปยังแอ่งน้ำ นางทรุดตัวลง ถอดอาภรณ์ชั้นนอกออกซับน้ำจนซุ่ม ก่อนจะรีบร้อนกลับไปยังลานหิน

ร่างของแม่ทัพเซี่ยหลงเว้ยยังคงนอนแน่นิ่ง เสียงลมหายใจของเขาแผ่วเบา ทว่าคงที่ นางค่อย ๆ ใช้อาภรณ์เปียกชื้นเช็ดคราบเลือดและฝุ่นไคลออกจากร่างสูง ทุกครั้งที่ปลายนิ้วแตะลงบนผิวกายแกร่ง หัวใจของนางพลันเต้นรัว

เมื่อเช็ดทำความสะอาดเสร็จแล้ว นางจึงเดินออกไปข้างนอกเพื่อหาสมุนไพร แม้จะเป็นองค์หญิงแห่งแคว้นหลี่เฉิง แต่นางกลับมิได้ถูกเลี้ยงดูเยี่ยงองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ ท่ามกลางวังหลวงที่เต็มไปด้วยเล่ห์กล นางต้องพึ่งพาตนเองมาโดยตลอด นางมิใช่สตรีบอบบางที่ไม่รู้ความลำบาก ตั้งแต่เยาว์วัย ทุกคราที่นางบาดเจ็บ นางล้วนต้องหาสมุนไพรมารักษาตนเอง นางจึงเริ่มมีความรู้เรื่องสมุนไพรอยู่บ้าง

ไม่นานนัก นางก็กลับเข้ามาพร้อมสมุนไพรหลายชนิด ค่อย ๆ นั่งลงข้างกายบุรุษตรงหน้า ก่อนจะบดสมุนไพรในฝ่ามือแล้วทาลงบนแผลของเขา

มือเรียวแตะสัมผัสผิวกายแกร่ง นางเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สายตาหลุบมองใบหน้าหล่อเหลาของบุรุษตรงหน้า ดวงตาคมคายนั้นปิดสนิท ขนตายาวเป็นแพทอดเงาบนพวงแก้มดุดัน คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยราวกับยังคงเจ็บปวดจากบาดแผล ริมฝีปากหยักหนาแน่นิ่ง ทว่ากลับให้ความรู้สึกน่าเกรงขาม

นางเผลอกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ หัวใจนางพลันเต้นแรง ความร้อนแผ่ซ่านขึ้นสู่สองข้างแก้ม นางเบือนหน้าหนีทันที ทว่าในห้วงความคิดยังคงเต็มไปด้วยภาพของเขาบุรุษตรงหน้า

“เหตุใดข้าจึงรู้สึกเช่นนี้…”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel