ตอนที่ 9
กิตติกรค่อนข้างพอใจโปรไฟล์ของเธอ
"บริษัทใหญ่ไม่เลวเลยนะครับ แล้วทำไมไม่ทำต่อล่ะ"
"ฉันอยากหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ค่ะ แล้วก็...คิดถึงพ่อกับแม่ด้วย ก็เลยกลับมา..."
"คิดจะกลับมาอยู่เมืองไทยตลอดไปเลยไหมครับ"
"ยังไม่ได้ตัดสินใจค่ะ ถ้าดีก็อยู่ต่อ แต่ถ้าไม่โอเค...ก็คงกลับอังกฤษ"
กิตติกรเงยหน้ามองนิชาภัส
"ก็แค่หน้าตาคล้ายแนน แต่ท่าทางและบุคคลิกต่างกันมาก เธอไม่ใช่แนนของเรา...แนนของเราตายไปแล้วจริง ๆ"
กิตติกรคิดในใจอย่างเศร้าสร้อย แล้วเขาก็ตัดสินใจที่จะรับนิชาภัสเข้าทำงาน ไม่ใช่แค่เพียงเพราะเธอหน้าคล้ายนิลวดี แต่เพราะความสามารถของเธอที่เขาไม่อาจจะมองข้ามได้
"คุณมีหลักฐานการศึกษามาแสดงไหมครับ ถ้ามีใบผ่านงานด้วยก็จะดีมาก"
นิชาภัสเอาแฟ้มมาเปิด เลือกหยิบใบปริญญาที่เธอเพิ่งไปเปลี่ยนรูปถ่ายติดบัตร และใบรับรองการผ่านงานจากบริษัท...มายื่นให้กิตติกร เขารับมาดูแล้วยิ้มพอใจ เอาไปเข้าเครื่องถ่ายเอกสารแล้วยื่นคืนให้
"ตกลงผมรับคุณนะครับ คุณต้องทดลองงาน 3 เดือน ส่วนเงินเดือนที่คุณขอมา 40000 บาท ช่วงทดลองงานผมจะให้แค่ 35000 บาทไปก่อน พอพ้นโปรฯ แล้ว ค่อยปรับขึ้นอีกทีนะ"
"ได้ค่ะ...ไม่มีปัญหา"
"คุณจะเริ่มงานได้เมื่อไหร่"
"เมื่อไหร่ก็ได้ค่ะ...ฉันพร้อมเสมอ แล้วแต่คุณเลยค่ะ"
"ถ้างั้น...ผมขอให้คุณมาเริ่มงานต้นเดือนหน้าแล้วกันนะครับ"
"ได้ค่ะ"
"ที่นี่เรามีชุดยูนิฟอร์มที่ต้องใส่ให้เหมือนกันด้วยนะ เสื้อจะต้องเป็นสีฟ้า กางเกงหรือกระโปรงเป็นสีกรม แต่จะใส่เป็นแบบไหนก็ได้ ขอให้เป็นสีตามนี้ก็พอครับ คงไม่มีปัญหานะ"
"ค่ะ"
เขาเปิดลิ้นชักเอากระดาษให้เธอ 1 แผ่น นิชาภัสรับมาดู
"เข้างาน 8.30 น. อืม...เลิกงาน 17.30น."
นิชาภัสอ่านเบา ๆ แล้วพยักหน้า
"นี่เป็นกฎและวันหยุดประจำปีของบริษัทนะครับ ให้คุณเอาไว้ดู มีอะไรจะถามผมไหม"
"อืม...ตอนนี้ยังไม่มีค่ะ
"พบกันต้นเดือนหน้านะครับ มาหาผมที่ห้องนี้เลย ผมจะแนะนำหัวหน้าทีมให้คุณได้รู้จัก"
"อ่ะห๊ะ!...เอ๊ย...ได้ค่ะ...ถ้าไม่มีอะไรแล้ว...ฉันลานะคะ"
"เชิญครับ"
นิชาภัสไหว้ลากิตติกรแล้วเดินออกมาจากห้อง กิตตติกรหลับตาพิงพนักเก้าอี้ ส่งใจล่องลอยไปถึงนิลวดี เขาพยายามจะลืมเธอ แต่พอมาเห็นหน้านิชาภัส ก็คิดถึงขึ้นมาอีก มันช่างทรมานใจเขาเหลือเกิน
กิตติกรถือแฟ้มเดินมาเคาะประตูห้องของประธานบริษัท
"เข้ามา"
กิตติกรเปิดประตูเข้าไป เขาเงยหน้าขึ้นมองและยิ้มให้
"อ้าว...กิตติ์ มีอะไรเหรอ"
"ผมจะมาเรียนคุณลุงว่า วันนี้ผมรับพนักงานใหม่ฝ่ายวางแผนโฆษณาเข้ามาคนนึงครับ เธอน่าสนใจมาก"
กิตติกรเอาแฟ้มยื่นให้ยงเกียรติดู เขาเป็นพี่ชายคนโตของยงชัยกับพานี และเป็นเจ้าของบริษัทนี้ด้วย ชื่อไพศาลคือชื่อพ่อของพวกเขาที่เสียไปแล้ว และได้มอบบริษัทนี้ให้ลูกชายคนโตคือยงเกียรติดูแล ยงเกียรติเปิดดูประวัติการศึกษาของนิชาภัสแล้วพยักหน้าพอใจ
"โปรไฟล์ดีนี่"
"ครับ...เธอเคยฝึกงานที่บริษัทใหญ่ในอังกฤษด้วยนะครับ เพียงแต่ว่า...เอ่อ..."
"มีอะไรหรือกิตติ์"
"คือ...เธอหน้าเหมือนพนักงานของเราคนนึง ที่เพิ่งถูกรถชนตายไปเมื่อไม่นานมานี้ครับ และเธอคนนั้นเคยมีเรื่องกับเยลลี่ด้วย ผมเกรงว่า..."
ยงเกียรติเปิดดูหน้าของนิชาภัสอีกที เขาจ้องอยู่นาน
"ก็คล้ายมากอยู่นะ แต่คนนี้น่าจะสวยกว่า เธอรับมาแล้วนี่...จะกังวลทำไม คนเก่ง ๆ สมัยนี้หายากนะ แค่หน้าคล้าย ๆ เอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก อย่าให้เยลลี่รู้ก็สิ้นเรื่อง"
"ครับคุณลุง..."
"ช่วงนี้เธอกับเยลลี่เป็นไงบ้าง"
กิตติกรถอนใจ
"ก็เดิม ๆ แหละครับ เยลลี่หึงหวงผมจนแทบจะกระดิกตัวไปไหนไม่ได้เลย วันไหนทำงานกลับดึกหน่อยก็ชวนทะเลาะ ผมจะทนไม่ไหวแล้วนะครับคุณลุง"
"ลุงต้องขอโทษแทนเยลลี่ด้วยนะ เอาไว้ลุงจะเตือนเขาเอง"
"ไม่มีประโยชน์หรอกครับคุณลุง เยลลี่ไม่ฟังใครเลย"
ยงเกียรติถอนใจ เขาเองก็รู้นิสัยหลานสาวดี ยลดาเอาแต่ใจตัวเอง... เพราะถูกยงชัยตามใจจนเสียคน ถึงเขาจะเห็นใจกิตติกรมาก แต่ไม่รู้จะช่วยยังไง เพราะนี่เป็นเรื่องของผัวเมียที่เขาไม่ควรไปยุ่งด้วย
นิชาภัสเตรียมตัวที่จะมาทำงานแล้ว ก่อนวันเริ่มต้นงาน 1 อาทิตย์ เธอเก็บเสื้อผ้าย้ายออกจากบ้านพ่อแม่... มาอยู่ที่ทาวน์เฮ้าส์ของนรีนาถ นริศกับกัญญาขับรถมาส่งให้ถึงบ้าน
สามคนพ่อแม่ลูกยืนมองทาวน์เฮ้าส์หลังกระทัดรัดสูง 2 ชั้น พร้อมเฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งไว้เรียบร้อย...เข้าอยู่ได้เลย
"อืม...บ้านนี้ไม่เลวนะ หมู่บ้านนี้ก็มีคนอยู่เยอะด้วยสิ แต่หนูจะอยู่คนเดียวได้เหรอลูก"
กัญญาถามอย่างเป็นห่วง
"สบายมากค่ะแม่ นิ้งสำรวจเส้นทางแล้ว จากที่นี่ไปบริษัทแค่ 10 กว่านาทีเองค่ะ"
"ไหนหนูบอกว่าป้าเขาจะให้รถด้วยไง พ่อไม่เห็นมีรถสักคันเลย"
"พรุ่งนี้เขาจะเอารถมาส่งให้ค่ะ"
"หาแม่บ้านมาอยู่เป็นเพื่อนไหมลูก จะได้ช่วยทำงานบ้านให้หนูด้วยไง"
"จะไปหาที่ไหนล่ะคะแม่"
"เออ...ก็พี่พยอมไงลูก"
"ห๊ะ!...พี่พยอมไหนคะแม่"
"ก็พี่พยอมที่เคยเป็นพี่เลี้ยงของหนูกับแนนไง...ยังจำได้ไหม"
นิชาภัสคิดแล้วส่ายหัว มันนานจนแทบจำไม่ได้แล้ว
