ตอนที่ 10
นิชาภัสยิ่มบอกแม่ตามตรง
"พอนึกได้ลาง ๆ แต่จำหน้าไม่ได้แล้วค่ะ ป่านนี้พี่พยอมคงมีครอบครัวไปแล้วมังคะ...เธอจะมาได้เหรอ"
"แม่จะลองโทรถามดูก่อน ถ้าไม่ได้ค่อยหาคนอื่น"
"ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะ...นิ้งอยู่คนเดียวได้ ถ้าต้องเอาคนที่ไม่รู้จักมาอยู่ด้วย...นิ้งก็ไม่ไว้ใจค่ะ"
"แม่ก็ต้องหาคนที่ไว้ใจได้มาให้หนูอยู่แล้วล่ะลูก แม่มีเพื่อน ๆ อยู่หลายคน เดี๋ยวจะลองถาม ๆ ดูให้จ้ะ"
"ขอบคุณค่ะแม่"
นิชาภัสกอดอ้อนแม่ กัญญาลูบหัวลูบแก้มลูกสาวอย่างเอ็นดู นริศกับกัญญาช่วยกันจัดบ้านและดูแลทุกอย่างให้จนเรียบร้อยดี...ก็ขับรถพากันไปกินข้าว แม้หญิงสาวจะไม่ได้ใกล้ชิดกับพ่อแม่มาสิบปี แต่สายใยความรักความผูกพันของครอบครัวก็ยังไม่เคยเปลี่ยนไปเลย
นริศกับกัญญาให้อิสระกับการใช้ชีวิตแก่นิชาภัสอย่างเต็มที่ เพราะเชื่อใจว่าเธอจะเอาตัวรอดได้ นิชาภัสก็เตรียมตัวเผชิญหน้ากับทุกคน เธอมุ่งมั่นจะรู้ให้ได้ว่าอะไรคือสาเหตุการตายของนิลวดีกันแน่
นิชาภัสใส่เสื้อเชิ้ตสีฟ้ากับกางเกงแนบเนื้อสีกรม เผยให้เห็นรูปร่างส่วนโค้งส่วนเว้าที่สมบูรณ์แบบ เธอแต่งหน้าให้เหมือนนิลวดีมากที่สุด แต่ก็ไม่อาจปกปิดดวงตากลมสวยของเธอได้
นิชาภัสเอาน้ำหอมกลิ่นโปรดมาฉีด และแตะตามจุดชีพจร กลิ่นหอมจรุงใจ เธอตั้งใจใช้กลิ่นนี้ เพราะเป็นกลิ่นเดียวกับที่เธอกับนิลวดีชอบมากที่สุด
หญิงสาวขับรถมาจอดที่หน้าบริษัท เธอลงจากรถ...เดินอย่างมั่นใจและสง่างามเข้าไปข้างใน ทุกคนที่เห็นต่างตะลึงอ้าปากค้าง บางคนทำท่าขนหัวลุก แต่นิชาภัสเดินตรงไปที่ห้องของกิตติกร
เธอเห็นเลขาคนเดิมที่เพิ่งมาถึง กำลังก้มหน้าก้มตาจัดการเอกสารบนโต๊ะทำงาน จึงเดินมาบอกเธอว่า
"ฉันมาขอพบคุณกิตติกรค่ะ"
เลขาสาวเงยหน้ามองเธอ แล้วตกใจผงะหงายนั่งลงบนเก้าอี้
"นะ ๆๆๆ แนน..."
เธอชี้นิชาภัสปากคอสั่น
"คุณกิตติกรอยู่ไหมคะ"
เลขาสาวพูดไม่ออก ได้แต่ชี้ไปที่ห้องด้านหลัง นิชาภัสยิ้ม ยื่นหน้าไปพูดเสียงเยือกเย็น
"ขอบคุณค่ะ"
เธอเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไป เลขาสาวเอามือจับหน้าอกตัวเอง ทำท่าจะหัวใจวายเสียให้ได้ กิตติกรเงยหน้าขึ้นมอง เขาตกตะลึงกับนิชาภัสอีกครั้ง...จนต้องลุกขึ้นยืน
"แนน.."
กิตติกรพึมพำออกมาเบา ๆ
"สวัสดีค่ะ...คุณกิตติกร"
เธอไหว้ทักเขาก่อน เขาจึงรู้สึกตัวรับไหว้เธอ กลิ่นน้ำหอมจากตัวเธอทำให้กิตติกรเคลิบเคลิ้ม
"เอ้อ...สวัสดีครับคุณนิชาภัส มาแต่เช้าเลยนะครับ...เชิญนั่งก่อน"
กิตติกรนั่งลงก่อน นิชาภัสก็นั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะ เขากดอินเตอร์คอมไปหาใครคนหนึ่ง
"คุณพิรชัช...มาหรือยังครับ"
มีเสียงตอบจากปลายทาง
"ผมมาแล้วครับคุณกิตติ์"
เสียงห้าวกังวานทำให้หัวใจของนิชาภัสกระตุก เธอเอามือวางที่อก ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมแค่ได้ยินเสียง ก็ทำให้ใจสั่นจนอยากเห็นตัวจริงของเขาเสียแล้ว
นิชาภัสคิดถึงใบหน้าหล่อเหลาในเฟสบุ๊กของนิลวดี และนึกแปลกใจตัวเอง ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้รู้สึกแบบนี้ ทั้งที่แค่ได้ยินเสียงของเขาเท่านั้น
กิตติกรเหลือบมองนิชาภัส เห็นเธอนั่งก้มหน้าก็มองอย่างเผลอไผล จนปลายทางต้องส่งเสียงเรียก
"คุณกิตติ์ครับ..."
กิตติกรรู้สึกตัว รีบตอบกลับไปว่า
"คุณพิรชัช...ขอเชิญที่ห้องผมหน่อยครับ ผู้ช่วยของคุณมาแล้ว"
"ได้ครับคุณกิตติ์"
กิตติกรวางสายก่อน และพยายามจะไม่มองหน้านิชาภัส
"คุณพิรชัช...คือหัวหน้าทีมของฉันหรือคะ แล้วมีใครคนอื่นอีกไหมคะ หรือว่ามีแค่ฉันกับเขา"
"ทีมของคุณจะมีทั้งหมด 6 คนรวมทั้งคุณด้วยครับ คุณพิรชัชเป็นหัวหน้าทีม ตอนนี้ก็มีงานใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ พวกคุณต้องทำงานร่วมกันเป็นทีมครับ"
นิชาภัสพยักหน้า เธอเหลือบตาแอบสังเกตท่าทีของกิตติกร ก็เห็นเขาเหมือนพยายามจะไม่สบตากับเธอ ทำเป็นเปิดแฟ้มดูนั่นดูนี่
"หมอนี่มีพิรุธแฮะ ตั้งแต่วันแรกที่ได้เจอกันแล้ว เขากับพี่แนนมีความสัมพันธ์อะไรกันแน่"
นิชาภัสคิดสงสัยในตัวกิตติกร ทั้งคู่ไม่พูดอะไรกันอีกเลย จนมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น กิตติกรพูดอนุญาต
"เชิญครับ"
ชายหนุ่มร่างสูงก้าวเข้ามาในห้อง หญิงสาวนั่งหันหลัง...ใจเต้นแรง เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังใกล้เข้ามา กิตติกรลุกขึ้นยืนพูดกับเขา
"มาแล้วเหรอคุณพิรชัช...เธอคือผู้ช่วยคนใหม่ของคุณนะ"
นิชาภัสสูดลมหายใจเข้าปอด ลุกขึ้นยืนและหันมาเผชิญหน้ากับพิรชัช ทั้งคู่ต่างก็ตกตะลึงมองหน้ากันและกันอยู่นาน พิรชัชตาคมคิ้วเข้ม จมูกตรงโด่งเป็นสัน รับกับปากรูปสวย นิชาภัสเห็นแล้วหวั่นไหวในใจ
"แนน...ไม่ใช่สิ แนนตายไปแล้วนี่ แต่...ทำไมเธอถึงหน้าเหมือนแนนแบบนี้ล่ะ เธอเป็นใครกันแน่"
พิรชัชจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า และคิดถามตัวเองในใจ กลิ่นน้ำหอมลอยมาเตะจมูก...เป็นกลิ่นที่เขาคุ้นเคย เขาอึ้งมองหญิงสาวตรงหน้า
