บทย่อ
นิชาภัสกับนิลวดีเป็นพี่น้องที่รักกันมาก ทั้งคู่อายุห่างกัน 3 ปี นิลวดีเป็นพี่ เธอมีหน้าตาที่สวยน่ารัก นิชาภัสเป็นน้อง เธอก็หน้าตาดี แต่สวยสู้พี่ไม่ได้ พอทั้งคู่อายุ 13 และ 10 ปี ป้าของพวกเธอที่เป็นเศรษฐีนี...มาขอนิชาภัสไปเลี้ยงที่อังกฤษ สองพี่น้องจึงจำต้องห่างกันไกล แต่ก็ยังติดต่อกันเสมอ สองพี่น้องสัญญากันว่า...อีก 10 ปีข้างหน้า พวกเธอจะมาพบกันอีกครั้งที่บ้านของพ่อแม่ แต่ก่อนถึงเวลานัดหมายของสองพี่น้อง...นิลวดีกลับมาเสียชีวิตเพราะถูกรถชน ในวันเดียวกันนั้น...นิชาภัสก็ขับรถไปชนจนบาดเจ็บสาหัส ทั่งคู่จึงพลาดนัดที่จะได้พบกัน และต้องจากกันตลอดไป ทว่า...นี่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราววุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้น...
ตอนที่ 1
ณ.สนามบินสุวรรณภูมิในปี 2558 ...
เด็กสาวหน้าสวยสองพี่น้อง กอดกันน้ำตาไหลพราก ทั้งคู่กอดกันและกันแน่น...เพราะไม่อยากจากกัน
"พี่แนน ห้ามลืมนิ้งนะ"
"พี่ไม่มีวันลืมน้องสาวที่น่ารักของพี่หรอก เรามาสัญญากันนะนิ้ง...อีก 10 ปีนับจากนี้ เราจะกลับมาเจอกันที่บ้านของพ่อกับแม่ นิ้งต้องตั้งใจเรียนให้จบ แล้วก็อย่าดื้อกับคุณป้านะ...รู้ไหม"
เด็กน้อยวัย 10 ขวบพยักหน้าหงึกหงัก เอาหลังมือเช็ดน้ำตา
"นิ้งสัญญา...จะกลับมาหาพี่แนนเร็ว ๆ นะ"
เด็กสาววัย 13 สะอึกสะอื้นจับแก้มน้องสาว สองพี่น้องเกี่ยวก้อยสัญญากัน จนถึงเวลาที่ต้องลาจาก
"นิ้ง...ไปกันเถอะลูก เราต้องเข้าด่านแล้วนะ"
หญิงวัย 30 ปลาย ๆ มาจูงมือแม่หนูเดินเข้าไปในด่านขาออก เธอหันมาโบกมือให้พ่อแม่และพี่สาว
"อย่าลืมสัญญานะนิ้ง...อย่าลืม"
แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ดำมืดลง หญิงสาวคนหนึ่งสะดุ้งเฮือกฟื้นขึ้นมาหลังจากที่สลบไปนาน เธอลืมตาโพลงมองเพดาน เสียงของเด็กสองคนเหมือนจะยังดังก้องอยู่ในหัว
"พี่...แนน"
เธอพึมพำชื่อหนึ่งออกมา
"นิ้ง...ฟื้นแล้วเหรอลูก"
เสียงเรียกอ่อนโยน ทำให้หญิงสาวหันมามองตามเสียง
"แม่..."
กัญญาร้องไห้ดีใจที่ลูกสาวคนเล็กฟื้นขึ้นมาเสียที
"ลูกหลับไปตั้งหลายวัน แม่ใจไม่ดีเลย...กลัวลูกจะทิ้งแม่ไปอีกคน ฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้วจ้ะ"
กัญญาจับมือบอกลูก
"คุณพ่อกับพี่แนนล่ะคะ ไม่มาด้วยเหรอ"
"เอ้อ...คุณพ่อจะมาพรุ่งนี้จ้ะ"
"พี่แนนจะมาด้วยไหมคะ"
"พี่เขา...มาไม่ได้..."
กัญญาน้ำตาไหลพราก กัดปากกลั้นสะอื้น
"อะไรกัน...พี่เขางานยุ่งจนมาหานิ้งไม่ได้เหรอคะ"
หญิงสาวทำเสียงน้อยใจ
"อืม...ใช่...ใช่จ้ะ พี่เขางานยุ่งมากจ้ะ"
หญิงสาวรู้สึกเจ็บหน้ามาก เธอจะเอามือจับ แต่กัญญาจับมือห่ามเธอไว้
"ไม่เอาลูก...อย่าจับ"
"แม่คะ...นิ้งเจ็บหน้าจังเลยค่ะ"
"หน้าของลูกได้รับบาดเจ็บจ้ะ คุณหมอเลยพันผ้าไว้ให้ อดทนหน่อยนะลูก...อีกไม่กี่วันก็หายจ้ะ"
นิ้งหรือนิชาภัส พยักหน้ารับรู้ เธอนอนคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ถึงต้องมานอนอยู่ที่นี่ ก็นึกขึ้นได้ว่ารถที่เธอขับมา...ถูกรถอีกคันแซงขึ้นมาและเบียดจนรถเธอพลิกคว่ำลงข้างทาง
หญิงสาวหลับตาลงอย่างสยองใจ ไม่คิดว่าตัวเองจะรอดมาได้ และไม่รู้ว่าตัวเองบาดเจ็บตรงไหนบ้าง เธอลองขยับแขนขาดู ก็ขยับได้...แม้จะเจ็บอยู่บ้างก็ตาม ถึงกับนึกขอบคุณสวรรค์
"หวังว่าคงไม่บาดเจ็บมากนักนะ"
นิชาภัสพึมพำเบา ๆ กัญญาเห็นลูกสาวขยับแขนขยับขา ก็บอกเธอว่า
"อย่าเพิ่งขยับมากนะลูก"
"แขนขานิ้งไม่หักใช่ไหมคะแม่"
"ไม่หักจ้ะ...แต่ร้าวนะ หมอให้หนูนอนนิ่ง ๆ นะลูก ถ้ายังง่วงก็นอนนะ แม่จะนั่งอยู่ข้าง ๆ นี่แหละจ้ะ"
นิชาภัสพยักหน้า เธอหลับตาลงและหลับไปอีก กัญญาถอยมานั่งที่เก้าอี้ พยายามจะไม่ร้องไห้ให้ลูกเห็น
"นี่มันเวรกรรมอะไรของฉัน ถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้"
กัญญาเจ็บปวดใจที่นิชาภัสถามถึงพี่สาว ใจเธอไม่แข็งพอที่จะบอกความจริงกับลูกสาวคนเล็ก ว่าลูกสาวคนโตของเธอได้จากไปแล้วด้วยวัยเพียง 23 ปี ในวันเดียวกับที่นิชาภัสประสบอุบัติเหตุ นิลวดีหรือแนน ก็ประสบอุบัติเหตุถูกรถชนที่กรุงเทพจนเสียชีวิตด้วยเช่นกัน
กัญญาไม่กล้าบอกเรื่องนี้กับนิชาภัส เพราะสองพี่น้องรักกันมาก กลัวว่านิชาภัสจะสะเทือนใจจนอาการทรุดหนัก เสียงมือถือที่เธอเปิดระบบสั่นไว้...สั่นขึ้นมาในกระเป๋ากางเกง
กัญญาล้วงกระเป๋าเอามือถือมาดู แล้วเดินออกมาคุยนอกห้องพักคนไข้ คนที่โทรมาคือนริศ...สามีของเธอ
"ว่าไงคะคุณ...อยู่ไหนแล้ว"
"ผมจะขึ้นเครื่องแล้วนะ นิ้งเป็นไงบ้าง...ฟื้นหรือยัง"
"เพิ่งฟื้นมาเมื่อกี้ค่ะ...ตอนนี้หลับไปแล้ว ฉันออกมาคุยข้างนอก กลัวลูกจะได้ยิน"
"พี่ใหญ่ล่ะ..."
ใหญ่หรือนรีนาถ เป็นพี่สาวของนริศที่อยู่อังกฤษ และเป็นผู้ที่รับนิชาภัสมาดูแลที่อังกฤษ
"ฉันให้กลับไปพักแล้วค่ะ"
"ดีแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงนะ...พรุ่งนี้ผมก็ถึงแล้ว"
"ค่ะ...ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลนะคะ คุณไปหาพี่ใหญ่แล้วมาพร้อมกันก็ได้ค่ะ"
"อื้ม...แค่นี้ก่อนนะ ผมเข้ามานั่งบนเครื่องบินแล้ว..."
"เดินทางปลอดภัยค่ะคุณ"
นริศวางสายก่อน กัญญาถอนใจ หันไปมองช่องเล็ก ๆ ตรงประตู ก็เห็นว่านิชาภัสนอนเงียบ เธอก็ผลักประตูเข้าไปนั่งที่ข้างเตียงตามเดิม หัวใจคนเป็นแม่ที่แตกสลาย แต่ต้องอดทนเพื่ออีกหนึ่งชีวิตที่ยังเหลืออยู่
ชายหนุ่มหน้าตาดีเดินเข้าบ้านมาด้วยใบหน้าหมองเศร้า เขามาทรุดนั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทีเหนื่อยอ่อน พิงหลังกับพนักโซฟาและหลับตาลง หญิงสาวคนหนึ่งมานั่งข่าง ๆ เขา
"กลับมาแล้วเหรอคะกิตติ์"
"อื้ม..."
กิตติกรรับคำทั้งที่ยังหลับตา
"ทำไมคะ...บ้านไม่น่าอยู่เหรอ คุณถึงทำท่าซังกะตายแบบนี้"
"เลิกหาเรื่องผมซะทีได้ไหม ผมทำงานมาเหนื่อย ๆ นะ..."
"คุณเหนื่อยเพราะทำงานจริงหรือคะ ที่เป็นแบบนี้...ไม่ใช่เพราะนังแพศยานั่นหรือ"
"หยุดพูดแบบนี้เสียทีได้ไหม...เยลลี่"
กิตติกรตวาดแล้วลุกขึ้นยืน จ้องหน้าหญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาด้วยความโกรธ
"คนก็ตายไปแล้ว คุณยังจะมาพูด...มาระแวงอะไรอีกล่ะ"
"ทำไมคะ...ฉันแตะมันไม่ได้เลยนะ คุณยังรัก...ยังคิดถึงมันอยู่ใช่ไหมคะกิตติ์"
เธอพูดเสียงเกรี้ยวกราดใส่เขา ทำท่าจะเอาเรื่องสามีให้ได้

