ตอนที่ 8
นริศขับรถมาจอดที่หน้าบริษัท นิชาภัสแหงนหน้ามองตึกที่มีเพียง 8 ชั้น พวกพนักงานคงเข้างานกันหมดแล้ว แต่ก็ยังมีคนเดินเข้าเดินออกกันอยู่บ้าง
"ถึงแล้วลูก..."
"ก็ดูไม่เลวนะคะพ่อ"
"หนูจะไปชั้นไหนล่ะ"
"เขานัดที่ชั้น 5 ค่ะ..."
หญิงสาวยกข้อมือขึ้นดูนาฬิกา
"ยังมีเวลาอีก 15 นาทีค่ะ...นิ้งลงตรงนี้เลยแล้วกันนะคะ"
"โอเค...เย็นนี้เจอกันนะลูก"
"ขับรถดี ๆ นะคะพ่อ"
"อืม...ขอให้โชคดีนะลูก"
นิชาภัสถือแฟ้มลงจากรถ โบกมือให้จนรถของนริศออกนอกประตูไป เธอเอาแว่นกันแดดที่เปลี่ยนสีได้ขึ้นมาใส่ แล้วเดินเข้าไปในออฟฟิศ ยามหน้าประตูเปิดประตูให้โดยไม่ได้มองหน้าเธอเลย
นิชาภัสเดินมาที่ลิฟท์ มีคนมายืนรอลิฟท์อยู่หลายคน ไม่มีใครสนใจมองเธอสักคน พอลิฟท์เปิด...ทุกคนก็เดินเข้าไปในลิฟท์ เธอยืนอยู่ด้านในสุด
ลิฟท์เปิดที่ชั้น 5 ก็มีทั้งคนเข้าและคนออก แว่นสีชาพอเข้าที่ร่มก็กลายจะเป็นแว่นใส คนที่จะเข้าลิฟท์...พอเห็นหน้าเธอก็ร้องกรี๊ดเสียงดังลัน
"ว๊ายยยย...ผีหลอก"
คนที่ร้องชี้มือไปทางด้านหลัง ทุกคนจึงหันไปมอง ก็เห็นนิชาภัสยืนอยู่ แล้วความแตกตื่นโกลาหลก็เกิดขึ้น ทุกคนวิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง นิชาภัสยิ้มมุมปาก...เดินออกจากลิฟท์ไปหาห้องสัมภาษณ์
เช้าวันนั้น...ข่าวนี้ก็แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว...ว่าวิญญาณของนิลวดีเฮี๊ยน มาให้เห็นกลางวันแสก ๆ
หญิงสาวเดินมาตามทางเดิน ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าห้องที่ติดป้ายว่า "กิตติกร นิมิตรมงคล"
"สวัสดีค่ะ ฉันมาสัมภาษณ์งานตามที่ทางคุณนัดไว้ค่ะ"
เธอคนนั้นก้มหน้าพิมพ์ดีดอยู่ จึงไม่ได้เงยหน้ามอง
"ชื่ออะไรคะ...นัดไว้กี่โมง"
"ชื่อ นิชาภัส อมรรัตนะ ค่ะ ทางคุณนัดฉันไว้ 10 โมง"
เธอเปิดสมุดนัดดู
"อ๋อ...ค่ะ เดินตามทางนี้ไปนะคะ เชิญที่ห้องขวามือสุดนั่นเลยค่ะ"
เลขาสาวชี้ไปที่ห้องหัวมุมสุด หญิงสาวจึงเดินไปที่ห้องนั้น เธอหันมามองเลขาสาวที่ก้มหน้าก้มตาทำงานไม่สนใจใคร
นิชาภัสเดินมาหยุดยืนที่หน้าห้อง มีป้ายติดไว้ว่าห้องสัมภาษณ์ เธอเคาะประตูไป 2-3 ที ก็มีเสียงพูดอนุญาตออกมา
"เชิญครับ..."
หญิงสาวถอดแว่นพับใส่กระเป๋า แล้วเปิดประตูเข้าไป เธอเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีกำลังพิมพ์อะไรบางอย่างลงในคอมพิวเตอร์บนโต๊ะ
"สวัสดีค่ะ"
เขาเหลือบตาขึ้นมองนิดนึง แล้วก้มหน้ามองจอคอมต่อ
"สวัสดีครับ...เชิญนั่งก่อนนะ ผมขอทำงานสักครู่ เดี๋ยวเราค่อยมาคุยกันนะครับ"
นิชาภัสไม่ตอบ เธอนั่งลงที่เก้าอี้หน้าโต๊ะ มองเขาที่กำลังสนใจจดจ่ออยู่กับจอคอม
"คนที่นี่ตั้งใจทำงานดีจัง มีแต่คนก้มหน้าก้มตาทำงาน"
หญิงสาวคิดแล้วมองไปรอบ ๆ ห้อง นอกจากมีโต๊ะทำงานกับคอมพิวเตอร์และเก้าอี้หลายตัว...ก็ไม่มีอย่างอื่นอีกเลย
"คุณชื่ออะไรครับ"
เขาถามทั้งที่ยังไม่มองหน้าเธอ
"นิชาภัส อมรรัตนะค่ะ"
"นิชาภัส..."
กิตติกรทวนชื่อแล้วเงยหน้ามอง แล้วเขาก็ทำตาโต...สะดุ้งตกใจจนลุกขึ้นยืน ตะลึงจ้องมองเธอ
"นะ...แนน คุณยังไม่ตายเหรอ คุณกลับมาหาผมแล้ว"
กิตติกรโผเข้ามากอดนิชาภัส เธอผลักเขาออกแล้วถอยห่างออกมาทันที
"ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย"
นิชาภัสชักสีหน้าไม่พอใจ กิตติกรจึงรู้สึกตัวว่าได้ทำสิ่งที่ไม่สมควรลงไป หญิงสาวจ้องหน้าเขาเขม็ง
"คนนี้หล่อจัง...เป็นใครกันนะ คงคิดว่าเราเป็นพี่แนนสินะ...ถึงมากอดเรา เขาจะใช่คนมี่พี่แนนพูดถึงไหมนะ"
หญิงสาวมองกิตติกรแล้วคิดในใจ กิตติกรอายจนไม่กล้ามองหน้าเธอ
"ผมขอโทษนะครับ...ที่ทำให้คุณตกใจ ผมเข้าใจผิด...เลยล่วงเกินคุณไป ต้องขอโทษจริง ๆ นะครับ"
"ทำไมคุณถึงเรียกฉันว่าแนนล่ะคะ...เธอเป็นใครเหรอ"
"อื้ม...แนนเป็นพนักงานคนหนึ่งของบริษัทเรา แต่เธอเสียชีวิตไปแล้วครับ คุณหน้าตาเหมือนเธอมาก"
นิชาภัสพยักหน้า
"ฉันเหมือนเธอมากหรือคะ แล้วทำไมคุณถึงมากอดฉันล่ะ"
"ครับ...เหมือนมาก ผมต้องขอโทษจริง ๆ นะ...ที่ผมเสียมารยาท เชิญนั่งครับ"
กิตติกรบอกเธอ แล้วเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ เอาผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาซับเหงื่อที่หน้า พยายามระงับความฟุ้งซ่านของตัวเอง
"เอ้อ...ผมชื่อกิตติกรนะ คุณบอกว่าเรียนจบมาจากอังกฤษใช่ไหมครับ"
"ใช่ค่ะ...ก็ตามที่ฉันเขียนลงในเรซูเม่นั่นแหละค่ะ ฉันเพิ่งจบมาได้ไม่กี่เดือนเอง "
"อืม...อายุเท่านี้เอง แต่เรียนจบปริญญาตรีแล้ว และได้เกียรตินิยมเสียด้วย...นับว่าเก่งมากนะครับ"
"ฉันหัวดี...เลยเรียนจบเร็วค่ะ"
"ไม่ทราบว่าเคยฝึกงาน...หรือเคยทำงานที่ไหนมาก่อนไหมครับ"
"ฉันเคยฝึกงานตั้งแต่ยังเรียนอยู่ปี 2 จนเรียนจบค่ะ"
กิตติกรคีย์ข้อมูลในคอมขึ้นมาดู เขาพยักหน้าและยิ้มพอใจ
