ตอนที่ 6
ผู้จัดการฝ่ายบุคคลเพิ่งได้รับเรซูเม่ของนิชาภัสที่ส่งมาทางออนไลน์ อ่านแล้วรู้สึกสนใจมาก เขาจึงเอามาเสนอให้กิตติกรซึ่งเป็นผู้จัดการใหญ่ดู
"อืม...น่าสนใจจริง ๆ ครับ"
"แต่...เธออายุยังน้อย และยังไม่มีประสบการณ์ ผมกลัวจะทำไม่ไหวนะครับ"
"คุณคงไม่รู้อะไร คนที่จบจากมหาลัยนี้...มีความสามารถทุกคนนะ ผมอยากได้คนรุ่นใหม่มาร่วมงานบ้าง คุณเรียกเธอมาได้เลย ผมจะสัมภาษณ์เอง"
"ได้ครับคุณกิตติ์"
"แล้วมีคนอื่นสมัครตำแหน่งนี้อีกไหม"
"มี 2-3 คนครับ"
"นัดมาวันเดียวกันก็ได้"
"ครับคุณกิตติ์"
ผู้จัดการเดินออกไป กิตติกรเอาเรซูเม่มานั่งอ่านอีก
"อืม...อยู่อังกฤษเมืองริเวอร์พูลหรือ จำได้ว่าแนนเคยบอกว่ามีน้องสาวอยู่อังกฤษนี่นา แต่อยู่เมืองอะไรน๊า"
เขาพยายามนึก แต่นึกไม่ออก เพราะตอนนั้นฟังแค่ผ่าน ๆ หู ไม่ได้ใส่ใจมากนัก กิตติกรเปิดลิ้นชักโต๊ะ เอารูปของนิลวดีขึ้นมาดู ใบหน้าหล่อมองรูปนั้นอย่างหมองเศร้า
"แนน...เธอจากฉันไปเดือนกว่าแล้วนะ ฉันไม่อยากคิดเลย...ว่านี่คือความจริง ฉันคิดถึงเธอมากนะแนน"
กิตติกรเฝ้าคิดถึงคืนวันที่ได้ทำงาน ได้พูดคุย กินข้าวดูหนังกับนิลวดี ความสัมพันธ์ของพวกเขาเป็นไปด้วยดี จนถึงวันนั้น...วันที่ยลดามาอาละวาดที่บริษัท นับแต่นั้น...นิลวดีก็เย็นชากับเขา ยังไม่ทันที่เขาจะตามง้อหรืออธิบายให้เธอฟังได้สำเร็จ เธอก็มาถูกรถชนเสียชีวิตเสียก่อน
กิตติกรถอนใจ เอารูปใส่ลงในลิ้นชักตามเดิม ถึงเขาจะแต่งงานแล้ว แต่ก็ไม่เคยรักภรรยาเลย เพราะเป็นการคลุมถุงชนของครอบครัว ใจเขามีแต่นิลวดีเท่านั้น เขาเคยคิดจะขอหย่ากับยลดา...เพื่อมาแต่งงานกับนิลวดี แต่ความหวังต้องมาพังลง เพราะนิลวดีเสียชีวิต
นิชาภัสแพ็คกระเป๋าเตรียมตัวเดินทางกลับประเทศไทย นรีนาถมาเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไปเลย หญิงสาวเงยหน้ายิ้มให้
"เอาของไปแค่นี้เองหรือลูก"
"แค่นี้พอแล้วค่ะ นิ้งไปหาซื้อเพิ่มที่โน่นก็ได้"
นรีนาถเอากุญแจสองพวงมายื่นให้หลานสาว
"เอ้า...กุญแจบ้านกับกุญแจรถ"
นิชาภัสไหว้แล้วรับมา
"จะไม่ไปอยู่กับพ่อแม่จริง ๆ เหรอลูก"
"ค่ะ...ช่วงที่ยังไม่มีงาน อาจไปนอนที่บ้าน แต่ถ้าทางโน้นรับแล้ว นิ้งก็จะไปอยู่ที่ทาวน์เฮ้าส์ของป้า จะได้ไม่ต้องขับรถไปทำงานไกล แต่แรก ๆ คงต้องนั่งแท็กซี่ให้จำทางได้ก่อนค่ะ ไม่รู้บ้านเมืองเปลี่ยนไปแค่ไหนแล้ว"
"จะไปอยู่ทาวน์เฮ้าส์ทำไม ก็ไปอยู่บ้านของป้าเลยก็หมดเรื่อง"
"เกินฐานะไปค่ะ นิ้งไปเป็นพนักงานเงินเดือนไม่กี่หมื่นนะคะ ไปอยู่บ้านใหญ่ขนาดนั้น คงโดนเพ่งเล็งตายเลยค่ะ"
นิชาภัสหัวเราะเสียงใส นรีนาถยิ้มลูบหัวเธอ หญิงสาวโผเข้ากอดเอว และซบหน้ากับอกของเธอ
"ป้าจะไม่ไปกับนิ้งจริง ๆ หรือคะ ป้าจะอยู่คนเดียวได้แน่เหรอ ไม่มีนิ้งอยู่ด้วย...ป้าเหงาตายเลยนะ"
นรีนาถน้ำตาคลอ
"ไม่ต้องห่วงป้าหรอก ป้ายังแข็งแรง และมีแมรี่อยู่เป็นเพื่อน ห่วงแต่หนูนั่นแหละ รับปากป้านะ...ว่าจะดูแลตัวเองอย่างดี อย่าให้ตัวเองต้องเจ็บเหมือนคราวนี้อีก เราเหลือหนูเพียงคนเดียวแล้วนะลูก"
นิชาภัสน้ำตาไหล พูดเสียงสั่นเครือ
"นิ้งสัญญาค่ะ...จะดูแลตัวเองอย่างดี นิ้งไม่ลืมหรอกนะคะ ว่ายังมีพ่อแม่กับป้าที่รอนิ้งอยู่ เสร็จเรื่องแล้ว...นิ้งจะกลับมาค่ะ"
"โอเค...แต่ถ้าป้าเสร็จงานก่อน ป้าจะไปหานะ ไม่ได้กลับบ้านมานานแล้ว อยากกลับไปดูสักครั้งเหมือนกัน"
"ดีจังเลยค่ะ...นิ้งจะรอนะคะ"
นิชาภัสก็ไม่อยากจากนรีนาถ แต่เธอมีเรื่องคาใจที่ต้องไปสะสาง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ คืนนั้น...นิชาภัสก็บินลัดฟ้าอำลาประเทศอังกฤษกลับสู่ประเทศไทย
นิชาภัสเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว นริศกับกัญญามารอรับเธอ สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันกลม สองสามีภรรยาดีใจที่ได้ลูกสาวคนเล็กกลับคืนสู่อ้อมกอดอีกครั้ง
"ขอต้อนรับกลับบ้านนะลูก"
นริศลูบหัวบอกลูกสาว
"ไปจ้ะลูก...กลับบ้านเรากัน"
กัญญาพูดแล้วมองกระเป๋าใบใหญ่เพียงใบเดียวที่หญิงสาวเข็นมาด้วย
"ทำไมเอาของมาแค่นี้เองล่ะ ไหนว่าจะมาอยู่นาน ๆ ไง"
"นิ้งขี้เกียจขนค่ะแม่ ขาดเหลืออะไรมาหาซื้อที่นี่ง่ายกว่าค่ะ"
กัญญาพยักหน้า นริศมาช่วยเข็นกระเป๋า แล้วทั้งสามคนก็ออกจากสนามบินด้วยกัน นิชาภัสตื่นตากับความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง
นริศเลี้ยวรถเข้าบ้านหลังใหญ่ นิชาภัสมองบ้านอย่างคิดถึง บ้านที่เธอเคยอยู่กับพ่อแม่และพี่สาว ก่อนที่นรีนาถจะมาขอเธอไปอยู่ด้วย
"บ้านของเรา...ยังสวยอยู่เลยนะคะพ่อ"
"พ่อให้คนมาซ่อมแซมทาสีใหม่ไว้ต้อนรับหนูไงจ๊ะ"
กัญญาบอกลูกสาว
"ขอบคุณค่ะพ่อ พ่อน่ารักที่สุดเลย"
นริศยิ้ม เขาจอดรถแล้วยกกระเป๋าลงจากรถ สาวใช้วัยรุ่นมาช่วยลากกระเป๋าเข้าบ้าน กัญญากับนิชาภัสเดินตามเข้าไป หญิงสาวมองไปทั่วบ้าน ทบทวนความทรงจำเก่า ๆ ที่เธอเคยมีความสุขกับครอบครัวในบ้านหลังนี้ ภาพของเธอกับพี่สาวยังแขวนอยู่ข้างฝา เธอเดินไปยืนมองภาพนั้น กัญญาเดินมาจับไหล่เธอ
"แม่จัดห้องใหม่ไว้ให้แล้วนะจ๊ะ"
"นิ้งขออยู่ห้องเก่าได้ไหมคะ"
กัญญานิ่งอึ้งไป เธอคิดจะเก็บห้องนั้นไว้เป็นอนุสรณ์ถึงนิลวดี แต่เมื่อนิชาภัสขอ...เธอก็จำต้องอนุญาต
"ได้สิจ๊ะ...ห้องนั้นแม่ทำความสะอาดแล้ว หนูเข้าไปพักได้เลยจ้ะ"
"ขอบคุณค่ะแม่"
หญิงสาวกอดหอมแก้มแม่
"นี่ยังเช้าอยู่ หนูขึ้นไปพักก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวแม่ทำกับข้าวเสร็จแล้วจะไปเรียกจ้ะ"
"ค่ะแม่"
นิชาภัสหิ้วกระเป๋าเดินขึ้นห้อง นริศเดินมาโอบไหล่กัญญาและยิ้มให้กัน ทั้งคู่ดีใจที่ลูกสาวคนเล็กกลับมาแล้ว แต่ยังเศร้าใจที่ต้องเสียลูกสาวคนโตไปอย่างไม่มีวันกลับ
