บทที่๔...วิมานบนดินราวไม่มีอยู่จริง (๔)
จนท่วมท้นหัวใจดวงนี้แล้ว...
“การได้แต่งงานกับอาเทียนเหมือนเป็นความฝันเลยนะคะ” กอดแขนเขาแน่นกว่าเดิมแล้วทิ้งตัวอิงซบสามี ไม่มีช่องว่างระหว่างเราแล้วเขาก็ตอบรับเสียงทุ้มพร้อมรอยยิ้มที่ละลายใจเธอได้ไม่ยาก เขาช่างมีความสามารถเหลือเกินที่ทำให้หล่อนเป็นได้ขนาดนี้
“ครับ”
รักสิปปกรหมดหัวใจจนนึกไม่ออกว่าถ้าวันหนึ่งไม่มีเขาแล้วจะอยู่อย่างไร...
ลงจากรถไฟก็มายังบริษัทเช่ารถของญี่ปุ่น เธอตกใจจนเผลอมองเขาตาโตแต่ไม่ได้พูดอะไรมากนักเพราะสามีกำลังคุยกับพนักงานด้วยภาษาอังกฤษ พร้อมฟังคำแนะนำการขับรถและกฎต่างๆ จนกระทั่งทุกอย่างเสร็จสิ้นมอบกุญแจรถให้กัน เธอจึงขึ้นมานั่งเบาะข้างคนขับ แล้วยังถามเขาเพื่อความแน่ใจ
“อาเทียนจะขับรถเองเหรอ”
“ใช่ อามีใบขับขี่ก็ต้องขับได้สิ ไม่ไว้ใจอาเหรอ” นั่งหน้าพวงมาลัยขนาดนี้คงถอยไม่ได้แล้ว เธอมองเขาแล้วรีบอ้อนเอาใจทันที
“เปล่าค่ะ ลี่ไว้ใจอาอยู่แล้ว ยกทั้งใจให้อาเทียนคนเดียวเลย” ทำท่าหัวใจแล้วส่งให้เขา ร่างสูงเห็นเช่นนั้นก็อมยิ้มกับความทะเล้นของภรรยา เริ่มออกเดินทางเพื่อเข้าที่พักแล้วจะได้เริ่มกิจกรรมที่คิดเอาไว้ โดยซ่อนดวงตาที่แฝงเลศนัยบางอย่างเอาไว้
การมาฮันนีมูนครั้งนี้มีเหตุผลบางอย่างที่เขาไม่ได้บอกเธอ อยากมาดูให้เห็นกับตาตัวเองว่าจริงหรือเปล่า จึงใช้โอกาสที่มาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ทำธุระของตัวเองเสียเลย
เข้าที่พักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าคนเป็นภรรยาก็ร้องหิวจึงได้มาเดินซื้อของกินที่ตลาดขนาดใหญ่ เป็นตลาดเก่าแก่ที่มีทุกอย่างครบครัน ไม่ว่าอยากกินอะไรก็เลือกซื้อได้เลย เพียงแค่เห็นป้ายทางเข้าก็ตื่นตาตื่นใจจนต้องถ่ายรูปเก็บไว้
เดินกอดแขนสามีตลอดเวลาเข้ามาด้านใน ก่อนผละออกห่างเขาเมื่อเห็นของกินเรียงรายตรงหน้า เธอเริ่มซื้อทีล่ะอย่างแล้วชิมทีล่ะนิดก่อนเบิกตากว้างที่มันอร่อยกว่าที่คาดเอาไว้เสียอีก ไม่รอช้ารีบหันมาให้เขาชิมด้วย
“อาเทียนอร่อยมาก...ชิมค่ะ”
“อร่อยไหม” ชายหนุ่มกัดเข้าปากแล้วเคี้ยวโดยไม่พูดอะไร เธอจึงต้องรีบถามเขาทันที
“อร่อยครับ” พยักหน้าตอบทำให้เธอยิ้มกว้างกว่าเดิมที่เรามีความคิดเห็นตรงกัน จากนั้นจึงเดินตามหาของกินโดยไม่สนใจว่าตัวเองมาดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ สิ่งสำคัญตอนนี้คืออาหารที่ละลานตาเป็นอย่างมาก
“มีแต่ของน่ากินทั้งนั้นเลย เราซื้อไปทุกอย่างได้ไหมคะ” แววตาเป็นประกายของเธอทำให้เขายิ่งเอ็นดูมากกว่าเดิม แทบจะไม่หันมามองสามีด้วยซ้ำ เหมือนต้องการเขาแค่เวลาที่กินไม่หมดหรืออิ่มแล้วเท่านั้นเอง
“กินหมดเหรอ”
“ไม่หมด...ก็มีอาเทียนช่วยกินไง” ขยับเข้ามากอดแขนหนาเอาไว้ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยกมือขึ้นลูบศีรษะมนแผ่วเบา
“อาจะลงพุงแล้วเนี่ย” อายุเพิ่มมากขึ้นแล้วก็ไม่ได้ฟิตเหมือนเมื่อก่อน เริ่มมีหน้าท้องยื่นออกมาเล็กน้อยจนตั้งมั่นกับตัวเองว่ากลับไทยคงต้องออกกำลังกายบ้างแล้ว จะไม่ปล่อยให้ตัวเองลงพุงเป็นลุงอย่างเด็ดขาด
“ลงพุงก็หล่อ หล่อที่หน้าหล่อที่ใจไงคะ...กินเข้าไปค่ะ” เมื่อซื้อเมนูใหม่ก็บังคับให้เขากินทันที แล้วชายหนุ่มก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ จำต้องกินทุกอย่างที่ภรรยายื่นมาตรงหน้า จากนั้นค่อยถือของให้เธอจนเต็มสองมือ
“ปูน่ากินมาก ลองซาลาเปาไส้ปูดูค่ะ อร่อยมากเลยอาเทียน” เดินไปได้สักพักไม่เห็นว่าปากเธอจะว่างเลยสักครั้ง จนเขานึกทึ่งกับความกินเก่งของอีกฝ่าย
“กินเยอะขนาดนี้เอาไปเก็บไว้ที่ไหนหมดหือ”
“ถ่ายไงคะ กินแล้วก็ถ่ายง่ายจะตายไป” ตอบอย่างไม่เหนียมอายกลายเป็นเขาเสียงที่ชะงัก ผงกศีรษะเห็นด้วยกับคำพูดของเธอทั้งหมด ลืมไปเลยว่าคนเรามีขบวนการนี้อยู่ด้วย กินแล้วก็ต้องอุจจาระเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
“นั่นสินะ...” ยิ้มขำกับท่าทีของเขาที่อึ้งเมื่อฟังคำตอบของหล่อน วราลีไม่รอช้ารีบลากเขาไปอีกเส้นทางเพื่อซื้อของที่ตนเองชอบ แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อหันไปเห็นคนที่คุ้นเคยจนต้องรีบหันขวับกลับมามองสามีตัวเอง
“เราไปร้านนั้นกันค่ะ...อาเทียน...” โชคดีที่ร่างสูงไปยืนดูปลาอยู่อีกร้านไม่ได้เดินตามเธอแต่แรกจึงไม่เห็นคนที่ผ่านไป
เธอไม่อยากให้เขาเห็นอดีตคนรักอย่างเมริริน...
