บท
ตั้งค่า

บทที่๔...วิมานบนดินราวไม่มีอยู่จริง (๓)

“ขออนุญาตนะคะอาเทียนขอขัดจังหวะนิดนึง ขอพาตัวเจ้าสาวไปเตรียมพร้อมสำหรับงานเย็นนี้ก่อนนะคะ”

“ครับ” พยักหน้าให้เธอไปแต่โดยดี เธอมองตามเขาตาละห้อยไม่อยากไปสักนิด สุดท้ายก็ต้องเดินตามแรงลากของเพื่อนอยู่ดี

“อาเทียนหล่อมาก เพื่อนฉันตาถึง” ระหว่างเดินไปยังห้องแต่งตัวก็ไม่ลืมจะเอ่ยชมเจ้าบ่าวรูปหล่อ เข้าใจแล้วว่าทำไมวราลีจึงรักปักใจเพียงคนนี้ ไม่ยอมมองหนุ่มที่เข้ามาจีบเลยสักคน

ผู้ชายในรั้วมหาวิทยาลัยไม่มีใครสู้อาเทียนได้เลย...

“แน่นอนอยู่แล้ว” ยิ้มกว้างแล้วยอมรับด้วยความภาคภูมิใจ

“ไม่มีถ่อมตัวเลยนะจ๊ะ”

“ถ่อมทำไมล่ะ ก็อาเทียนหล่อจริงนี่น่า” ยังคงชมเจ้าบ่าวของตัวเองพร้อมรอยยิ้มที่แต้มริมฝีปาก ความสุขของเธอเป็นจริงแล้ว ต่อจากนี้ก็เหลือเพียงอย่างเดียวคือการได้เป็นแม่ของลูกเขา แต่ไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อไหร่

หวังว่าคงไม่นานเกินไปหรอกนะ...

การเป็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวเหนื่อยเหลือเกินในความรู้สึกของพวกเขา เมื่อการฉลองสิ้นสุดลงก็ตรงกลับห้องเพื่อพักผ่อนทันที ไม่ได้ทำกิจกรรมแสนหวานเพราะเหนื่อยเกินกว่าจะฝืนเปิดเปลือกตาไหว หลังจากนั้นพวกเขาก็ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิมแต่ที่ต่างออกไปคือหญิงสาวย้ายข้าวของทั้งหมดมาไว้ห้องสามีเป็นที่เรียบร้อย

เธอจัดแต่งห้องสีทึบของเขาให้สว่างกว่าเดิม แต่ก็ยังคงความชอบสีเข้มของสามีเอาไว้ด้วยการปูเตียงสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีโปรดของสิปปกร ตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้งแบ่งกันใช้แต่ส่วนใหญ่จะมีข้าวของเธอมากกว่า

ตอนแรกก็ยังไม่ชินแต่เมื่อผ่านไปเดือนกว่าก็เริ่มปรับตัวได้แล้ว เมื่อวานถูกเขาเซอร์ไพรส์ด้วยการบอกจะพาไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น เธอจึงรู้ทันทีว่าสามีต้องการพาตนไปฮันนีมูน ใช้เวลาสามชั่วโมงในการเตรียมเสื้อผ้าทั้งของตนและของอีกฝ่าย เมื่อเสร็จเรียบร้อยก็มานอนกอดคนที่หลับเป็นตายอยู่บนเตียง ถึงเช้าวันต่อมาค่อยปลุกเขาให้ลุกเพื่อทำเวลาในการเดินทาง

เธอจะไม่ยอมพลาดเที่ยวบินสำคัญที่ทำให้ได้ไปฮันนีมูนกับเขาเป็นอันขาด...

“อาเทียน...เช้าแล้วค่ะ” ลุกจากเตียงก็รีบไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วเตรียมของทุกอย่างเพื่อมุ่งสู่ประเทศแห่งดอกซากุระที่ตนชื่นชอบ จากนั้นค่อนมาปลุกคนที่นอนไม่ยอมตื่นยังคงกอดหมอนข้างเอาไว้เหมือนเดิมจนต้องเข้าไปเขย่าตัว

ไม่น่าเชื่อว่าสามีของเธอจะนอนได้น่ารักขนาดนี้...ถ้ามีเวลานานกว่านี้คงได้นั่งมองเขาทั้งวันด้วยความเอ็นดูแล้ว

“อือ ครับ” จำต้องลืมตาตื่นเพื่อมามองหน้าร่างบางที่นั่งอยู่บนเตียงแล้วยิ้มให้กัน

“ไปอาบน้ำกันเถอะเราจะได้เดินทาง เดี๋ยวก็ตกเครื่องหรอก”

“โอเค” ต้องเดินเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายแล้วออกมาสวมชุดที่เธอเตรียมไว้สำหรับคู่รัก ไม่ใช่เสื้อคู่แต่เป็นโทนสีเข้ากันทำให้รู้เลยว่าสถานะของเราคือแฟนอย่างแน่นอน จากนั้นก็พากันไปขึ้นเครื่องที่สนามบินประจำจังหวัดมายังเมืองหลวง

ค่อยเดินทางไปโอซาก้าเมืองศูนย์กลางทางตะวันตกของประเทศญี่ปุ่น นั่งเครื่องบินไปลงที่นั่นแล้วต่อรถไฟเข้ามาในตัวเมือง ระหว่างทางเธอค่อนข้างตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษ ตึกสูงที่เห็นดูเหมือนในการ์ตูนไม่มีผิด หญิงสาวจึงได้บันทึกภาพเอาไว้ตลอดเวลาจนคนที่นั่งข้างกันทำเพียงมองพลางอมยิ้มด้วยความเอ็นดู

กระเป๋าที่เตรียมมามีเพียงสองใบ เขาหนึ่งใบแล้วเธอก็หนึ่งใบ หล่อนไม่ได้มีของมากมายนักเอาเท่าที่จำเป็น จึงทำให้ประหยัดค่าโหลดกระเป๋าไปได้เยอะพอสมควร

“อาเทียนเชื่อไหมว่าลี่มาต่างประเทศครั้งแรกเลย แล้วได้มาฮันนีมูนกับอาเทียนด้วย...เหมือนฝันเลยค่ะ” นั่งข้างเขาก็กอดแขนหนาไว้ตลอดเวลา ชายหนุ่มก้มมองเธอแล้วอมยิ้มมีความสุข จากนั้นจึงถามด้วยใบหน้าประดับรอยยิ้ม

มวลแห่งความอบอุ่นแผ่ซ่านโดยรอบสามีภรรยา...

“ชอบไหม”

“ชอบบรรยากาศเหรอคะ” เลิกคิ้วเชิงถาม

“ชอบอา” ไม่คิดเลยว่าเขาจะเล่นมุขเป็นด้วย เธอเขินจนไม่กล้าสบดวงตาคมแต่กระนั้นก็ยังบอกความในใจของตัวเอง

“งื้อ...รักเลยล่ะ” บอกรักไม่คิดอายเลยด้วยซ้ำ เขาได้ยินก็ยิ้มกว้างมีความสุขเช่นเดียวกัน แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ เมื่อได้เปิดใจแล้วก็พูดหมดเปลือกเพื่อให้เขารู้ว่าความรู้สึกที่มีให้มันมากเพียงใด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel