บทที่๔...วิมานบนดินราวไม่มีอยู่จริง (๕)
ไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นมาที่นี่ได้อย่างไร ทั้งยังพูดคุยกับบรรดาแม่ค้าเหมือนสนิทสนมกันมานานอีกต่างหาก เกิดเป็นคำถามในใจของหล่อนขึ้นมาจนต้องเหลียวกลับไปมองอีกครั้ง พบว่าคุณอาสาวเดินออกจากตลาดไปแล้ว เธอจึงพรูลมหายใจด้วยความโล่งอก
ยังไม่มั่นใจว่าสิปปกรลืมได้หรือยัง แต่เธอก็ไม่อยากให้คนทั้งคู่กลับมาพบกันอีก กลัวว่าจะรื้อฟื้นเรื่องในอดีตขึ้นมาให้ตนกลายเป็นส่วนเกิน
“อาเทียนคะ เราไปทางนั้นกันดีกว่าค่ะ มีของน่ากินเยอะมากเลย” รีบเข้าไปดึงเขาเพื่อไปอีกทางจะได้ไม่เดินสวนกับเมริริน เขาเห็นอย่างนั้นก็ตามไปโดยดีไม่สงสัยเลยสักนิด แม้สีหน้าของหญิงสาวจะหม่นลงเล็กน้อยต่างจากขามาก็ตาม
“ครับ”
ปล่อยให้เขาเดินดูของส่วนตนก็ย้อนกลับมายังที่เดิมเพื่อสอบถามด้วยความอยากรู้ว่าเมริรินมาที่นี่ทำไม หัวใจหล่อนสั่นไหวเพียงแค่คิดว่าการมาฮันนีมูนของเราครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หรือสามีจะจัดทริปทัวร์ขึ้นเพราะอยากเห็นหน้าแฟนเก่า
มือบางกำกางเกงไว้แน่นแล้วบอกตัวเองไม่ให้คิดมาก เธอเชื่อว่าเขาต้องไม่ทำเช่นนั้นแน่นอน...
“ผู้หญิงคนนั้น...เป็นใครเหรอคะ” เดินเข้าไปถามแม่ค้าชาวญี่ปุ่นแล้วเปิดรูปของอีกฝ่ายในอดีตให้ดู เพียงครู่เดียวก็ได้รับคำตอบแม้จะไม่ค่อยเข้าใจก็พอเดาได้
“เมจัง...ทัวร์ๆ”
เมริรินกับทัวร์หรือมาเป็นไกด์กันแน่...
แต่ไม่ว่าจะอย่างใดก็อยู่ห่างจากเขาแล้ว เธอหวังว่าคนทั้งสองจะไม่ต้องมาพบเจอกันอีก ขอให้ห่างเหมือนอยู่คนละโลกเลยยิ่งดี
“ขอบคุณค่ะ” ยิ้มขอบคุณแล้วค้อมศีรษะลงเล็กน้อย
จากนั้นจึงเดินไปหาสามีแล้วพากันกลับห้องพักทันที เธอไม่อยากอยู่ต่อแล้วต้องลุ้นว่าจะเจอเมริรินหรือเปล่า อยากทำตามแผนบางอย่างของตัวเองเพื่อให้มั่นใจว่าเอาเขาอยู่หมัด แล้วชายหนุ่มจะได้ไม่กลับไปหาคนเก่าอีก
กลับถึงที่พักก็ให้เขาอาบน้ำก่อน ส่วนตนอาบตามทีหลังแล้วสวมชุดคลุมออกมาสอดกายนอกข้างร่างสูง นอนหนุนแขนหนาพลางวาดมือไปโอบเอวเขาเอาไว้ แสดงถึงความใกล้ชิดของสองเราจนชายหนุ่มต้องกลั้นหายใจยามได้กลิ่นน้ำหอมเย้ายวน
เขากลัวว่าจะตบะแตกเสียก่อน...
“อาเทียนคะ เราอยู่กันแบบนี้ไปตลอดเลยได้ไหม...อีกสิบปี ห้าสิบปี หรือร้อยปีข้างหน้าอาเทียนก็จะอยู่กับลี่ใช่ไหม” เหมือนเธอยังกลัวการถูกทิ้ง ทำให้เขาต้องโอบกอดภรรยาเอาไว้เพื่อให้ความมั่นใจแก่หล่อน
“ครับ” คำสัญญาเหมือนจะได้ผลเพราะเธอเงียบไปไม่ถามอะไรอีก ทั้งห้องมีเพียงแสงสว่างจากโคมไฟสีนวลข้างหัวเตียง เขาเริ่มหรี่ตาเนื่องจากเหนื่อยมาทั้งวันพร้อมจะหลับแล้ว กลับต้องตกใจเบิกตากว้างเมื่อภรรยาที่นอนข้างกันใจกล้าถึงขนาดนั่งทับเขาในเวลาต่อมา
“ลี่จะทำอะไร” ถามด้วยความสงสัยปนงุนงง ไม่รู้ว่าหล่อนต้องการอะไรกันแน่ โดยที่หญิงสาวก็ใช้สายตาเจ้าเล่ห์จ้องเขาไม่ว่างตาเลยด้วยซ้ำ ยิ่งได้ขึ้นมานั่งด้านบนก็ทำให้เห็นว่ายามนอนเขามีเสน่ห์มากแค่ไหน
แทบละสายตาไม่ได้ด้วยซ้ำ...
“มาฮันนีมูนก็ต้องทำให้ครบสูตรสิคะ จะขาดตอนไปได้ยังไงล่ะ” ไม่พูดเปล่ายังถอดชุดคลุมออกเผยให้เห็นชุดชั้นในลายลูกไม้สีแดงที่ห่อหุ้มทรวงอกกับดอกบัวงามเท่านั้น เปิดเปลือยร่างกายให้เขาเห็นเป็นครั้งแรกจนชายหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายลงคอคล้ายคนหิวกระหาย
“เคยเหรอ...ทำเป็นหรือไง” แค่จูบแรกวันนั้นยังทำให้เธอเกือบเป็นลมได้เลย
ไม่ต้องคิดถึงเรื่องคืนนี้ว่าหญิงสาวจะทำเป็นหรือเปล่า บางทีเขาน่าจะต้องนำเธอทั้งหมดมากกว่า
“ไม่เป็นแต่เรียนทฤษฎีมาแล้ว หรือไม่อย่างนั้นอาเทียนก็สอนหน่อยสิคะ ลี่สัญญาว่าจะเป็นเด็กดีทำตามคำสอนของอาจารย์เทียนทุกอย่างเลย” เย้ายวนสามีที่นอนนิ่งแต่สายตาไม่นิ่งเลยสักนิด เขาหายใจติดขัดตั้งแต่เห็นเธอถอดชุดออกแล้ว
ไม่คิดจะยับยั้งชั่งใจเลยสักนิดเพราะเราเป็นสามีภรรยากันแล้ว เขาจึงตัดสินใจกอดเธอพร้อมใช้แรงเล็กน้อยเพื่อให้หล่อนนอนอยู่ใต้ร่าง วราลีถึงกับอึ้งเมื่อเห็นความชำนาญของเขาที่พลิกแพลงเก่งเหลือเกิน กลายเป็นเธอที่เหมือนเด็กน้อยทันที
“อย่ามาร้องขอให้หยุดทีหลังแล้วกัน” สายตาของเขาคล้ายกับเสือที่พร้อมล่าเหยื่อ
“ไม่มีทางอยู่แล้ว” ถึงจะทำไม่เป็นก็สู้สุดใจทำให้เขายิ่งอยากเห็นภรรยานอนหมดแรงอยู่ใต้ร่างของตน ไม่รอช้าก้มลงจุมพิตที่ปากอวบอิ่มพร้อมกับปลดสายเสื้อชั้นในของเธอในเสี้ยววินาทีด้วยซ้ำ เธอถึงกับอึ้งในความชำนาญของชายหนุ่ม
“อื้อ...”
ไม่ต้องคิดเลยว่าสภาพของวราลีเป็นอย่างไร
บอกเลยนอนสลบไสลไปหนึ่งวันเต็ม!
