บท
ตั้งค่า

บทที่๔...วิมานบนดินราวไม่มีอยู่จริง (๒)

“ถ่ายภาพรวมหน่อยนะครับ”

“ค่ะ” ถ่ายรูปกับเพื่อนสนิทค่อนข้างเยอะ ก่อนจะมีคนมาตามลงไปข้างล่าง เธอสูดลมหายใจเข้าปิดลึกเรียกกำลังใจให้ตัวเองอีกครั้งแล้วก้าวออกจากห้องนอนทันที เพียงแค่ย่างเท้าลงบันไดก็ได้ยินเสียงฮือฮาจากแขกที่นั่งรอชมความงามของเจ้าสาว

ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่คุณอาจะแพ้ทางเมื่อหล่อนสวยปานนางฟ้ามาโปรด เดินลงบันได้ก็เหมือนลอยเท้าแทบไม่คิดพื้นด้วยซ้ำ หลายคนมองอย่างตกตะลึงไม่เว้นกระทั่งเจ้าบ่าวเช่นเดียวกัน เธอดูแปลกตาไปจากทุกครั้งที่พบเจอ เรียกว่าเป็นคนละคนกับหลานสาวตัวน้อยเลยด้วยซ้ำ

หล่อนเติบโตเป็นสาวงามเต็มวัยที่ออกเรือนเรียบร้อยแล้ว หากพ่อยังอยู่ก็คงภูมิใจในตัวลูกสาวคนนี้เป็นอย่างมาก

เธอก็ภูมิใจในตนเองเช่นเดียวกัน...

งานพิธีเริ่มขึ้นโดยญาติฝ่ายเจ้าบ่าวเป็นนายอำเภอที่รู้จักกันอย่างดี ส่วนญาติฝ่ายเจ้าสาวคือป้ามะพร้าวหัวหน้าแม่บ้านที่เธอให้ความเคารพ ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความเรียบง่าย ช่วงเช้าแขกไม่เยอะเท่าไหร่เชิญเฉพาะคนสนิทก็นับเป็นร้อยกว่าคนเท่านั้น ส่วนตอนเย็นแทบจะเชิญทั้งจังหวัดก็ว่าได้เพราะเขาจัดงานฉลองมงคลสมรสเป็นงานวัดขนาดย่อม

เก้าอี้กว่าพันตัวไม่รู้ว่าจะเพียงพอต่อคนที่มาหรือเปล่า แต่ก็ยังมีสำรองเอาไว้อีกหลายตัวเหมือนกัน

หล่อนนั่งเคียงข้างเจ้าบ่าวในช่วงพิธีการ ไม่คิดว่ามันเป็นความจริงจนต้องมองเขาบ่อยครั้ง แอบหยิบตัวเองให้รู้ว่าตอนนี้ตนไม่ได้ฝันไป กระทั่งถึงเวลาสำคัญคือการตีตราจองโดยสวมแหวนเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ว่าต่อจากนี้ตนไม่โสดแล้ว

มีเจ้าของเป็นตัวเป็นตนแล้วเขายังหล่อมากอีกต่างหาก...

“เจ้าบ่าวสวมแหวนให้เจ้าสาวเลยครับ” เธอได้ยินอย่างนั้นก็ยกมือข้างซ้ายไปตรงหน้าเขา แหวนถูกสวมเข้าที่นิ้วนางข้างซ้ายทันที โดยเธอก็ไม่สามารถหุบยิ้มได้ เกือบขยับเข้าไปกอดร่างหนาแล้วก็ต้องบอกตัวเองว่าอยู่ในช่วงพิธีการ

อยากทำสิ่งใดต้องอดใจไว้ก่อน รอให้อยู่กันสองคนเมื่อไหร่อยากทำอะไรก็จะทำตามใจตัวเองทันที

แหวนที่สวมให้เธอตกทอดจากมารดาของเขา เป็นแหวนเพชรขนาดสองกะรัตที่สามารถใส่ได้ในชีวิตประจำวัน แต่หญิงสาวคิดว่าคงจะหาแหวนอื่นมาใส่ทดแทน ส่วนวงนี้อยากเก็บไว้เป็นความทรงจำแล้วก็มรดกตกทอดให้ลูกหลานในอนาคต

งานพิธีช่วงเช้าเสร็จสิ้นก็ได้เวลาเดินทักทายแขกเหรื่อ โชคดีที่งานไม่ล่มแล้วก็ค่อนข้างราบรื่นกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก เธอมีความสุขเป็นอย่างมากจนยิ้มกว้างตลอดเวลา

“อาเทียนเหนื่อยไหมคะ” หันมาให้ความสนใจเจ้าบ่าวที่เหงื่อออกจากอากาศที่ร้อน ไม่ลืมจะซับหน้าให้เขาแล้วก็แสดงความใกล้ชิดด้วยการกอดแขนแกร่งเอาไว้ตลอดเวลา เธอมีความสุขเป็นอย่างมากเมื่อได้อยู่ในพิธีสำคัญของเรา

“นิดหน่อย หิวมากกว่า” เริ่มลูบท้องด้วยความหิว เธอเห็นอย่างนั้นก็ยิ้มเอ็นดูเขาเป็นอย่างมาก

“เอาอะไรดีคะ ให้ลี่ไปตักกับข้าวมาดีไหม” อาหารยังมีเยอะจึงขันอาสาทันที กลับถูกชายหนุ่มรั้งเอาไว้พร้อมส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ

“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวเราก็ได้พักแล้วไม่ใช่เหรอ ยังมีงานเย็นอีกนะ” เพิ่งนึกได้ว่าใกล้จะถึงเวลาพักของเราสองคนแล้ว ต้องรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าหน้าผมเพื่อเตรียมสำหรับงานเย็นที่จุดอยู่ลานกว้างหน้าไร่ ไม่ต้องไปเช่าพื้นที่อื่นให้เปลืองเงินด้วยซ้ำ

“จริงด้วย...ลี่ลืมไปเลยค่ะ” เธอมองเขาเช็คความเรียบร้อยให้ชายหนุ่มอีกครั้ง ก่อนชะงักเมื่อเห็นว่าสิปปกรมองตนอยู่ก่อนแล้ว สายตาของเขาดูตกอยู่ในภวังค์จนตนนึกดีใจที่ความสวยของตนกำลังทำงานให้เขาลุ่มหลง

“วันนี้...ลี่สวยไหม” ยังกอดแขนเขาแล้วมองอีกฝ่ายไม่ละสายตา เขาได้ยินอย่างนั้นก็หลุดยิ้มกับคำถามของภรรยา เอ่ยชมเธอจากใจจริงเพราะหญิงสาวทำให้เขาไม่สามารถมองไปทางอื่นได้เลย เธอสวยสะกดโดดเด่นท่ามกลางผู้คนมากมาย

“สวยมากครับ” คำชมทำให้เจ้าสาวยิ่งยิ้มกว้างกว่าเดิม เอนกายซบที่อกกว้างพร้อมเอ่ยชมสามีของตนเอง

เพราะเราจดทะเบียนสมรสกันแล้ว จากนางสาวก็เปลี่ยนเป็นนาง นามสกุลก็เช่นเดียวกัน

เธอคือนางวราลี ชยุตรา...แค่ได้ใช้นามสกุลเดียวกันก็มีความสุขแล้ว

“อาเทียนก็หล่อมากค่ะ หล่อที่สุดเลย...” เธอไม่คิดจะสงวนท่าทีเพราะตอนนี้เป็นสามีภรรยากันแล้ว ไม่ใช่อาหลานเหมือนที่ผ่านมา แต่กระนั้นก็ยังไม่เปลี่ยนคำเรียกเพราะชินไปแล้ว เขาเองก็เต็มใจให้เธอเรียกเหมือนเดิม

“ขอบคุณครับ” ยอมให้เธอกอดอยู่อย่างนั้นจนมีบุคคลที่สามเดินเข้ามาขัดจังหวะ ทำให้ร่างบางต้องผละออกจากสามีแล้วส่งสายตาคาดโทษให้เพื่อนสนิทที่ไม่ดูเวล่ำเวลาเอาเสียเลย อุตส่าห์ได้อยู่กับคนรักตามลำพังก็ยังมีคนมาขัดขวางอีกจนได้

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel