บท
ตั้งค่า

บทที่๓...รักหรือแค่ลวงหลอก (๕)

“เป็นลี่ไม่ได้เหรอคะ อาช่วยรักลี่มากกว่าหลานสาวได้ไหมคะ” นอกจากอ้อนขอแล้วเธอยังขยับเข้ามาใกล้เขามากกว่าเดิมอีก ใบหน้าของเราสองคนอยู่ห่างกันไม่ถึงสิบเซนติเมตรด้วยซ้ำ แล้วเขาก็ไม่ได้มีสติมากพอจะยับยั้งชั่งใจอีกต่อไป

“อื้อ” มือหนาคว้าท้ายทอยเล็กดึงให้เข้ามาชิดพร้อมประทับริมฝีปากลงไปรวดเร็ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความเมาหรือความต้องการส่วนลึกในใจกันแน่ แต่เขาไม่ยอมปล่อยหล่อนให้เป็นอิสระจนกว่าจะทำทุกอย่างตามใจตัวเอง

ปากอวบอิ่มที่สัมผัสนุ่มและหวานจากรสชาติของไวน์ที่เธอดื่มไป เขาเอียงหน้าเพื่อให้ได้องศาที่ถนัดในการจูบ ขบเม้มชิมความหวานอย่างหยามใจเมื่อคนบนตักจูบตอบเงอะงะ ดูก็รู้ว่าเป็นครั้งแรกของเธอจึงทำตัวเป็นครูเพื่อสอน มือที่เคยจับท้ายทอยหล่อนก็เปลี่ยนเป็นเลื่อนมาลูบไล้ตามเอวคอด สอดมือเข้าเสื้อตัวนิ่มเพื่อสัมผัสกับทรวงอกนุ่มที่ถูกชุดชั้นในหอบหุ้มเอาไว้

เสียงจุมพิตดังก้องหูแล้วพวกเขาก็เพลิดเพลินเกินกว่าจะคิดได้ว่าตรงนี้ไม่ใช่ที่ปิด ถ้าเกิดมีคนเดินผ่านไปมาก็เห็นได้ง่าย แต่ไม่มีใครมีสติพอจะยับยั้งเพราะเธอก็มัวเมากับรสจูบที่เขามอบให้กัน ส่วนชายหนุ่มก็หลงระเริงกับร่างกายนุ่มนิ่มของคนอายุน้อยกว่า

“อาเทียน...อ่า” ผละออกจากปากจิ้มลิ้มแล้วก้มลงซุกที่ซอกคอขาว ดมกลิ่นหอมเฉพาะกายของหล่อนอย่างหลงใหลไม่เห็นด้วยซ้ำว่ามีกลุ่มคนงานเดินเข้ามาใกล้จนเห็นภาพที่ไม่ควรเห็น

“ว้าย!! ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ” เสียงร้องตกใจทำให้คนที่กำลังนัวเนียกันถึงกับผงะ หล่อนเบิกตากว้างแล้วรีบหลบหน้าขณะที่ร่างสูงก็กอดคนบนตักเอาไว้แน่น ยังดีที่คนงานเดินเลี่ยงไปอีกเส้นทางจนเหลือเพียงพวกเขาสองคน

จากตอนแรกที่กอดกันจนแทบรวมเป็นหนึ่ง เธอก็รีบลุกจากตักเขาแล้วยืนหันซ้ายแลขวาตัดสินใจไม่ถูกว่าควรทำอย่างไร

มองหน้าสิปปกรไม่ติดแล้ว...เขาเองก็เช่นเดียวกัน

“เข้าบ้านกันเถอะ”

“ค่ะ”

ทางเลือกที่ดีคือขอหนีไปตั้งหลักก่อนแล้วกัน...

ตลอดเวลาหนึ่งสัปดาห์หลังงานฉลองจบลงไม่ได้มีเพียงความสุขของคนงานที่สิ้นสุด เจ้าของไร่ก็แทบกลายเป็นหุ่นยนต์เช่นเดียวกัน เรื่องที่เขาทำกับหลานสาวถูกเล่าต่อขยายวงกว้าง พูดลับหลังกันอย่างสนุกปากแต่เขาพยายามไม่สนใจ เลือกจะปล่อยให้คำพูดพวกนั้นไม่มีความหมาย

แล้วหลบหน้าวราลีที่อาศัยบ้านหลังเดียวกัน

ไปไร่แต่เช้ากลับมาก็ดึก เจอหล่อนที่ไหนก็พยายามหลบเลี่ยงตลอด ทำให้เจ็ดวันที่ผ่านมาไม่ได้คุยกันเป็นเรื่องเป็นราว แต่เขาก็ยังจดจำสัมผัสนั้นได้จนรู้สึกหงุดหงิดตัวเองอยู่เหมือนกัน อาจเพราะขาดเรื่องอย่างว่ามานานจึงจุดติดได้ง่าย

ไม่ใช่เรื่องแปลกหรอก...ผู้ชายก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ

“คุณเทียนคะ” กำลังจะเข้าไร่ในช่วงเช้าก็ต้องชะงักเมื่อป้ามะพร้าวเดินเข้ามาขวาง ท่านมีสีหน้าเคร่งขรึมกว่าทุกครั้ง ไม่เป็นมิตรเลยสักนิดแล้วยังมองเขาคล้ายศัตรูอีกต่างหาก

“ครับป้าพร้าว” เลิกคิ้วก่อนขานรับ

“ช่วงนี้คุณเทียนหลบหน้าน้องลี่ทำไมคะ” ตรงประเด็นจนเขาไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไร จึงพยายามปฏิเสธทั้งที่ความจริงตนกำลังหลบหน้าหลานสาว

“ผมเปล่าครับ”

“ไม่ต้องปิดบังหรอกค่ะ เรื่องของคุณกับน้องโด่งดังไปทั่วไร่แล้ว หรือจะพูดให้ถูกคือดังไปทั่วอำเภอ ทั่วจังหวัด...เขาพูดกันว่าคุณเลี้ยงต้อยหลานเก็บเอาไว้กินเล่น” ไม่ได้พูดเกินจริงสักนิด บางคนพูดหนักกว่านี้จนนางนึกโมโหแทนวราลีที่เป็นขี้ปากชาวบ้าน โดนเล่าใส่สีตีไข่โดยไม่ได้แก้ต่างเลยสักนิด ยิ่งคิดก็นึกโมโหคนตรงหน้าจนต้องออกตัวแทนหลานสาวคนโปรด

“ผมเปล่า” เขายังพูดคำเดิมจนคนอายุมากกว่าไล่ต้อน

“แต่การกระทำดูไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกับที่ปากปฏิเสธเลยนะคะ” จ้องเขานิ่งเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังดุลูกหลาน เขาให้ความเคารพท่านมากพอสมควรจึงไม่อาจโกหกหรือปฏิเสธได้อีก ก้มหน้าแล้วยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ผมเผลอ...แค่เผลอน่ะครับ” นึกสงสารวราลีเหมือนกันที่ต้องมาเจอเรื่องเช่นนี้

แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรจึงจะทำให้ข่าวทั้งหมดเงียบลงได้ ทำเพียงปล่อยเวลาเดินไปอีกไม่นานคนก็ลืมเอง

“คุณเผลอแต่น้องลี่เสียหายนะคะ” เจอคำพูดป้ามะพร้าวเข้าไปทำเอาเขาถึงกับสลด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel