บทที่๓...รักหรือแค่ลวงหลอก (๔)
อาหารแบบบุฟเฟต์ถูกต่อแถวเข้าไปตักไม่ขาดสาย เครื่องดื่มก็เสิร์ฟตลอดเวลาเช่นเดียวกัน ทุกคนต่างมีความสุขจนไม่ได้สนใจเจ้าของไร่กับหลานสาวที่ขยับเข้ามาใกล้กัน ไม่รู้ว่าเพราะต่างคนต่างเมาหรือเปล่า สิ่งเร้ารอบข้างจึงดูไร้ความหมายในทันที
“อาดื่มเยอะเกินไปไหม ตาหวานเยิ้มแล้วดูสิ” นั่งลงเก้าอี้ข้างเขาแล้วเท้าคางจ้องมองชายหนุ่มไม่วางตา
“ไม่หรอก ไม่เยอะ” ส่ายหน้าปฏิเสธแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มอีก
“แต่ลี่ว่าอาดื่มเยอะกว่าปกตินะคะ เลิกดื่มแล้วไปพักผ่อนดีกว่า ตรงนี้ปล่อยให้พี่ๆ เขาสนุกกันนะ” เจ้าตัวลุกยืนก่อนแล้วรั้งเขาให้ลุกตาม ทั้งที่ตัวโตกว่าแต่ก็ไม่ได้ยื้อกายเลยสักนิด เขาเลือกจะลุกยืนเต็มความสูงแล้วตอบตกลงแต่โดยดี
ไม่อยากอยู่ตรงนี้อีกแล้ว เขาต้องการความสงบมากกว่าเพื่อให้หัวใจได้พักผ่อน เพราะแรงดึงดูดเมื่อครู่จากเพศตรงข้ามเล่นเอาตนปั่นป่วนไปหมด
“อือ” เดินออกจากงานเพื่อตรงไปยังบ้านของตน โดยมีหญิงสาวมองตามเขาไปจนลับสายตา
เมื่อไม่มีคุณอาอยู่ตรงนี้ก็ไม่รู้ว่าตนจะอยู่ไปทำไม จึงได้บอกลากับบรรดาคนงานที่สนิทกันเพื่อเดินทางกลับบ้าน ถึงตัวเองจะเมาก็ไม่ได้ไร้สติจนเดินเซ ยังคงมีสติสัมปชัญญะเหมือนเดิม ถึงจะไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ก็ตาม
หล่อนเดินมาถึงบ้านหลังใหญ่ที่อาศัยหลายปี กำลังจะเข้าไปข้างในก็ต้องชะงักเพราะคนที่บอกจะกลับมาพักผ่อนกลับนั่งอยู่สวนข้างบ้าน พอเพ่งสายตามองให้ดีก็พบว่าเป็นเจ้าของไร่นั่นเอง ไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปถามไถ่
“อาเทียน...ไหนบอกจะไปพักผ่อน”
“ไม่ได้บอกว่าจะไปสักหน่อย” หันมามองร่างบางที่นั่งลงข้างกัน เขาขยับออกห่างจากเธอเล็กน้อยแล้วเลือกจะเบนหน้าไปทางอื่น
“ทำไมมานั่งอยู่ตรงนี้คนเดียว ยุงเยอะนะคะเดี๋ยวก็เป็นไข้เลือดออกหรอก” เริ่มตบยุงที่บินไปมาจนน่ารำคาญ เลือกจะนั่งอยู่ข้างเขาหลายนาทีโดยไม่มีใครพูดอะไร นอกจากเสียงของฝ่ามือหล่อนที่ตบสัตว์ตัวเล็กซึ่งบินผ่านไปมา
กระทั่งได้ยินเสียงทุ้มถามขึ้นเพื่อทำลายความเงียบ “ลี่เชื่อเรื่องความรักหรือเปล่า” หล่อนชะงักไม่คิดว่าเขาจะถามขึ้นมา หล่อนไม่ทราบว่าอีกฝ่ายลืมรักครั้งก่อนหรือยัง แล้วเหตุใดจึงได้เอ่ยเรื่องความรักที่เหมือนว่าเขาปิดตายหัวใจไปแล้วกับหล่อนด้วย
ไม่มีคำตอบนอกจากต้องเดินไปให้สุดทาง คือการตอบความจริงกับเขา พร้อมทั้งจ้องดวงตาคมไม่ยอมหลบ
“เชื่อค่ะ” ผงกหน้าขึ้นลง
“แต่อาไม่เชื่อเลย ไม่ศรัทธา รู้สึกว่ามันไม่มีอยู่จริง ความรักก็แค่ความเห็นแก่ตัวเท่านั้นแหละ” แสยะยิ้มด้วยความสมเพชตัวเองในอดีตที่ถูกลวงหลอก ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาก็ไม่เคยเชื่อในรักอีกเลย เขาไม่คิดว่าความรู้สึกนั้นมันจะยั่งยืน
แม้เราจะรักแค่ไหนแต่อีกฝ่ายก็ยังทรยศได้...
เขาจึงไม่เคยเชื่อในความรักอีกเลย แล้วปิดตายหัวใจถึงแม้จะมีใครบางคนทำให้สั่นคลอนก็ตาม
“อาเทียน...ถ้าลี่จะบอกว่ารักอาเทียน...จะเชื่อไหม” ความเงียบและแววตาเจ็บปวดของเขาทำให้ความกล้าของเธอเผยออกมา ไม่ชอบที่เห็นชายหนุ่มเศร้าจึงเลือกจะบอกความลับที่ไม่คิดเปิดเผยออกมา ซึ่งหลังจากพูดจบก็เม้มปากตัวเองแน่น
เธอไม่น่าพูดมันออกไปเลย...
“ก็เราเป็นอาหลานกัน ลี่จะรักอาไม่ใช่เรื่องแปลก” คนถูกสารภาพรักเลือกจะเปลี่ยนความหมายของความรักเชิงหนุ่มสาวเป็นอาหลาน โดยที่เธอก็ค้านเต็มที่อธิบายให้เขาเข้าใจถึงความรู้สึกของตน
“แต่เราไม่ใช่ญาติ ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด แล้วลี่ก็ไม่ได้อยากเป็นแค่หลานของอาด้วย...ลี่รักอาเทียนเหมือนผู้หญิงที่รักผู้ชายคนหนึ่ง” ขยับเข้าไปใกล้เขาพร้อมประคองดวงหน้าคมให้หันมามองกัน สบดวงตาเรียวด้วยใจมุ่งมั่น อาจเพราะน้ำเมาจึงทำให้หล่อนกล้ามากกว่าเดิม
ขยับเข้าหาร่างสูงแทบจะนั่งเกยตักอยู่แล้ว ใบหน้าหวานก็ขยับเข้าหาอีกฝ่ายจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนกับกลิ่นแอลกอฮอล์จากปากเขา บรรยากาศรอบข้างค่อนข้างเงียบสงบมีแสงไฟจากงานส่องสว่างพร้อมกับเสียงดนตรีที่ดังคลอเคล้า
“ลี่เมาแล้ว ไปนอนเถอะ” เลือกจะเบือนหน้าหนีแล้วคิดจะลุกออกจากเก้าอี้ แต่กลับโดนเธอนั่งบนตักรวดเร็วไม่ทันให้เขาตั้งตัว
“ไม่เมา ลี่ไม่ได้เมา!” กอดคอเขาเอาไว้แน่นก่อนจะจ้องหน้าอีกฝ่าย เธอนั่งคร่อมเขาแล้วยังบดเบียดกายเข้ามาใกล้จนแทบไม่เหลือช่องว่าง หลายส่วนของร่างกายเสียดสีกันจนเขาต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หักห้ามใจตัวเองสุดความสามารถเพื่อไม่ให้แตะต้องคนตรงหน้าที่แสนเย้ายวน
