บทที่๓...รักหรือแค่ลวงหลอก (๓)
“อร่อยไหมคะ”
“อือ อร่อยมากเลย สมกับคำคุย” ยกนิ้วโป้งขึ้นแล้วชมเธอจนหญิงสาวยิ้มแก้วปริ ก่อนเปลี่ยนสีหน้าทำเป็นง้องอนแก้ไขคำพูดของคุณอาให้ถูกต้อง
“ไม่ได้คุยสักหน่อย คือความจริงต่างหาก” เธอรับประทานอาหารกับเขาพร้อมพูดคุยเรื่องราวต่างๆ โดยไม่เบื่อเลยสักนิด กลายเป็นความเคยชินของชายหนุ่มที่ได้นั่งฟังเธอพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟัง นึกเพลิดเพลินกับเสียงหวานและรอยยิ้มของอีกฝ่าย
“เกือบลืมไปเลย...อาจำได้ว่าพ่อของลี่มีที่อยู่ใกล้กับไร่อาใช่ไหม” มีเรื่องสำคัญจะคุยกับหล่อนเพราะทราบว่าพื้นที่ว่างใกล้ไร่ซึ่งถูกปล่อยทิ้งไว้เป็นของบิดาวราลี ท่านมาซื้อจากพี่ชายของเขาเพื่อทำเป็นบ้านพักตากอากาศ
แต่ยังไม่ได้ทำสิ่งปลูกสร้างก็มาจากไปเสียก่อน จึงกลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าถูกส่งมอบแก่บุตรสาว
“ที่? อ้อ ตรงหลังไร่ที่ติดกับไร่ของ...เอ่อ ตรงด้านหลังใช่ไหมคะ” เกือบหลุดปากเอ่ยชื่อของคนที่สร้างบาดแผลไว้ให้คุณอาของหล่อน ยังดีที่ยั้งปากไว้ทันแล้วถามถึงที่ดินซึ่งตอนนี้เป็นหล่อนถือครองไว้ผู้เดียว
“ครับ ด้านหลังนั่นแหละ” ดวงตาของเขาสั่นไหวชั่วขณะยามนึกถึงเจ้าของไร่ข้างเคียงก่อนจะรีบตัดบททันที ไม่อยากคิดมากให้ตนเองต้องเจ็บปวด เรื่องผ่านมาแล้วก็อยากปล่อยให้มันผ่านไปดีกว่า
“มีค่ะ ทำไมเหรอคะ” ผงกศีรษะถามด้วยความสงสัย
“อาว่าจะทำที่ตรงนั้นให้เป็นรีสอร์ท ลี่สนใจลงทุนกับอาหรือเปล่า” แผนการของเขาน่าสนใจเพียงแต่หล่อนไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้โดยตรง จึงกลัวว่าอาจทำได้ไม่ดีหากต้องลงทุนกับชายหนุ่ม สีหน้าฉายแววกังวลชัดเจนก่อนพูดในส่วนของตน
“แต่ลี่ไม่มีความรู้เรื่องนี้เลย”
“ไม่เป็นไร อาจัดการเอง...ลี่แค่เอาที่ดินผืนนั้นมาให้อาก็พอแล้ว” ถ้าเป็นคนอื่นพูดเธอคงไม่ยอมทำตามคำขอ แต่เมื่อเป็นชายหนุ่มก็เชื่อหมดหัวใจ เลือกจะพยักหน้าพลางตอบเสียงดังฟังชัด ทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่ในชีวิตของสิปปกร
ต่อให้เป็นเพียงฐานะหลานสาวก็พอแล้ว...
“ตกลงค่ะ!” เธอยืนกรานหนักแน่นแล้วเวลาต่อมาก็มอบใบโฉนดให้เขานำไปจัดการทุกอย่างตามความต้องการได้เลย
กระนั้นพื้นที่ท้ายไร่ก็ยังถูกปล่อยว่างเอาไว้ไม่มีการจัดการแต่อย่างใด โฉนดอยู่ในมือของเขาไม่ยอมส่งมอบคืนหล่อน โดยที่ร่างบางก็ไม่ได้ทวงถามแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ
ผ่านมาหลายเดือนที่เธออยู่ไร่มวลบุปผาถือเป็นสถานที่แห่งความสุข ตื่นเช้าทุกวันก็ภาวนาให้ตนเองรักษาความสัมพันธ์เหล่านี้เอาไว้ได้ตลอด เธอยังมีความกลัวเหมือนเดิมว่าทุกอย่างอาจหายไปในพริบตาเหมือนที่บิดากับคุณลุงที่ทิ้งกันไป
ขอเพียงตอนนี้คุณอาไม่ทิ้งเธอไว้ลำพังก็พอแล้ว...
หญิงสาวจึงพยายามทำทุกอย่างตามใจต้องการ เพียงเพื่อไม่ให้เธอเสียใจภายหลังยามต้องเสียสิ่งใดไป
งานเลี้ยงฉลองไร่มวลบุปผาที่ก่อตั้งมากว่าสี่สิบปีถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ คนงานถูกเชิญมาร่วมสนุกแล้วยังจ้างนักร้องขวัญใจมหาชนมาเป็นคนให้ความสุขอีกต่างหาก เขาทุ่มเงินไม่อั้นเพื่อความสุขของคนงานพร้อมกับเครื่องดื่มที่จัดเต็มเช่นเดียวกัน
ชายหนุ่มนั่งอยู่ด้านหลังสุดแล้วมองไปยังพื้นที่ว่างข้างล่างเวทีมีคนไปวาดลวดลายไม่ว่างเว้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือหลานสาวของตนที่สนุกจนไม่วางแก้วไวน์เลยด้วยซ้ำ ทำให้โต๊ะของเขาเงียบเหงาเพราะไม่มีคนมานั่งด้วย จึงเปิดโอกาสให้ร่างสูงได้ดื่มแอลกอฮอล์เต็มที่จนหมดไปหลายขวดแล้ว
ผู้คนมากมายรายล้อมแล้วทำไมเขาถึงยังเหงาเหมือนเดิม...
สายตาจับจ้องไปยังหญิงสาวที่โดดเด่นท่ามกลางผู้คน ไม่ใช่เพราะผิวสว่างไสวหรือใบหน้าสวยงาม แต่เป็นรอยยิ้มกว้างของเธอมากกว่าทำให้เขาไม่สามารถละไปมองทางอื่นได้ แต่จะให้ก้าวข้ามคำว่าอาหลานก็กลัวสายตาคนอื่น ทั้งยังกังวลทุกอย่างจะพังลงเมื่อความสัมพันธ์ไม่เป็นดั่งหวัง
เขาอาจต้องสูญเสียวราลีที่เป็นครอบครัวเพียงคนเดียวของตน...
“สนุกไหม” เธอเดินกลับมาที่โต๊ะอีกครั้งแล้วหยิบของว่างขึ้นมากิน เหงื่อออกตามกรอบหน้าต้องหากระดาษทิชชู่มาเช็ดแล้วยิ้มให้คุณอาที่นั่งนิ่งอยู่จุดเดิมไม่ยอมขยับไปไหน เขาถามแล้วมองหลานสาวซึ่งดูเติบโตขึ้นจากวันแรกที่ได้พบ
ไม่หลงเหลือแววตาเศร้าโศกอีกต่อไปแล้ว มีเพียงความสดใสที่เขาสัมผัสได้จากเธอ
“อาเทียนล่ะคะสนุกหรือเปล่า” หล่อนพยักหน้าพลางถามกลับ
“สนุกดี” เขาหมุนแก้วแอลกอฮอล์ในมือเล่นพลางมองบรรยากาศรอบข้าง
