บทที่๓...รักหรือแค่ลวงหลอก (๒)
“ตามใจเลย” เมื่อได้รับคำอนุญาตก็รีบลุกจากโซฟาแล้วเข้าไปห้องครัวเพื่อหยิบแจกันมาจัดดอกไม้ ดวงหน้าหวานแย้มยิ้มมีความสุข แววตาเป็นประกายจนเขาเผลอมองตามแผ่นหลังบางที่หายขึ้นไปบนชั้นสองอย่างครุ่นคิด
กระทั่งมีเสียงแทรกขึ้นปลุกให้ตื่นจากภวังค์ พอหันไปมองก็พบหัวหน้าแม่บ้านนำของว่างมาเสิร์ฟ เขาจึงรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด เอื้อมไปหยิบน้ำมาดื่มดับกระหายเพราะอยู่ดีๆ ก็คอแห้งขึ้นมาซะอย่างนั้น
ต้องยอมรับว่าผ่านความเศร้ามาได้เพราะหลานสาวที่คอยดึงสติ แต่เขาก็ไม่อยากข้ามเส้นของคำว่าอาหลานแม้เราจะอายุห่างกันเพียงเจ็ดปี แต่ก็เป็นผู้ปกครองของเธอมาได้หกปีแล้ว มันควรจะเป็นเช่นนั้นต่อไปไม่ใช่เหรอ
“คุณลี่สดใสดีนะคะ พอกลับมาอยู่ไร่ก็พลอยทำให้บรรยากาศกลับมาสดชื่นอีกครั้ง หวังว่าเธอจะอยู่กับเราตลอดไปนะคะ” ไม่ปฏิเสธความจริงข้อนั้นที่หญิงสาวทำให้บรรยากาศรอบข้างกลับมาสดใส ไร่ดอกไม้ที่มีสีสันกลับสว่างสดใสยิ่งกว่าเดิม รอยยิ้มของหล่อนเหมือนแสงแดดยามเช้าที่ไม่ได้จ้าจนต้องหรี่ตามอง แต่เปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวาสำหรับการเริ่มต้นใหม่
จึงไม่แปลกใจที่ป้ามะพร้าวจะนำข้อดีนั้นมาพูดให้ฟัง เป็นเขาเสียเองที่นิ่งไปสักพักเหมือนต้องการใช้ความคิด ยกยิ้มเล็กน้อยแล้วบอกท่านเพื่อให้ตัวเองอยู่กับความเป็นจริงเช่นเดียวกัน
“ไม่มีคำว่าตลอดไปหรอกครับป้าพร้าว ถ้าวันหนึ่งลี่มีแฟนแล้วแต่งงานก็ต้องออกจากไร่ไปเหมือนเดิม” ยอมรับสัจธรรมแห่งชีวิตกับคำว่าตลอดไปที่ไม่เคยมีอยู่จริง พ่อกับแม่ก็เคยสัญญาจะอยู่กับเขาตลอดไปเช่นเดียวกัน สุดท้ายหลงเหลือไว้เพียงรูปถ่ายและความทรงจำให้หวนคิดถึง
ชายหนุ่มจึงไม่เคยเชื่อคำพูดพวกนี้เลย เขาเลือกจะอยู่กับความเป็นจริงมากกว่า
“คุณลี่ไม่แต่งงานหรอกค่ะ” นางเอ่ยค้านขึ้นมาตามสิ่งที่ทราบและมองเห็นด้วยตัวเองจากการอาบน้ำร้อนมาก่อน ถึงหญิงสาวไม่พูดแต่แววตาทั้งการกระทำก็บอกหมดทุกอย่างแล้วโดยไม่ต้องคาดเดาด้วยซ้ำ
คิดว่าคนตรงหน้าก็คงทราบเป็นอย่างดี ไม่เช่นนั้นไม่เงียบเช่นนี้หรอก...
“ป้ามั่นใจได้ยังไง”
“เพราะคุณลี่มีคนในใจแล้วไงคะ” ตอบอย่างมั่นใจกลายเป็นเขาเสียเองที่ชะงักมือ จำต้องวางน้ำดื่มลงบนจานรองพร้อมลุกยืนเต็มความสูง เปลี่ยนเรื่องทันทีไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์แสนอึดอัด
“ผมมีงานต้องทำ ขอตัวก่อนนะครับ” ไม่รอช้ารีบเดินออกจากห้องเพื่อเข้าไร่ ปล่อยให้หัวหน้าแม่บ้านมองตามแล้วถอนหายใจกับความรู้สึกของสิปปกรที่ตนไม่สามารถคาดเดาได้ เหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นอย่างไรก็นึกกังวลเช่นเดียวกัน
ไม่อยากให้หลานสาวคนโปรดต้องเสียใจ แต่หนทางสมหวังก็ดูริบหรี่เสียเหลือเกิน คงต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ดลบันดาลรักครั้งนี้แล้วล่ะ
หวังว่าฝ่ายชายจะยอมเปิดใจให้หลานสาวบ้าง สักนิดก็ยังดี...
นอกจากการช่วยทำเอกสารของไร่แล้วเธอยังมีหน้าที่เป็นแม่ครัวประจำตัวของเขาอีกต่างหาก การได้กลับมาอยู่ที่ไร่มวลบุปผาแล้วยังได้เห็นดวงหน้าหล่อตลอดเวลาสร้างความสุขแก่วราลีเป็นอย่างมาก เธอทำทุกอย่างที่เคยวาดฝันว่าอยากทำกับเขา
ทำอาหารให้อีกฝ่ายรับประทานทุกมื้อ เตรียมชุดแล้วก็คอยดูแลความเรียบร้อยในห้องนอนของชายหนุ่ม เขาอยากกินอะไรก็สรรหามาให้ตลอด เพียงแค่สิปปกรเอ่ยปากสิ่งที่ต้องการก็มาอยู่ตรงหน้าแล้ว
หล่อนทำเพราะอยากทำไม่ได้หวังสิ่งตอบแทนแต่อย่างใด เช่นมื้อเที่ยงที่ทำเมนูโปรดไว้รอเขากลับจากไร่ ถักเปียผมทั้งสองข้างแล้วสวมเสื้อยืดสีขาวทับด้วยชุดเอี๊ยมกางเกงที่ใส่มาตั้งแต่สมัยมัธยมศึกษาจนตอนนี้จบปริญญาตรีก็ยังใส่ได้เหมือนเดิม
วราลียังดูเด็กอยู่เลย...หน้าอ่อนเยาว์กับรอยยิ้มสดใส
แต่กระนั้นก็มีความเป็นผู้ใหญ่จากแววตาที่โตขึ้นกว่าเดิม ความรักส่งมาให้เขาชัดเจนจนชายหนุ่มไม่กล้าสบตา กลัวว่าตนอาจใจอ่อนให้หล่อนก็เป็นได้
“ข้าวเที่ยงเสร็จแล้วค่ะอาเทียน บอกเลยว่าเมนูนี้ถูกใจอาเทียนแน่นอน” อาหารถูกจัดขึ้นโต๊ะระหว่างที่รอเขากลับบ้าน เธอยังคงเดินเข้ามาวางจานข้าวไว้ตรงหน้าชายหนุ่มพร้อมกับนำเสนอเมนูอาหารที่ตนตั้งใจทำเป็นพิเศษ
ดวงตาคมมองอาหารหน้าตาน่ารับประทานก็เริ่มน้ำลายสอ กลืนน้ำลายลงคอพร้อมหยิบช้อนส้อมเตรียมตักเข้าปาก แต่ยังไม่ลืมเอ่ยกับแม่ครัวที่ทำกับข้าวด้วยความตั้งใจ
“ขอบคุณครับ” ยิ้มให้หล่อนเล็กน้อยก่อนจะเริ่มรับประทานอาหาร
คนอายุน้อยกว่าเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามกับเขา เธอเริ่มกินข้าวมื้อเที่ยงเช่นเดียวกัน ระหว่างนั้นก็ลอบมองคนนั่งตรงหน้าไปพลางลุ้นว่าจะอร่อยถูกปากหรือเปล่า เมนูใหม่ไม่เคยทำมาก่อนจึงค่อนข้างวิตกเป็นพิเศษ แต่เห็นเขากินได้เพลิดเพลินก็ค่อยเบาใจขึ้นมาบ้าง
ดูเหมือนฝีมือการทำอาหารของเธอจะไม่ได้แย่อย่างที่คิด...
