บทที่๒...ห้ามความรักไม่มีทางได้ (๓)
“เกิดอะไรขึ้นคะ” เข้ามาในบ้านด้วยความเหนื่อยเพราะคอยคุมคนงานให้จัดโต๊ะสำหรับงานเลี้ยงช่วงค่ำเพิ่งเสร็จ เธอทุ่มเทเป็นอย่างมากเพื่อให้งานออกมาดีที่สุด ทำในส่วนของหลานสาวได้ไม่ขาดตกบกพร่องเลยด้วยซ้ำ
เพียงก้าวเข้ามาในบ้านก็ต้องตกตะลึงกับข้าวของกระจัดกระจาย โดยมีป้ามะพร้าวคอยยืนคุมเชิงอยู่ด้านนอก เธอเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้าไปสอบถามทันที
“งานแต่งล่มค่ะ” เพียงประโยคเดียวกลับทำให้อึ้งกว่าเดิม จนต้องถามย้ำอีกครั้งกลัวว่าตัวเองอาจได้ยินผิดหรือเปล่า
“คะ!?”
หญิงสาวอยากทราบเรื่องทั้งหมดแต่ไม่กล้าถามในตอนนี้ พอดีกับที่หันไปเห็นเจ้าของบ้านทรุดกายลงบนพื้น มือหนายกขึ้นปิดหน้าระหว่างนั่งชันเข่าหมดอาลัยตายอยาก เหมือนโลกถล่มลงมาต่อหน้าจนเขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป
ร่างกายกำลังแตกสลาย หัวใจก็เช่นเดียวกัน...
ความจริงถาโถมเข้ามาให้รู้ในคราวเดียว แล้วมันก็ร้ายแรงจนชายหนุ่มไม่สามารถตั้งสติได้ มันเหมือนระเบิดที่ทำลายไปหมดกระทั่งร่างกายของตัวเอง สะเก็ดระเบิดโดนคนรอบข้างให้ได้รับความเจ็บปวดไปตามกัน
คนแรกคือหลานสาวที่เดินเข้ามาใกล้พร้อมกับเรียกชื่อเขาเสียงเบาด้วยความสงสารกับสภาพของชายหนุ่ม เธอไม่เคยเห็นเขาเป็นเช่นนี้มาก่อนเลยสักครั้ง
“อาเทียน”
“ออกไปก่อน” ยังคงปิดหน้าแล้วสั่งเสียงเข้ม ไม่ต้องการให้ใครเห็นสภาพที่อ่อนแอของตัวเอง แต่จะให้เข้มแข็งในทันทีก็ไม่อาจทำได้เช่นเดียวกัน
“ใจเย็นนะคะ มีเรื่องอะไรค่อยคุยกันดีไหม” ขยับเข้าไปใกล้แล้วย่อกายเพื่อนั่งข้างเขา กำลังจะวางมือลงบนไหล่หนาเพื่อเป็นการให้กำลังใจแม้ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แต่เท่าที่เดาคงเป็นเรื่องที่หล่อนเก็บเงียบเอาไว้หลายวัน
บางที...ชายหนุ่มน่าจะทราบความจริงหมดแล้ว
“บอกให้ออกไปไง!” เปิดใบหน้าออกแล้วตะโกนเสียงดังลั่น วาจาเกรี้ยวกราดกับดวงตาที่จ้องเขม็งต่างจากอาเทียนที่เธอรู้จักทำให้หญิงสาวถึงกับผวา จนป้ามะพร้าวต้องรีบเดินเข้ามาโอบไหล่บางให้ลุกยืน รู้ดีว่าควรให้เวลาเจ้านายแล้วยังสงสารวราลีที่ต้องรองรับอารมณ์
สิ่งที่ดีต่อทุกฝ่ายในตอนนี้คือให้เวลาเขาสักหน่อย เชื่อว่าชายหนุ่มจะต้องกลับมาเป็นคุณอาคนเดิมได้แน่นอน
“น้องลี่ไปไร่กับป้าดีกว่าค่ะ”
“แต่ว่าอาเทียน...” พยายามยื้อตัวเอาไว้ไม่ยอมเดินตามในคราวแรก เธอยังอยากอยู่เป็นเพื่อนเขาอยากแบ่งปันความเจ็บปวดมากกว่า
“คุณเทียนโตแล้วดูแลตัวเองได้ ไปกับป้านะคะคนดี” ย้ำอีกครั้งจนร่างบางต้องยอม เพราะเธอรู้แล้วว่าขืนอยู่ที่นี่ต่อไปก็สร้างความทรงจำไม่ดีต่อกัน ควรให้เวลาเขาได้ตกตะกอนความคิดมากกว่า อีกไม่นานสิปปกรก็คงดีขึ้น
“ก็ได้ค่ะ” เดินออกมาข้างนอกแล้วนั่งคุยกันอยู่สวนข้างบ้าน เธอจึงตัดสินใจถามเรื่องราวทั้งหมดจากหัวหน้าแม่บ้านที่พอจะทราบเรื่องอยู่บ้าง
“มันเกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมงานแต่งถึงล่ม เมื่อวานอาเทียนยังยิ้มแย้มมีความสุขอยู่เลย บอกลี่ได้หรือเปล่า...” ขยับเข้ามาใกล้แล้วกอดแขนนางเอาไว้ อยากรู้เรื่องราวทั้งหมดว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่ เธอไม่ได้พูดออกไปแล้วยังเก็บเป็นความลับไว้อย่างดี
ชายหนุ่มจะรู้ได้อย่างไร...
ดวงตากลมจ้องมองคนข้างกายไม่ละสายตา แทบไม่กระพริบตาเลยด้วยซ้ำ ยังคงคิดถึงรอยยิ้มมีความสุขของเขาได้เป็นอย่างดี แล้วเหตุใดจึงกลายเป็นความเศร้าแสนสาหัสได้ ราวกับโลกทั้งใบแตกสลายพังทลายลงตรงหน้า
คุณอาของเธอ...เจอเรื่องอะไรกันแน่
“ป้าก็ไม่ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่คุณเทียนขับรถออกจากบ้านตอนเช้ามืดแล้วเข้ามาอีกทีก็พังข้าวของงานแต่งทุกอย่างจนเป็นเหมือนที่เห็นเนี่ยแหละค่ะ” หลุบตาลงเมื่อได้ฟังเช่นนั้น เธอไม่รู้ว่าควรพูดอย่างไรเพราะตนก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก
รู้เพียงแต่งานแต่งคงไม่เกิดขึ้นอีกต่อไปแล้ว ลงเงินมูลค่าเจ็ดหลักก็คล้ายจะสูญเปล่าในพริบตา
“อาเทียนไปเห็นอะไร...” นึกคิดด้วยความกังวลว่าเขาอาจเห็นสิ่งเดียวกับตนหรือเปล่า
เมื่อเช้าตื่นลงมาก็ไม่เห็นคุณอาอยู่บ้านจึงคิดว่าเขาเข้าไร่ไปทำงาน แต่กลายเป็นว่าเธอต้องมาเจอกับสิ่งที่น่าประหลาดใจมากกว่านั้น ในช่วงเวลาเพียงแค่ครึ่งวันเรื่องราวกลับตาลปัตรทำเอาตามแทบไม่ทันเลยด้วยซ้ำ
“นั่นรถอาเมย์หรือเปล่าคะ” เห็นพาหนะคุ้นตาเคลื่อนเข้ามาใกล้ก็รีบลุกทันที ป้ามะพร้าวก็ไม่ต่างกัน
“ป้าคิดว่าใช่...” ยืนเคียงข้างหลานพร้อมกับผงกศีรษะเห็นด้วยในทันที
