บทที่๒...ห้ามความรักไม่มีทางได้ (๒)
แล้วตนก็ไม่ได้มีความรักมานานหลังบุพการีและพี่ชายจากไป เพิ่งได้พัฒนาความสัมพันธ์กับเมริรินจนถึงขั้นจะแต่งงานในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ค่อนข้างตื่นเต้นพอสมควรเพราะตนกำลังจะเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว
แต่งงานก็อยากมีลูกทันทีแต่ว่าที่ภรรยาก็ห้ามเอาไว้ก่อน เธอยังอยากสนุกกับการใช้ชีวิตสามีภรรยา ขอเวลาสักสามถึงสี่ปีซึ่งเขาก็ตามใจไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่กังวลด้วยอายุที่เยอะขึ้นของหล่อนและเขาอาจทำให้ท้องแบบธรรมชาติลำบากหรือเปล่า
ชายหนุ่มจึงเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำเด็กหลอดแก้ว เพราะเขาอยากมีลูกมาโดยตลอด รู้ว่าตนเองจะต้องเป็นพ่อที่ดีได้อย่างแน่นอน
“ไม่เคย ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นด้วย” พอเธอได้ยินเช่นนั้นก็เหมือนจะไม่กล้าพูดต่อ ทว่าถ้าหยุดตอนนี้จะยิ่งทำให้อีกฝ่ายสงสัย จึงเลือกจะต่อบทสนทนาที่ทำให้ชายหนุ่มเริ่มสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย เพราะปกติหลานไม่เคยถามแบบนี้
“แล้วถ้ามันเกิดขึ้นล่ะ”
“อาก็จะไม่ปล่อยไว้สักคน...” ความชัดเจนของเขาฉายชัดทางแววตาที่เข้มขึ้นจนเธอลอบกลืนน้ำลายด้วยความกลัวปนกังวล ไม่เก่งเรื่องความสัมพันธ์ที่วุ่นวายเป็นทุนเดิม ยังต้องมาเจอเรื่องน่าปวดหัวอีก
ยอมรับเลยว่าไม่รู้ควรทำเช่นไร เธอจึงต้องตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมปากเช่นนี้
“แต่มันไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก เราเถอะ...อยู่ดีๆ ทำไมถึงถามแบบนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” ตัดบทรวดเร็วเมื่อเห็นหลานสาวเงียบไป เขาเชื่อว่าจะไม่เกิดเรื่องการนอกใจขึ้นเป็นอันขาด
ว่าที่เจ้าสาวก็แสนน่ารักทั้งยังตามใจเขาหมดทุกอย่าง หรือบางทีอาจเกิดเรื่องขึ้นกับหลานสาว จนชายหนุ่มเริ่มเป็นวราลีกลัวถูกผู้ชายหลอก ครั้นจะถามก็ไม่กล้าจึงเลือกจะเงียบ พอดีกับที่เธอยอมอธิบายถึงเหตุผลทำให้พอจะเบาใจได้บ้าง
“ไม่ค่ะ แค่เห็นเพื่อนกับแฟนมีปัญหาเรื่องความรักเลยถามความเห็นของอาบ้าง...เท่านั้นเอง” ก้มหน้ากินข้าวกลัวว่าจะถูกจับได้เรื่องโกหก เธอพยายามทำตัวไม่ให้มีพิรุธแต่ดูแล้วไม่ค่อยแนบเนียนเท่าไหร่ จึงตัดบทเสียดื้อๆ แบบนี้ไปเลย
“อย่าไปคิดเรื่องคนอื่นให้ปวดหัวเลย กินข้าวดีกว่านะ”
“ค่ะ” ยังคงตักอาหารให้หลานสาวเหมือนเดิม เธอเห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ ตัดสินใจเงียบเพราะตนเองไม่รู้ตื้นลึกหนาบาง ควรไปพูดกับเมริรินให้รู้เรื่องก่อนดีกว่า จะได้ตัดสินใจว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นมาอย่างไรกันแน่
“ปีหน้าก็เรียนจบแล้ว คิดไว้หรือยังว่าจะทำอะไร” ถามถึงแผนการใช้ชีวิตในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งหล่อนก็รู้ความต้องการของตนเองเป็นอย่างดี จึงยิ้มให้เขาพร้อมบอกเสียงดังฟังชัด แสดงถึงความตั้งใจอันล้นเปี่ยมของตัวเอง
“กลับมาช่วยอาเทียนดูแลไร่ไงคะ ลี่ชอบอยู่ที่นี่ไม่อยากไปไหนแล้ว อาเทียนพอจะเลี้ยงหลานสาวคนนี้ได้หรือเปล่า” จ้องเขาไม่วางตาระหว่างรอคำตอบ
“เลี้ยงได้...เรียนจบก็กลับมาบ้านเรานะ อาจะเลี้ยงลี่เอง” คำพูดของเขาทำให้เธอหัวใจพองโตอีกครั้ง รู้ดีว่าต่อจากนี้คงไม่สามารถไปไหนไกลเขาได้อีกแล้ว ถึงจะอยู่ในสถานะหลานก็ขอเพียงได้อยู่ใกล้ก็พอแล้ว
เธอไม่ขอสิ่งใดมากกว่านี้อีก
“ค่ะ”
ความรักที่มีต่อเขา ขอเก็บไว้ในใจแล้วล็อคมันเอาไว้อย่างแน่นหนา จะไม่ยอมให้ใครล่วงรู้แน่นอน
หลายวันที่ผ่านมายังคงช่วยงานแต่งของคุณอาด้วยรอยยิ้มสดใสเหมือนเดิม ถึงจะทุกข์ระทมแค่ไหนก็ต้องเก็บเอาไว้มาร้องไห้ยามอยู่คนเดียว แค่ได้เห็นเขามีความสุขหล่อนก็มีความสุขด้วยแล้ว คิดเช่นนั้นจึงสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้
เธอเลือกจะเป็นหลานสาวแสนดีของเขาต่อไป...
งานแต่งของชายหนุ่มจัดอยู่ที่ไร่ทั้งงานหมั้นช่วงเช้าและฉลองมงคลสมรสช่วงเย็น การ์ดงานแต่งยังไม่ถูกแจกแต่คนทั่วอำเภอต่างทราบกันเป็นอย่างดีว่าเจ้าของไร่ดอกไม้มวลบุปผากำลังจะเข้าพิธีวิวาห์ อาหารเครื่องดื่มจัดเต็มพร้อมกับงานที่ยิ่งใหญ่เชิญแขกมาเกือบพันคนจนเธอเองยังนึกอึ้งว่าเขารู้จักคนมากมายเช่นนี้ได้อย่างไร
ในมุมมองของตนคุณอาเป็นคนไม่ค่อยพูด ส่วนใหญ่เน้นรับฟังมากกว่า ยามอยู่กันสองคนจึงกลายเป็นหล่อนที่เจื้อยแจ้วเป็นนกแก้วนกขุนทอง ส่วนเขาแค่ยิ้มอย่างเดียวไม่ได้ต่อประโยคแต่อย่างใด อย่างมากก็รับคำเท่านั้น
