บทที่๑...ดอกไม้งามที่กำลังจะผลิบาน (๒)
เพราะตนก็เผชิญการสูญเสียคนในครอบครัวไปจนหมด จึงเข้าใจความรู้สึกของหญิงสาวเป็นอย่างดี
อะไรที่ทำให้ได้ก็เลือกจะทำ
“ครับ อาเชื่อน้องลี่” น้ำเสียงทุ้มน่าฟังแล้วยังใบหน้าหล่อที่จ้องกันไม่วางตา เล่นเอาหัวใจสาวน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอรู้สึกว่าตัวเองเกิดช้าเกินไป ถ้าเกิดเร็วกว่านี้คงเดินหน้าจีบเขาเต็มกำลังไปแล้ว แต่สายตาของคุณอายังมองหล่อนเป็นเด็กน้อยอยู่เลย
ไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนเมื่อไหร่...คงทำได้เพียงแค่รอและภาวนา
ให้สิปปกรมองตนเป็นผู้หญิงคนหนึ่งบ้าง
“อากลับก่อนนะ” เมื่อพูดคุยกันสักพักก็ถึงเวลาที่ต้องโบกมือลา ถึงหล่อนจะไม่อยากให้เขาไปก็ไม่สามารถห้ามได้ ดวงตากลมมองอย่างเว้าวอนแล้วเอ่ยอ้อนทันที
“อาเทียน...ถ้าวันไหนว่างมาหาหนูได้ไหม” รั้งเอาไว้ด้วยคำขอที่ทำให้เขายิ้มด้วยความเอ็นดูหลานสาวมากกว่าเดิม
“ทำไม เหงาเหรอเรา” มือหนายกมือลูบหัวอีกครั้งทำให้เธอต้องกำมือแน่น ห้ามใจตัวเองไม่ให้โผเข้ากอดคุณอา เพราะรู้ดีว่าความรู้สึกของตัวเองที่มีให้อีกฝ่ายไม่บริสุทธิ์
หล่อนไม่ได้คิดกับเขาเพียงแค่คุณอาอีกต่อไป เป็นแค่เด็กแก่แดดคนหนึ่งที่หลงรักเขาหมดหัวใจเท่านั้นเอง
คำว่าเหงาค่อนข้างห่างไกล แต่หล่อนรู้สึกอีกอย่างมากกว่า...
“ค่ะ” จำต้องตอบตามน้ำ
ทั้งที่ความจริงไม่ใช่เลย...หล่อนคิดถึงต่างหาก
ช้อนตามองคุณอาที่ก้มลงมามองกันพอดี เธอเห็นเขาชัดเจนแต่ไม่รู้ทำไมเหมือนชายหนุ่มไกลออกไป ยิ่งเขาอ่อนโยนมากเท่าไหร่ ก็คล้ายกับว่าตนจะโดนผลักออกห่างมากเท่านั้น คำว่าอาหลานมันค้ำคอจนไม่อาจก้าวข้ามได้
ยากกว่าเฟรนด์โซนเสียอีก...
“ถ้าว่างอาจะมาหานะครับ” เพียงแค่คำสัญญาเดียวก็ทำให้หล่อนยิ้มออกมาได้แล้ว
เมื่อไหร่จะเรียนจบสักทีอยากรีบกลับไร่ไปใช้ชีวิตอยู่กับสิปปกรแล้ว...เธอคิดเช่นนั้นตั้งแต่วันแรกที่เข้ามหาวิทยาลัย
แล้วก็ยังมีความคิดนี้อยู่ตลอดเวลา
การเรียนชั้นอุดมศึกษาต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะพอสมควร ปีหนึ่งยังคงได้เรียนทุกวิชาของคณะแล้วค่อยเลือกสาขาวิชาที่ชอบตอนปีสอง การเรียนเธอคิดว่าไม่หนักเท่าไหร่แต่มีกิจกรรมที่ต้องทำด้วยเหมือนเหนื่อยเพิ่ม
ความหน้าตาดีทำให้ถูกรุ่นพี่บังคับลงประกวดดาวคณะแล้วชนะจนได้เป็นดาวมหาวิทยาลัย ส่งภาพไปอวดคนที่บ้านก็ได้รับคำยินดีจนยิ้มไม่หุบ โดยเฉพาะคุณอาที่เธอชอบเพราะเขาชมเธอตัวแทบลอย รับทุกกิจกรรมจะได้มีเรื่องคุยกับสิปปกร
สายตาของวราลีไม่เคยมองชายอื่นเลย แม้จะมีคนเข้ามาขายขนมจีบก็โดนหล่อนปฏิเสธไปจนหมด พื้นที่ของหัวใจไม่หลงเหลือไว้ให้ใครแล้ว
นอกจากเขาเพียงผู้เดียว...
ช่วงปิดเทอมที่คิดว่าตัวเองจะว่างก็ทุ่มเวลาให้การเรียนซัมเมอร์และทำงานพิเศษจนไม่ได้กลับบ้าน เก็บออมเพื่อซื้อของบางสิ่งให้คนที่อยู่ในใจช่วงวันสำคัญของเขา ทั้งยังไปเรียนทำขนมอีกต่างหาก พอใกล้ถึงวันก็รีบเดินทางกลับไร่อย่างรวดเร็ว
วันเกิดของสิปปกรจะไม่มีหล่อนได้อย่างไร...
การกลับมาของหญิงสาวสร้างความดีใจแก่หัวหน้าแม่บ้านเป็นอย่างมาก ไม่ได้เจอหน้าหลานสาวที่รักมานานจึงกอดกันกลมแต่แรกพบ แล้วค่อยขึ้นบนห้องเพื่อช่วยวราลีนำเสื้อผ้าออกจากกระเป๋า จัดใส่ตู้เสื้อผ้าเพราะจะกลับมาอยู่บ้านหลายวัน
อยากใช้เวลากับเขาแล้วค่อยกลับไปลุยเรื่องเรียน ทุกวินาทีมีค่าจึงต้องใช้ให้คุ้มสักหน่อย
“อร่อยไหมคะป้าพร้าว” วันต่อมาก็เริ่มทำในสิ่งที่ตั้งใจ เพิ่งทราบว่าเจ้าของไร่ไปเมืองหลวงจะกลับวันนี้ซึ่งเป็นวันเกิดของเจ้าตัวพอดี หล่อนจึงไม่พลาดตื่นเช้าเพื่อมาทำเค้กและคิดจะจัดห้องนั่งเล่นให้เป็นปาร์ตี้ขนาดเล็กสำหรับเราสองคน
อยากรับประทานอาหารแล้วกินเค้กกับร่างสูงเพียงลำพัง ใช้เวลากับเขาให้สมความคิดถึง โชว์ทักษะการทำขนมที่ตนไปร่ำเรียนมาให้ชายหนุ่มได้ชื่นชม
คิดฝันหวานพลางยิ้มกว้างมีความสุข...
