บท
ตั้งค่า

บทที่ 6

"โอ้ยยยร้อนมากเหนื่อยด้วย"พะพายบ่นอุบระหว่างที่กลับบ้านไหนจะรถติดไหนจะฝุ่นไหนพอมาถึงก็ทิ้งตัวลงนั่งโซฟาตัวยาวพาดแขนขาแผ่หรา

"เหนื่อยมากเหรอตัว"พะแพงเดินไปหยิบน้ำส้มคั้นเย็นๆมาให้เพราะรู้ว่าแฝดตัวเองชอบ

"งือมากอะเออแพงตอนที่ไปดูโลเคชั่นอ่ะเจอพี่คนนึงหล่อมากกกกมาดนิ่งๆดูผู้ดีสุดๆเหมือนเป็นเจ้านายชั้นสูงเลย"พะพายลุกพรวดขึ้นมานั่งขัดสมาธิเม้าท์เพราะนึกขึ้นได้

"ถ้าขนาดนั้นตัวก็ติดต่อมาแคสหน้ากล้องสิพี่ปั่นจะได้ไม่ต้องวุ่นวายหาคน"แพงมานั่งเบียดน้องชาย

"เค้าก็คิดแบบนั้นนี่รอถามพี่ปั่นก่อนไม่รู้แกจะโอเคมั๊ย"พะพายยกโทรศัพท์โทรหาเจ้านายชั่วคราวของตัวเอง

"พี่ปั่นคร้าบพายมีเรื่องจะปรึกษาครับ"พะพายเล่าเรื่องที่ไปเจอมาให้ฟังพร้อมกับปิ้งไอเดียพี่ปั่นถึงขั้นอยากเจอพรุ่งนี้เลยส่วนโลเคชั่นไม่มีปัญหาแถมยังชมเขาเสียยกใหญ่

"ตามนี่เลยแพงสุดยอดอะแต่ว่าจะเจอพี่เขาอีกหรือเปล่าหนอ"พายทำหน้ากังวล

"อย่าคิดมากดิพรุ่งนี้ตัวก็ลองไปเวลาเดิมเผื่อจะเจอพี่เค้าไงหรือถ้าตัวไม่มีเพื่อนเดี๋ยวพรุ่งนี้เค้าไปด้วยเพราะว่าเค้าหยุดดีมั๊ย"แพงเองก็เป็นห่วงน้องที่เกิดห่างกันแค่สิบนาทีพวกเขาสองคนต้องดิ้นรนหางานพิเศษทำช่วงช่วงปิดเทอม

"เยี่ยมเลย"พะแพงแทบจะกระโดดกอดพี่สาวตัวเอง

"เดี๋ยวๆแล้วตัวรู้ชื่อพี่เค้าหรือเปล่าน่ะ"พะแพงรีบดึงแขนน้องชายที่จะโผเข้ากอด

"รู้สิชื่อเดช"พะพายพยักหน้าหงึกๆ

"งั้นก็ง่ายแพงซะอย่างเค้าจัดการให้"พะแพงตบอกตัวเองปุๆ

"จ้าาาาแม่คุณเก่งนะเราอะ"พะพายแซวยิ้มๆ

"แล้วสรุปว่าพี่ปั่นผ่านทุกอย่างเลยใช่หรือเปล่า"พะแพงถาม

"อื้มแบบว่าง่ายหมดทุกอย่างเลยอะ"พะพายพยักหน้า

"เออจริงสิเมื่อเช้ามีจดหมายมาถึงตัวด้วยอะ"พะแพงลุกเอาจดหมายซองสีขาวมาให้หน้าซองใช้ฟร้อนซ์ตัวหนังสือไทยเล่นหางสีน้ำเงินสวยงามจ่าหน้าถึงเขา

"ไม่เห็นมีผู้ส่งเลยอะจดหมายลูกโซ่หรือเปล่าเนี่ย"พะพายพลิกจดหมายไปมา

"เปิดๆอยากรู้อะเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ใช่เรื่องแบบทางการเค้าไม่ส่งจดหมายกันแล้วนะจะเป็นอีเมลซะมากกว่า"พะแพงลุ้น

"นั่นสิอยากรู้เหมือนกัน"พะพายตัดสินใจเอากรรไกรมาตัดริมกระดาษพอเห็นเนื้อหาใจความถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากหว๋อเลยทีเดียว

"แพงๆดูนี่ดูๆโห ตื่นเต้นอะดีใจมากเลยโอ๊ยทำไงดีเค้าจะทำไงดี"พะพายโวยวายตื่นเต้นกระโดดไปมาจนพะแพงอดถามไม่ได้

"มีอะไรเหรอมีอะไรอะพายบอกหน่อยๆ"พะแพงตื่นเต้นตาม

"นี่ไงจดหมายตอบรับคุณอธิเดชนักเขียนซีไรต์อะตอบรับเค้าไปเป็นผู้ช่วยแล้วอะตัวโอ๊ยดีใจมากหนังสือที่ท่านแต่งนะได้สร้างหนังทุกเรื่องเลยแถมได้แปลไปยี่สิบห้าภาษาทั่วโลกอะสุดยอดไปเลยพะพายกระโดดหยองแหย็งด้วยความดีใจ

"จริงเหรอตัวโอ้ยดีใจด้วยแล้วนี่ตัวต้องไปสัมภาษณ์เมื่อไหร่อะไรยังไงอ่านๆ"สองพี่น้องดีใจจนทำอะไรไม่ถูกเพราะผลค่าตอบแทนสูงมากเป็นเลขถึงหกหลักเสียด้วย

"แปปตัว"พะพายก้มหน้าก้มตาลงอ่าน

"พรุ่งนี้สัมภาษณ์อะแล้วให้เอาตารางเรียนไปเทียบด้วยว่าว่างตอนไหนจะได้จัดเวลาให้ได้ถูก"พะพายหัวเราะกว้าง

"งั้นเรื่องทีจะไปบ้านนั้นงดไปก่อนไปงานตัวก่อนเน๊อะ"พะแพงว่า

"อื้มไปวันนี้เราไปกินหมูกะทะกันเถอะฉลองงานใหม่"พะพายกับพะแพงหัวเราะร่าต่างคนต่างแยกย้ายไปแต่งตัว

............

..........

......

"ไม่ได้เห็นเขายิ้มมานานมากแล้วนะเทียน"คนที่ยืนไพล่หลังมองดูสองพี่น้องเตรียมตัวออกไปฉลองกินหมูกะทะไม่ไกลจากหมู่บ้านตัวเองนัก

"ใช่ขอรับยังเหมือนเดิมทุกอย่าง"เทียนยิ้มตาม

"เอายังไงดีพวกเราหมูกะทะกับเขาด้วยไหมถึงเวลาต้องเจอกันเสียที"

"จริงหรือขอรับแต่ผมยังไม่พร้อมเลย"

"ดูดีแล้วเราดูทีวีกับคอมพิวเตอร์จนช่ำชองแล้วนะอย่ากลัวทุกอย่างมันต้องมีครั้งแรกเสมอ"คุณพระบอกขณะที่มองตามหลังรถมอเตอร์ไซด์ที่พาสองร่างออกไปก่อนจะกลับยังเรือนของตัวเอง

"เทียนเรื่องบ้านหลังนี้ว่ายังไง"

"ทางทนายเค้าจัดการให้แล้วขอรับเอ้ยครับบ้านหลังนี้เป็นของชื่อคุณอธิเดชหลายโดนสืบเชื้อสายที่มาจากฝรั่งเสสและเป็นนักเขียนซีไรซ์ครับ"เทียนที่อยู่ในคราบหนุ่มทันสมัยเสื้อเชิ๊ตสีเทาเรียบๆกับกางเกงสแลคสีดำยืนนิ่งอยู่ไม่ต่างกับอธิเดชที่อยู่ในเชิ๊ตสีฟ้ากางเกงสแลคสีครีมพอดีตัว

"ดีมากเรื่องเกี่ยวกับงานแต่งหนังสือล่ะ"

"ทุกอย่างเรียบร้อยขอรับบ้านงานและบริษัทเกี่ยวกับส่งออกจัดการเรียบร้อยมานานแล้วครับตอนนี้กำลังอยู่ตัว"

"อู๊ยพ่อหล่อจริง"คุณนมที่เดินเข้ามาในห้องทำงานยกมือทาบอกตาโตเมื่อเห็นสองนายบ่าวแต่งตัวทันสมัย

"นมเลิกเรียกแบบนั้นได้แล้วนะครับบอกกี่รอบแล้วว่าให้เรียกคุณเดช"เดชบอกยิ้มๆ

"เจ้าค่ะ เอ้อ ค่ะ"

"ทุกอย่างพร้อมแล้วนะครับพรุ่งนี้ทุกคนจะได้เจอพายแล้วนะอย่าทำพิรุธอออกมาล่ะ"คุณพระบอกทุกคน

"จริงหรือคะถ้าอย่างนั้นจะทำของโปรดให้คุณพายผ่องๆจุกเอ้ยมานี่หน่อยๆ"คุณนมเรียกทุกคนเสียงดังคุณพระได้เพียงส่ายหน้าเพราะเข้าใจดีว่าทุกคนคงดีใจ

"เอาเถอะนมดูความเรียบร้อยที่นี่นะครับผมกับเทียนจะไปร้านหมูกะทะ"

"นี่คุณพระอยากทานหรือคะทำไมไม่บอกนมจะได้จัดการให้"

"ไม่ใช่หรอกครับผมจะไปเจอพายน่ะเค้าไปฉลองกับพี่สาวที่ร้านหมูกะทะ"

"ต้ายค่ะๆไปเลยแล้วนี่เทียนขับรถคล่องแล้วรึเอ้ยแล้วเหรอ"คุณนมถอนหายใจเฮือกก่อนจะปรับคำพูดเสียใหม่

"เราขอบใจทุกคนมากที่อยู่รอจนเจอพายขอบใจนะ"คุณพระเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื้อในลำคอเพราะกว่าเขาและคนสนิททั้งหลายจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องทนทุกข์ทรมานแสนสาหัสเพียงเพราะคนที่ชื่อพายคนเดียวเท่านั้น

"เอาเถอะค่ะอย่ามัวคิดมากเลยคุณเดชอีกเดี๋ยวก็จะไปเจอน้องแล้วร่าเรองเข้าไว้นะคะเรื่องทางนี้ไม่ต้องห่วงค่ะพวกเราจัดการให้เจอครั้งแรกต้องให้คุณน้องประทับใจมากๆนะคะ"คุณนมเข้ามาลูบมือให้กำลังใจเล่นเอาทุกคนในที่นี้ยิ้มปากกว้างเทียนกับเดชเดินไปขึ้นรถ BM คันงามรุ่นล่าสุดก่อนจะขับออกไปร้านหมูกะทะเดชตื่นเต้นจนทำอะไรแทบไม่ถูกเมื่อช่วงเย็นเจอน้องก็จริงๆแต่ก็แค่คุยกันแปปๆหน้ายังไม่กล้าจ้องเสียด้วยซ้ำมาคราวนี้เขาต้องเข้าไปแนะนำตัวเองในฐานะนายอธิเดชนายจ้างที่จะจ้างพายมาทำงานเป็นผู้ช่วยเขากับเทียนวางแผนกันมานานนับปีถึงจะได้มาเป็นแบบนี้

"ข้าตื่นเต้น"เดชพูดขึ้นมาลอยๆเทียนถึงกับยิ้มกับความมาดหลุดของเจ้านายตัวเอง

"โธ่คุณท่านไม่ใช่ว่าไม่เจอกันก่อนนะขอรับ"

"นั่นสิประเดี๋ยวเข้าไปด้วยกันนะเทียน"

"ขอรับ"เทียนทำหน้าที่ขับรถเขาเองก็ลำบากไม่น้อยกว่าจะปรับตัวเข้ากับยุคสมัยใหม่แต่มันก็นับว่าเป็นเรื่องสนุกไม่ใช่น้อยเขาเลยไม่เบื่อจนจอดรถสนิทเทียนก็เดินนำเจ้านายของเขาไปเข้าไปด้านในโต๊ะที่มีควันขโมงมากมายหลายโต๊ะแต่โต๊ะที่เขาสองคนจำเจ้าของโต๊ะได้ไม่ลืมอยู่ด้านใน

"นั่นขอรับเอ้ยครับ"

"อืม"คุณพระหรือเดชเดินเข้าไปด้านในเทียนก็ยังเดินตามหลังมาเช่นเคยจนถึงที่โต๊ะหนุ่มสาวสองคนคุยกันสนุกสนาน

"สวัสดีอีกครั้งครับพาย"เสียงนุ่มๆที่ดังอยู่ข้างตัวทำให้พายเงยหน้าจากหมูที่กำลังจุ่มลงในน้ำจิ้ม

"เห้ยพี่เดชมาได้ไงวะครับ"พายร้องลั่นพร้อมกับตบปากตัวเองเบาๆที่พูดไม่เพราะต่างกับแพงที่อ้าปากค้างคนอะไรหล่อหลุดโลก

"สะ สวัสดีครับพี่เดชขอโทษเมื่อกี้ผมพูดไม่เพราะ"พายตะกุกตะกักแพงลดมือลงสะกิดยิกๆที่ขาพาย

"อ้อนี่พี่สาวผมครับชื่อแพง พะแพงครับนี่ลุงเดชเอ้ยพี่เดชที่เราบอกตัวไง"พะพายรีบแนะนำ

"สวัสดีค่ะมาที่นี่ด้วยหรือคะแพงนึกว่าพี่เดชจะมาร้านแบบนี้ไม่เป็นเสียอีก"พะแพงยกมือไหว้ตามคำแนะนำของพาย

"ไม่ได้ตั้งใจมาหรอกครับพี่มาดูเพราะว่าจะพาหลายของคนที่บ้านมาทานไม่ค่อยได้อยู่เมืองไทยเลยต้องสำรวจกันหน่อย"เดชบอกเสียงนุ่มยิ้มเพียงแค่นัยตา

"ว้าวจริงเหรอคะแล้วหลานอยู่ไหนคะมานั่งกับเราก็ได้ค่ะ"

"ยังไม่มาตอนนี้หรอกจ้าว่าแต่ชอบมากินที่นี่กันหรือครับ"เดชถามไม่เจาะจงสายตาจับจ้องแต่คนที่ยังไม่ตอบคำถามเพราะหมูเต็มปาก

"อ่อพอดีพายเค้ามาฉลองได้งานใหม่น่ะค่ะเป็นผู้ช่วย"พะแพงตอบแทนน้องเดชทรุดตัวลงนั่งข้างๆพายเทียนเองก็ทรุดตัวลงนั่งข้างพะแพง

"งั้นพี่ขออนุญาตนั่งด้วยนะครับคงไม่รังเกียจ"เดชถามยิ้มๆพะพายเคี้ยวหมดปากแล้วรีบบอก

"นั่งเลยลุงวันนี้พายเลี้ยงเอง"

"พายทำไมไปเรียกพี่เค้าแบบนั้นล่ะไม่น่ารักเลย"พะแพงรีบดุน้องเพราะกลัวคนตัวสูงไม่พอใจ

"ไม่เป็นไรครับผมคงหน้าแก่"เดชบอกยิ้มๆ

"หื้อไม่ช่ายที่เรียกลุงเพราะลุงเหมือนคนโบราณต่างหาก"พายแซว

"คือแบบไหนครับ"เดชถามอย่างนึกสนุก

"ก็ท่าทางเรียบร้อยซะขนาดนี้ว่าแต่ลุงเอ้ยพี่อายุเท่าไหร่ครับ"พายถามหน้าเฉย

"พ๊ายยยยถามอะไรแบบนั้น"แพงโวยเสียงสูงกับความไม่มีมารยาทของน้องตัวเอง

"โธ่แพงเค้าถามเพราะจะได้เรียกถูกเหอะ"พายบ่นอุบ

"ไม่เป็นไรจ้าพี่ชื่อเดชอายุยี่สิบเจ็ดแล้วครับส่วนนี่ผู้ช่วยพี่ชื่อเทียนครับ"เดชโบกมือเพราะกลัวพี่สาวจะดุน้องมากไปกว่านี้

"สวัสดีค่ะ/ครับพี่เทียน"สองคนพูดพร้อมกัน

"ว่าแต่ได้งานที่ไหนครับบอกพี่ได้มั๊ย"เดชถามมือก็หยิบผักและเนื้อลงไปย่างไฟให้

"ได้งานกับคุณอธิเดชนักเขียนซีไรซ์ครับ"พายบอกอย่างภูมิใจเดชทำท่าชะงักแล้วแกล้งทำหน้าอึ้ง

"นี่หมายความว่าได้ทำงานกับพี่เหรอครับ"

"ห๊ะ/ห๋า"สองคนร้องพร้อมกันอีกครั้ง

"คืออะไรครับ"พะพายรีบถาม

"ก็พี่คือคนที่พายจะไปทำงานด้วย"พอเดชพูดจบเทียนก็รีบยื่นนามบัตรส่งให้พายทันที

"นี่ครับคุณพาย"เทียนส่งให้

"เห้ยจริงด้วยจุดใต้ตำตอเลย"

"โอ๊ยพายตัวเองโชคดีสุดๆเลยอะเนี่ยเค้าเรียกว่าบุบเพสันนิวาสเลยนะเจอกันตั้งแต่ยังไม่ร่วมงาน"พะแพงเสียงดังตาโต

"เดี๋ยวๆแพงบุบเพฯนั่นเค้าเอาไว้เรียกเจอเนื้อคู่ไม่ใช่เหรอ"พะพายโวยวายขึ้นมังทำให้พะแพงทำหน้าเขินๆ

"ไม่เป็นไรครับบุบเพฯนั่นแหละถูกแล้วเดชบอกยิ้มน้อยเทียนเองก็ยิ้มเหมือนกันเมื่อได้ยินคำว่าบุบเพฯ

"เอ่อแล้วนี่จะให้พายเอ้ยผมไปสัมภาษณ์ตอนไหนครับผมว่าจะโทรไปหาพรุ่งนี้"พายคีบทั้งหมูทั้งกุ้งที่เดชปิ้งให้เข้าใส่ปากดูเป็นธรรมชาติเหมือนทำให้กันเป็นประจำทั้งพายและเดชไม่ได้สังเกตุแต่พะแพงจ้องเขม็งนึกในใจว่าอธิเดชรู้ได้อย่างไรว่าพายชอบกินหมูสุกขนาดไหนเพราะน้องตัวเองเป็นคนกินยากเรื่องมากเป็นที่หนึ่งและรู้ได้ยังไงว่าน้องชอบกินกุ้งทั้งที่ปลาหมึกวางใกล้กว่าและน้องเธอไม่กินปลาหมึก

"ไม่เป็นไรครับตอนนี้เรารู้จักกันแล้วพี่รับทำงานเลยไม่ต้องถามอะไรแล้วมีอีกเรื่องก็คือเรื่องตารางเรียนจะได้จัดให้ตรงกัน"เดชพูดเสียงนุ่มตามเคยใบหน้าคมเข้มกระจ่างใส่ราวกับคนที่มีความสุข

"ขอบคุณมากครับเดี๋ยวผมส่งทางอีเมลให้นะครับอีกเรื่องหนึ่งพี่เดชอยากเป็นดาราหรือเปล่าครับ"พายถามทั้งที่เคี้ยวเต็มปาก

"ไม่ครับพี่อยู่หลังกล้องจะดีกว่าแค่งานเขียนก็ไม่มีเวลาแล้วแถมยังต้องไปดูผู้กำกับเค้าแคสนักแสดงอีก"เดชส่ายหน้าน้อยๆเทียนที่นิ่งเงียบมาตั้งนานถึงกับทำเสียงขลุกขลักอยู่ในลำคอ

"เทียน"เดชทำหน้าดุเพราะรู้ว่าลูกน้องตัวเองขำอะไร

"ขอรับเอ้ยครับ"เทียนสะดุ้งจนเผลอ

"ฮ่าๆๆๆพวกพี่ตลกดีแล้วจะให้พายไปทำงานที่ไหนครับ"พายถามขึ้นมือตัวเองก็หยิบเอาผักกาดขาววางลงในจานของเดชเช่นกัน

"ก็ที่เรือนโบราณที่เราเจอกันไงครับ"

"จริงเหรอครับ"

"ครับมันเป็นบ้านของพี่เอง"

"เวรแล้วเมื่อตอนเย็นผมยื่นกุญแจให้เจ้าของบ้านเหรอเนี่ยผมนึกว่าพี่มาดูแลที่นั่นเสียอีก"

"ไม่ต่างกันเลยพี่เข้าไปดูห้องทำงานพรุ่งนี้เค้าจะเอาของไปส่งที่นั่นครับ"

"อ้าวแล้วกองถ่ายล่ะครับ"พายทำหน้าสงสัยเพราะพี่ปั่นผ่านหมดทุกอย่างแล้วจะเหลือแค่ตัวพระเอกที่ยังหาคนที่คล้ายกับบทละครไม่ได้จะให้บอกยังไงว่าพี่เดชนี่คาแรคเตอร์ใช่สุดๆ

"จะมีห้องนอนของเรากับห้องทำงานแล้วก็ส่วนของคนที่บ้านจะถูกกันเอาไว้น่ะครับ"เดชอธิบาย

"อ่อโล่งเลยงั้นทุกอย่างก็ผ่านฉลุยสิครับสุดยอดอ่ะวันนี้วันดีมีแต่เรื่องดีๆแบบนี้ต้องฉลอง"พะพายฉีกยิ้มกว้างเดชมองด้วยความเอ็นดูกว่าทุกคนจะอิ่มก็ปาไปเกือบสี่ทุ่ม

"อิ่มหรือเปล่าครับ"เดชถามพายที่เอามือลูบท้องตัวเองพะแพงเองก็สังเกตุว่าเดชให้ความสนใจน้องตนเองดูเอาใจใส่เหมือนคนคุ้นเคยพะพายเองก็ดูไม่ขัดเขินเหมือนเป็นเรื่องเคยชินเทียนหันมาถามพะแพง

"อิ่มหรือเปล่าครับคุณแพง"เทียนถาม

"อิ่มมากค่ะแพงขอบคุณพี่เดชกับพี่เทียนด้วยนะคะที่เลี้ยงพวกเราทั้งที่เป็นเรื่องดีของพายแท้ๆ"แพงบอกปนหัวเราะ

"ไม่เป็นไรครับคุณแพงผมเองก็มีแต่เรื่องดีๆเข้ามาเหมือนกันต้องฉลองยิ่งกว่า"เดชหันมาตอบแทนเทียน

"ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ"พะแพงยกมือไหว้พร้อมกับพาย

"ขอบคุณนะครับที่เลี้ยงอิ่มแปล้เลย"พะพายยิ้มพร้อมกับยกมือไหว้

"จะกลับแล้วหรือครับ"เดชถามด้วยน้ำเสียงที่พะพายกับพะแพงเดาไม่ถูกยังมีแต่เทียนที่ยืนนิ่งอยู่ด้านหลังเพราะรู้ว่าเจ้านายตนเองสื่อถึงอะไร

"ครับเดี๋ยวพรุ่งนี้พายตื่นไม่ทัน"พายบอกขำๆ

"พรุ่งนี้ไปหาพี่ช่วงบ่ายก็ได้ครับพายต้องไปเจอคุณปั่นไม่ใช่หรือ"

"ใช่ครับจะพาพี่ปั่นไปพบพี่เดชด้วยเลยได้มั๊ยครับตอนนี้ผมยังมีโปรเจคงานของพี่ปั่นอยู่อะเดี๋ยวค่อยดูตารางอีกทีว่าทำกับพี่เดชช่วงไหนได้บ้าง"พายทำหน้ากังวลคนพี่ถึงกับยกมือขึ้นแตะหว่างคิ้วที่เริ่มขมวดมุ่น

"ไม่เอาไม่ขมวดคิ้วนะครับพรุ่งนี้ค่อยว่ากันเถอะนี่ดึกแล้วพายต้องพัก"เดชทำด้วยความเคยชินต่างกับแพงที่ตาเหลือบมองคนทั้งคู่พายเองก็ไม่เห็นโวยวายทั้งที่หากเป็นคนอื่นคงด่าสวนพายเคยโดนรุ่นพี่ผู้ชายที่โรงเรียนแตะเนื้อต้องตัวเลยถูกพะพายเตะสวนมาแล้วแต่นี่กับเดชพายกลับนิ่งเฉยซะอย่างนั้น

"ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เจอกันบ่ายโมงนะครับพายจะนัดพี่ปั่นไปด้วย"พายยิ้มจนตาหยีไม่ต่างกับเดชที่ก้มหน้าลงมองด้วยสายตาอ่อนโยน

"ครับไม่ต้องรีบนะพี่รอได้"เดชกับเทียนรอจนทั้งคู่ขี่รถออกไปถึงได้ขับตามหลังจนถึงบ้านเห็นว่าปลอดภัยแล้วก็แยกตัวกลับเหมือนกัน

"ตัว"พะแพงสะกิดเมื่อถึงห้อง

"หือ"พะพายตอบด้วยน้ำเสียงงัวเงีย

"ตัวสนิทกับพี่เดชอะไรนั่นเหรอ"

"ไม่นี่ก็เจอกันแปปเดียวแล้วก็มาเจอพร้อมตัวอะทำไมเหรอ"

"แต่ดูท่าทางตัวสนิทกับพี่เขามากเลยนะเค้าบอกไม่ถูก"พะแพงยังติดใจ

"จะบ้าเหรอสนิทอะไรก็ปรกติอะตัวคิดมากอะไรป่าวเนี่ย"พะพายอ้าปากหาว

"เหรอเออๆงั้นตัวไปนอนเถอะพรุ่งนี้เค้าจะไปเป็นเพื่อนอยากไปเห็นบ้านทรงไทยนั่นด้วย"พะแพงดันหลังน้องชายเข้าไปส่งที่ห้องเป็นความเคยชินที่ต้องห่มผ้าให้น้องก่อนนอนทุกครั้ง

"อือเค้าง่วงจังเป็นอะไรไม่รู้สงสัยกินอิ่มเกินแน่ๆ"พายงัวเงียเดินหลับตาพะแพงถึงกับหัวเราะเมื่อเห็นอาการน้องชายตัวเอง

"มานอนๆฝันดีนะตัว"พะแพงห่มผ้าให้และจูบเบาๆตรงหน้าผากพะพายเองก็โอบคอพี่สาวจูบหน้าผากกลับเช่นกัน

"ฝันดี"พะพายหลับไปตอนไหนไม่รู้พะแพงเลยปิดไฟดวงใหญ่ให้คงเหลือไว้แค่ไฟหรี่ที่หัวเตียง ภาพเงาวิบวับค่อยๆปรากฏร่างให้เห็นภายในห้องสลัวๆสองร่าง

"คุณแพงนี่ฉลาดนะขอรับ"เทียนเปรยขึ้นมาขณะที่ทั้งสองร่างมองคนที่นอนขดตัวหลับตาพริ้มอยู่ในที่นอน

"นั่นสิข้าเห็นด้วย..เทียนเอ็งว่าพะแพงนี่คุ้นตาหรือไม่"คุณพระมองร่างที่หลับไม่รู้เรื่องด้วยสายตาเอ็นดูก่อนจะเดินเข้าไปทรุดนั่งที่ขอบเตียงมือโปร่งแสงลูบเบาๆที่ใบหน้าหวานนั่นแผ่วเบา

"ขอรับหรือว่าจะเป็น..."เทียนนิ่วหน้าดวงจิตของพะแพงคุ้นจริงเสียด้วย

"ข้าเองก็คิดเช่นนั้นภาวนาอย่าให้เป็นแบบนั้นเลยไม่อยากให้คนนั้นติดอยู่ในบ่วงกรรมข้ารักพายเอ็งก็รู้คราวนี้ข้าจะไม่ให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นอีกข้าจักปกป้องคนรักข้าสุดชีวิต"คุณพระบอกด้วยน้ำเสียงกร้าวขึ้น

"อย่าอาฆาตเลยขอรับมันจะเป็นบาปติดดวงจิตพวกเราเสียเปล่าๆ"เทียนเตือนด้วยความหวังดีร่างโปร่งแสงที่เปลี่ยนสีกลายเป็นสีขุ่นไม่วิบวับเช่นเคยเพราะอารมณ์โกรธ

"ข้าไม่อยากให้พายต้องเป็นแบบเดิมเรื่องแบบนั้นจะต้องไม่เกิดขึ้นเด็ดขาด"คุณพระกัดฟันแน่นเพราะความพลั้งเผลอของเขาพายถึงต้องจากเขาไป

"ลืมเสียเถิดขอรับพวกเราจะปกป้องคุณพายจะต้องไม่มีเรื่องเช่นนั้นซ้ำเด็ดขาดหากคุณแพงเป็นคนที่เราคิดก็คงเป็นเวรกรรมที่ต้องมาอโหสิกรรมกันชาตินี้ก็เป็นได้นะขอรับ"เทียนปลอบใจ

"ขอให้เป็นเช่นนั้นถ้าหากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีกต่อให้ข้าต้องตกนรกหมกไหม้ข้าก็ยอม"

"พวกเราจะไม่ให้เป็นเช่นนั้นขอรับคุณท่านวางใจเถิด"เทียนปลอบใจเพราะรู้ดีว่าเจ้านายของตนเองต้องทนทุข์เวทนาขนาดไหนเมื่อคุณพายจากไป

"ดีถ้าเช่นนั้นเรากลับกันเถิดพรุ่งนี้ข้ากับพายก็ได้เจอกันอีกแล้วดีใจจริงๆ"คุณพระก้มลงบรรจงแนบริมฝีปากหนาได้รูปลงบนหน้าผากใสนั้นแผ่วเบาพะพายเองก็รู้สึกถึงสัมผัสแผ่วๆนั่นรอยยิ้มน้อยๆปรากฎขึ้นบนใบหน้าหวานทั้งที่ยังหลับตา

"ฝันดีที่รักแล้วเจอกันพรุ่งนี้นะครับ"ร่างโปร่งแสงสองร่างค่อยๆจางหายออกจากห้องไปช้าๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel