มารดาร้ายกาจผู้นี้จะเลี้ยงดูเจ้าเอง

71.0K · จบแล้ว
หญ้าสีคราม
52
บท
9.0K
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

สตรีแกร่ง ไม่ยอมคนจากศตวรรษที่ 20 ย้อนเวลามาอยู่ในร่างเฉินอี้เหนียง นางร้ายเจ้าเล่ห์ ร้ายกาจ ชอบพาลหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว ใช้อำนาจเงินกดขี่ข่มเหงผู้คน ลงโทษบ่าวไพร่ทุบตีเป็นว่าเล่น สิ่งที่เลวร้ายที่สุดของนางคือวางแผนแอบซื้อตัวสาวใช้ในจวนสกุลซ่ง วางยาปลุกกำหนัด เพื่อหวังปีนเตียงแม่ทัพซ่ง ‘ซ่งหานซั่ว’ ที่มีนิสัยโหดเหี้ยม อำมหิต ได้รับสมญานามว่าแม่ทัพสีเลือด สร้างผลงานยิ่งใหญ่ให้กับแผ่นดินมากมาย โดยไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมือง ยอมทำตัวไร้ยางอายเพียงหวังว่าจะได้ขึ้นเป็นฮูหยินของสกุลซ่งตามที่หวัง นางปีนเตียงสำเร็จจนตั้งครรภ์อ่อนๆ หวังใช้เป็นข้ออ้างให้เขายินยอมรับนางเป็นภรรยาอย่างถูกต้อง แต่กลับผิดพลาดตาลปัตรถูกเขาหาว่าลูกในท้องนั้นไม่ใช่ลูกของเขา ครั้งนี้ความเลวร้ายเริ่มมาเยือน โชคชะตาเล่นตลกเสมือนถูกฟ้าผ่ากระหน่ำซ้ำเติมอีกครั้ง ครอบครัวที่เคยมีฐานะมั่งคัง แม้แต่เงินทองใช้หยิบจ่ายไม่เคยขัดสน กลับตกต่ำอับจนเพียงชั่วข้ามคืน เพราะบิดาถูกสหายคนสนิทโกงเงินไปจนสิ้นเนื้อประดาตัว จนจำใจต้องย้ายออกจากจวน ย้ายถิ่นฐานมาอยู่นอกเมืองสร้างบ้านเล็กๆ อยู่ในหมู่บ้านห่างออกมาจากตัวเมืองสิบลี้ ใช้ชีวิตจากหน้ามือ กลายเป็นหลังมืออดมื้อกินมื้อไปวันๆ ลูกที่เกิดมาเป็นบุตรชายต้องรองรับอารมณ์อันนิสัยร้ายกาจอันโหดเหี้ยมของเฉินอี้เหนียง ถูกทุบตีไม่เว้นวัน เพราะเด็กน้อยผู้นี้ไร้ประโยชน์ แม้ความหวังเดียวให้ซ่งหานซั่วยอมรับ แต่บุรุษผู้นั้นกลับเมินเฉย คนในครอบครัวของนางก็หมดหนทางเอือมระอาไปด้วย เงินที่หามาได้อย่างยากลำบากก็ถูกบุตรสาวรีดไถไปซื้อของไร้ประโยชน์เห็นแก่ตัวจนหมด บิดาก็ป่วย มารดาก็ชรา เงินที่มีกลับไม่เพียงพอ หรือนี่คือโชคชะตาที่ม่านเอ๋อร์ต้องเผชิญ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดสวรรค์ถึงส่งนางมาอยู่ร่างนี้ หากกลับไปก็ไม่ได้ ฆ่าตัวตายก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ไหนจะบุตรชายตัวน้อยน่าสงสาร กับมารดา บิดาที่ชรามากแล้ว นางจะจำใจยอมทิ้งพวกเขาเหล่านี้ไปได้เช่นไร มีแต่ยอมรับชะตากรรมนี้ไว้ และดูแลพวกเขาเหล่านี้ให้ดีที่สุดเอง " บุตรชายของข้าอยู่แห่งหนใด ตัวของข้าที่เป็นบิดาของเขาย่อมอยู่ที่แห่งนั้น" "ผู้ใดกันบอกว่าเสียวเป่าเป็นบุตรชายของท่าน บุรุษเช่นท่านไม่สมควรเป็นบิดาของผู้ใด" “อี้เหนียง…เจ้าใจกล้าปากดีเช่นนี้ไม่กลัวตายหรือเช่นไร” นางมิใช่ไม่กลัว แต่นางทำเพื่อปกป้องเสียวเป่าต่างหาก หากต้องตัดแขน ตัดขา เพื่อรั้งเสียวเป่าไว้นางก็จะทำ เพราะเด็กคนนั้นเป็นนางที่เลี้ยงดูมาเองกับมือ “ความตายไม่ใช่สิ่งน่ากลัวสำหรับข้าอีกต่อไป…ไยข้าต้องกลัว!....” นางดึงประตูจะปิดลง ทว่าไม่อาจต้านทานพละกำลังมหาศาลของเขาได้ คนอะไรดื้อด้านไร้ยางอาย นางไล่ขนาดนี้แล้วยังไม่ไสหัวไปอีก!!!

นิยายจีนโบราณแม่ทัพพลิกชีวิตนางเอกเก่งเกิดใหม่นิยายย้อนยุคมีลูกตั้งครรภ์แม่เลี้ยงเดี่ยวพึ่งพาตัวเอง

บทที่ 1 ถูกไล่ล่า

 นอกแคว้นหาน แถบชายป่าห่างออกไป 10 ลี้

            เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนผ่านเลาะหนาม ดงป่าไผ่อย่างยากลำบาก แววตาที่เคยร้ายกาจ กลับหวาดกลัวไม่เป็นตัวของตัวเอง ราวกับสตรีเสียสติที่กำลังเจอเรื่องกระทบต่อจิตใจรุนแรง นางวิ่งไปข้างหน้าไม่สนสิ่งใดกีดขวาง ตลอดระยะทางนางคอยหันไปมองระแวงทางด้านหลังตลอดเวลา ภาวนาในใจซ้ำๆ

“หนี….ข้าต้องหนี…ข้ายังไม่อยากตาย”

นางร้องไห้ วิ่งหนีสุดชีวิต ใบหน้าอาบน้ำตาหลั่งไหลตลอดทาง ท่ามกลางความมืด นางไม่อาจแยกออกว่าตอนนี้นางหนีมาอยู่ที่ใดแล้ว นางหวังเพียงขอให้ชีวิตนางรอดกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย และหนีพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชที่คอยไล่ล่าตามฆ่านางมาตลอดทาง

ร่างกายที่เคยนวลเนียนละเอียดยิบคุณหนูผู้สูงศักดิ์ สภาพนางในตอนนี้นับว่ามองไม่ออกว่าเคยเป็นผู้ดีตีนแดงมาก่อน ดูไม่ต่างจากสตรีเสียสติ วิปลาส เนื้อตัวสะบักสะบอม

 ผิวหนังถูกหนามบาด ขีดข่วน ปักทิ่มแทงไปทั่ว  นางไม่ต่างสุนัขที่กำลังหาทางรอดออกจากอุโมงค์มืดมิดที่รอเพียงความตายมาพรากชีวิต

 โคลนตมขังค้างน้ำฝนที่พึ่งหยุดตกหมาดๆ ถูกสตรีอาภรณ์แดงเหยียบย้ำไปตามระยะทาง ทิ้งรอยเท้าให้ผู้ที่ตามไล่ล่ามาตามหลังสังเกตเห็นชัดเจน

ชายชุดดำ ปกปิดใบหน้ามิดชิด มาพร้อมกระบี่คู่กายอาบย้อมไปด้วยโลหิตเปื้อนบนกระบี่ โผทะยานรวดเร็วกระโดดซ้ายที ขวาที ตามนางไม่รามือ ตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มเข้าใกล้ตัวนางแล้ว

เฉินอี้เหนียงเบิกตากว้าง  ตื่นกลัว ร่างกายสั่นเทิ้ม นางยังไม่อยากตาย นางมีหลายสิ่งที่ปรารถนาอยากทำ ดูเหมือนว่าโชคชะตาไม่เข้าข้างคนสารเลวชั่วช้าเช่นนาง นางวิ่งสะดุดกิ่งไม้ ร่างของนางล้มลงกับพื้น อาภรณ์เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน

ตอนนี้นางไม่แม้แต่จะขยับได้เต็มที่ ร่างกายนางได้รับบาดเจ็บเกินไปกว่าที่จะลุกวิ่งไหว นางร้องไห้พรั่งพรูคิดถึงเรื่องราวความร้ายกาจที่ผ่านมา ความอัปยศที่นางกำลังได้รับไม่ต่างจากสุนัขที่ไร้ค่าตัวหนึ่ง ที่จะถูกเหยียบย่ำฆ่าตายเป็นผัก

เป็นปลากลายเป็นซากศพไร้วิญญาณที่ถูกทิ้งเดียวดายให้สัตว์ป่าหิวกระหายเข้ามาแทะกิน

นางร้องทรมานอย่างเจ็บปวดยามที่ขยับขาทีละข้างทรงตัวลุกขึ้นยืน นางล้มลงไปที่พื้นเหมือนครั้งแรก ไม่มีทางอื่นนอกจากรอความตาย นางมองทางด้านหลัง ชายผู้นั้นยังคงตามมาหรือไม่  นางไม่เห็นแม้แต่เงานึกว่าตัวเองจะรอดพ้นเสียแล้ว กลับเห็นดวงตาเหี้ยมโหดน่ากลัวในความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้

ไม่ทันนางได้คลานหนี ร่างของชายผู้นั้นโผทะยานมายืนอยู่ตรงหน้านาง ราวกับมัจจุราช นางประสานดวงตาคู่นั้นเข้า หญิงสาวมองกระบี่สีเลือดยกขึ้น แววตานางหวาดกลัว

“อย่า…อย่าฆ่าข้า…ข้ากลัวแล้ว”

            นางส่ายศีรษะร่ำร้องขอชีวิตอีกครั้ง

ไร้ผล….เขาไม่แม้แต่จะฟังคำขอร้องชั่ววินาทีสุดท้ายของนาง ไร้สุ้มเสียงใดๆ ตอบกลับมา มีเพียงแววตาเยาะหยันที่ชายผู้นั้นกำลังมอบให้และของขวัญชิ้นพิเศษตวัดฟาดมาที่ลำตัวของนาง โลหิตกระเซ็นไปทั่วพสุธา

            ร่างของนางล้มฟุบไปนอนราบอยู่ที่พื้น ความร้อนรุ่มกระจุกรวมตัวที่ลำคอ นางกระอักโลหิตออกมาจากปาก สายตานางตอนนี้สิ้นหวังอ่อนแรงโรยรา จดจ้องมองบุรุษที่เป็นผู้คร่าชีวิตนางเลือนราง

            “แค่ก…แค่ก….ได้โปรด ข้ายังไม่อยากตาย….ข้ายัง…”  

น้ำตาไหลหยดมาที่หางตา นางร้องขอชีวิตสุดท้ายเสียงแผ่วเบา

            ดวงตาเย็นยะเยือกกลับไม่แยแสต่อคำขอร้องของนาง กระหน่ำกระบี่ลงไปซ้ำเติมอีกครั้งโดยไม่ลังเล จวบจนเสียงของหญิงสาวขาดหายไปในที่สุด

            ร่างกายของนางถูกบุรุษลากผ่านป่า เศษหนามตามทาง จนกระทั่งมาหยุดที่แม่น้ำขนาดใหญ่จากนั้นโยนร่างไร้วิญญาณจมดิ่งสู่ก้นบึ้งของแม่น้ำ จนแน่ใจแล้วว่านางไม่อาจมีชีวิตกลับมาได้อีก ร่างดำทะมึนใช้วิชาตัวเบาหลบหนีหายจากตรงนั้นไปในทันที

            รัตติกาลกลืนกินทั่วแคว้นหาน ทั่วบริเวณจวนสกุลซ่งที่มีแต่ความเงียบสงบปกคลุมไปรอบด้าน ทหารเวรยามตรวจตราความปลอดภัยทั้งภายนอกจวน และภายในอย่างขยันขันแข็ง

            ทว่าภายในเรือนที่ถูกจุดกำยานในยามค่ำคืน ยามลมหนาวพาดผ่านเกิดเสียงอู้ๆ บริเวณภายนอก

            ปรากฎชายหนุ่มกระโดดผ่านหน้าต่างตรงเข้ามารายงาน

“ท่านแม่ทัพ…ข้าจัดการตามที่สั่งแล้วขอรับ…แต่ว่านาง”

             “ไม่มีผู้ใดเห็นใช่หรือไม่…ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่มีข้อผิดพลาดทำให้ข้าผิดหวัง”

            “ขอรับ”