บทที่ 1 ถูกไล่ล่า
นอกแคว้นหาน แถบชายป่าห่างออกไป 10 ลี้
เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนผ่านเลาะหนาม ดงป่าไผ่อย่างยากลำบาก แววตาที่เคยร้ายกาจ กลับหวาดกลัวไม่เป็นตัวของตัวเอง ราวกับสตรีเสียสติที่กำลังเจอเรื่องกระทบต่อจิตใจรุนแรง นางวิ่งไปข้างหน้าไม่สนสิ่งใดกีดขวาง ตลอดระยะทางนางคอยหันไปมองระแวงทางด้านหลังตลอดเวลา ภาวนาในใจซ้ำๆ
“หนี….ข้าต้องหนี…ข้ายังไม่อยากตาย”
นางร้องไห้ วิ่งหนีสุดชีวิต ใบหน้าอาบน้ำตาหลั่งไหลตลอดทาง ท่ามกลางความมืด นางไม่อาจแยกออกว่าตอนนี้นางหนีมาอยู่ที่ใดแล้ว นางหวังเพียงขอให้ชีวิตนางรอดกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย และหนีพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชที่คอยไล่ล่าตามฆ่านางมาตลอดทาง
ร่างกายที่เคยนวลเนียนละเอียดยิบคุณหนูผู้สูงศักดิ์ สภาพนางในตอนนี้นับว่ามองไม่ออกว่าเคยเป็นผู้ดีตีนแดงมาก่อน ดูไม่ต่างจากสตรีเสียสติ วิปลาส เนื้อตัวสะบักสะบอม
ผิวหนังถูกหนามบาด ขีดข่วน ปักทิ่มแทงไปทั่ว นางไม่ต่างสุนัขที่กำลังหาทางรอดออกจากอุโมงค์มืดมิดที่รอเพียงความตายมาพรากชีวิต
โคลนตมขังค้างน้ำฝนที่พึ่งหยุดตกหมาดๆ ถูกสตรีอาภรณ์แดงเหยียบย้ำไปตามระยะทาง ทิ้งรอยเท้าให้ผู้ที่ตามไล่ล่ามาตามหลังสังเกตเห็นชัดเจน
ชายชุดดำ ปกปิดใบหน้ามิดชิด มาพร้อมกระบี่คู่กายอาบย้อมไปด้วยโลหิตเปื้อนบนกระบี่ โผทะยานรวดเร็วกระโดดซ้ายที ขวาที ตามนางไม่รามือ ตอนนี้ชายหนุ่มเริ่มเข้าใกล้ตัวนางแล้ว
เฉินอี้เหนียงเบิกตากว้าง ตื่นกลัว ร่างกายสั่นเทิ้ม นางยังไม่อยากตาย นางมีหลายสิ่งที่ปรารถนาอยากทำ ดูเหมือนว่าโชคชะตาไม่เข้าข้างคนสารเลวชั่วช้าเช่นนาง นางวิ่งสะดุดกิ่งไม้ ร่างของนางล้มลงกับพื้น อาภรณ์เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลน
ตอนนี้นางไม่แม้แต่จะขยับได้เต็มที่ ร่างกายนางได้รับบาดเจ็บเกินไปกว่าที่จะลุกวิ่งไหว นางร้องไห้พรั่งพรูคิดถึงเรื่องราวความร้ายกาจที่ผ่านมา ความอัปยศที่นางกำลังได้รับไม่ต่างจากสุนัขที่ไร้ค่าตัวหนึ่ง ที่จะถูกเหยียบย่ำฆ่าตายเป็นผัก
เป็นปลากลายเป็นซากศพไร้วิญญาณที่ถูกทิ้งเดียวดายให้สัตว์ป่าหิวกระหายเข้ามาแทะกิน
นางร้องทรมานอย่างเจ็บปวดยามที่ขยับขาทีละข้างทรงตัวลุกขึ้นยืน นางล้มลงไปที่พื้นเหมือนครั้งแรก ไม่มีทางอื่นนอกจากรอความตาย นางมองทางด้านหลัง ชายผู้นั้นยังคงตามมาหรือไม่ นางไม่เห็นแม้แต่เงานึกว่าตัวเองจะรอดพ้นเสียแล้ว กลับเห็นดวงตาเหี้ยมโหดน่ากลัวในความมืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
ไม่ทันนางได้คลานหนี ร่างของชายผู้นั้นโผทะยานมายืนอยู่ตรงหน้านาง ราวกับมัจจุราช นางประสานดวงตาคู่นั้นเข้า หญิงสาวมองกระบี่สีเลือดยกขึ้น แววตานางหวาดกลัว
“อย่า…อย่าฆ่าข้า…ข้ากลัวแล้ว”
นางส่ายศีรษะร่ำร้องขอชีวิตอีกครั้ง
ไร้ผล….เขาไม่แม้แต่จะฟังคำขอร้องชั่ววินาทีสุดท้ายของนาง ไร้สุ้มเสียงใดๆ ตอบกลับมา มีเพียงแววตาเยาะหยันที่ชายผู้นั้นกำลังมอบให้และของขวัญชิ้นพิเศษตวัดฟาดมาที่ลำตัวของนาง โลหิตกระเซ็นไปทั่วพสุธา
ร่างของนางล้มฟุบไปนอนราบอยู่ที่พื้น ความร้อนรุ่มกระจุกรวมตัวที่ลำคอ นางกระอักโลหิตออกมาจากปาก สายตานางตอนนี้สิ้นหวังอ่อนแรงโรยรา จดจ้องมองบุรุษที่เป็นผู้คร่าชีวิตนางเลือนราง
“แค่ก…แค่ก….ได้โปรด ข้ายังไม่อยากตาย….ข้ายัง…”
น้ำตาไหลหยดมาที่หางตา นางร้องขอชีวิตสุดท้ายเสียงแผ่วเบา
ดวงตาเย็นยะเยือกกลับไม่แยแสต่อคำขอร้องของนาง กระหน่ำกระบี่ลงไปซ้ำเติมอีกครั้งโดยไม่ลังเล จวบจนเสียงของหญิงสาวขาดหายไปในที่สุด
ร่างกายของนางถูกบุรุษลากผ่านป่า เศษหนามตามทาง จนกระทั่งมาหยุดที่แม่น้ำขนาดใหญ่จากนั้นโยนร่างไร้วิญญาณจมดิ่งสู่ก้นบึ้งของแม่น้ำ จนแน่ใจแล้วว่านางไม่อาจมีชีวิตกลับมาได้อีก ร่างดำทะมึนใช้วิชาตัวเบาหลบหนีหายจากตรงนั้นไปในทันที
รัตติกาลกลืนกินทั่วแคว้นหาน ทั่วบริเวณจวนสกุลซ่งที่มีแต่ความเงียบสงบปกคลุมไปรอบด้าน ทหารเวรยามตรวจตราความปลอดภัยทั้งภายนอกจวน และภายในอย่างขยันขันแข็ง
ทว่าภายในเรือนที่ถูกจุดกำยานในยามค่ำคืน ยามลมหนาวพาดผ่านเกิดเสียงอู้ๆ บริเวณภายนอก
ปรากฎชายหนุ่มกระโดดผ่านหน้าต่างตรงเข้ามารายงาน
“ท่านแม่ทัพ…ข้าจัดการตามที่สั่งแล้วขอรับ…แต่ว่านาง”
“ไม่มีผู้ใดเห็นใช่หรือไม่…ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่มีข้อผิดพลาดทำให้ข้าผิดหวัง”
“ขอรับ”
