ได้ยินเสียงสัตว์
ในขณะที่กำลังจะพยุงร่างบาดเจ็บลุกขึ้น เสียงประหลาดพูดขึ้นมากระทันหันทั้งๆ ที่ไม่มีใครอยู่รอบตัวนาง นอกจากชาวบ้านรอบข้างที่หมดสติ
"เสียงใครพูดนะ" ลู่จินเหยาพยายามลุกขึ้นยืนเล็กน้อยเพื่อฟังเสียงเล็กเหล่านั้น
"แย่ ๆ แล้ว ๆ พวกมารมันมาอีกแล้ว"
"แล้วยังไง พวกมันมาหามนุษย์ไม่ได้มาจับตัวกระรอกน้อยอย่างพวกเรา"
"แต่เราก็อยู่ร่วมกับพวกเขามานานแล้วนะ ไม่คิดจะช่วยหน่อยรึ"
"แล้วจะให้ทำอย่างไรเล่า พลังของพวกเราสู้พวกมันไม่ได้หรอก"
" นั้นสิ จะทำยังไงดี"
เหล่ากระรอกรวมกลุ่มปรึกษากันไม่รู้จะทำยังไง ก้าวเท้าน้อยออกไป ก็ต้องตายแน่ ๆ กระรอกน้อยลังเลเดินกลับหน้ากลับหลังวนอยู่แบบนั้น
ส่วนลู่จินเหยาที่จับบทสนทนาได้ทุกอย่างนางก้าวเท้าสับ ๆ หาต้นตอของเสียงทันที ไม่ทันไรฝีเท้านางก็ชะงัก เมื่อพบว่ากระรอกน้อยที่อยู่บนต้นไม้ ดูจากภาษกายมันจะรู้เรื่องในเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
"ยังเหลืออีกคน" ชายชุดดำเอ่ยขึ้น พร้อมดักหน้าลู่จินเหยาด้วยรอยยิ้มเลือดเย็น
ลู่จินเหยาหันมามองชายชุดดำคอแทบหัก หัวใจนางสั่นระรัวไม่กล้าแม้แต่ขยับขาก้าวถอยหลัง
"พวกมารชั่วอย่าเข้ามานะ"
"ฮ่า ๆ คิดจะหนีรึ" ชายชุดดำกางแขนทั้งสองข้างในขณะนั้นลมพายุก็หมุนตามมาติด ๆ พร้อมกับพลังบางอย่างแผ่ออกมาจากฝ่ามือ
"ตายสะ"
ทันใดนั้น !
"ย๊า...ตายสะไอ้มารชั่ว " กลุ่มกระรอกน้อยหันตูดเบ่งมูลสัตว์ออกมาเป็นเม็ดกระสุนพิษ สมุนมารดิ้นเขย่าตัวไปมาทั้งแสบทั้งคัน พวกมันค่อย ๆ ถอยหลังออกไป ต่อเนื่อง
แต่ในขณะนั้นมีมารอยู่อีกคนที่จ้องตาเขม็งมาที่เหล่ากระรอก มันพยายามเรียกพลังลมออกมาจากมือหนา ๆ แต่กลับทำไม่สำเร็จ เพราะมูลเม็ดกระสุนกระต่าย มันเลยทำอะไรไม่ได้ได้แต่ยอมถอยกลับไปแต่โดยดี
"ชนะ ชนะ แล้ว"
"มันแค่ชั่วคราว มันต้องกลับมาล้างแค้นพวกเราเป็นแน่"
"ขอบใจพวกเจ้ามากนะ" จู่จินเหยาเงยหน้าชำเลืองมองบนต้นไม้สูง
ส่วนเจ้ากระรอกน้อยที่กำลังสนทนากันอยู่ เมื่อได้ยินมนุษย์เอ่ยขอบคุณ พวกเขาทั้งหมดยืนนิ่งชะงักไปชั่วคราว ก่อนจะเอาศีรษะก้มลงเหมือนกระซิบอะไรบ้างอย่าง
"นี่..มนุษย์ผู้นี้กำลังพูดกับพวกเรารึ"
"ถ้าไม่ใช่พวกเรา จะให้คุยกับบรรพบุรุษหรือไง"
"โธ่เอ้ย...นี้
ป๊อก!....เสียงเคาะหัว
"พอแล้ว พอแล้วข้าแค่พูดเล่น"
" พอแล้วเลิกสงสัยกันได้แล้ว ที่เจ้าพูดมาข้าได้ยินทั้งหมดเลย" ลู่จินเหยาเอ่ยทันที
เข้ากระรอกที่กระจุกหัวเป็นซุบซิบรีบหันหน้ามองลงไปข้างล่างด้วยดวงตาที่เบิกโพลง
"เจ้า..เจ้าฟังภาษาพวกข้าออก" ในขณะนั้นพวกมันค่อยๆไปลงมาทีละตัวสำรวจรอบๆกายลู่จินเหยาด้วยความสงสัย
" เจ้าไม่ใช่ผีไม่ใช่ผู้มีพลังอะไร เป็นคนธรรมดาเหตุใดถึงฟังพวกข้ารู้เรื่อง"
เจ้ากระรอกเอียงคอถาม
" ข้าก็ไม่รู้ เหมือนกัน"
นางถอดสีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงงและไม่แน่ใจ
" เจ้าไม่รู้ จริงรึ"
เจ้ากระรอกน้อยถามอีกครั้ง ทั้งเดินวนรอบตัวเข้ามาใกล้ชายผ้า ดมกลิ่นรอบกาย แต่ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ
"ไม่รู้ก็ไม่รู้ แต่เจ้าฟังพวกข้ารู้เรื่อง ถือว่าเป็นมิตรหมายที่ดี"
" ตอนนี้ข้าอยากนำชาวบ้านเหล่านี้เข้าไปรักษาตัว พวกเจ้าพอจะช่วยได้หรือไม่"
"ห๊ะ ...เจ้าดูตัวพวกข้าก่อน ว่าจะไหวรึ นั้นมนุษย์นะ ไม่ใช่ใบไม้แห้ง"
" แล้วจะทำเช่นไรดี" ลู่จินเหยาโน้มตัวลงอีกครั้งประคองร่างบาดเจ็บให้ทรงตัวพิงต้นไม้
ก่อนจะลุกตัวยืนมองไปบริเวณรอบๆ ด้วยความเศร้าใจ และรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าแต่ชาวบ้านยังปกป้องนางสุดกำลัง
แต่ทว่า ชาวบ้านที่หมดสติกลับเริ่มรู้ตัวขึ้นมาอย่างหน้าประหลาดใจ
"โอ๊ย..ข้ายังไม่ตายหรือนี่"
"อ้าว...ทำไมไม่รู้สึกเจ็บเลย"
หลังจากนั้นทุกคนค่อยๆฟื้นตัวทีละคน จนแต่ละคนมองหน้ากันด้วยความสงสัย
" แปลกยิ่งนัก ข้าควรจะตายไปแล้วนี่"
นั้นสิ เมื่อตอนนั่นข้ายังบอกให้ลู่จินเหยาหนีไป แต่ทำไมนางกลับไม่เป็นอ่ะไร"
ในขณะนั้นชายชราก็รีบวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในมือกำมีดทำครัวเก่า ๆ ไว้แน่น สีหน้าจริงจังราวกับพร้อมสู้สุดชีวิต
"มาแล้ว ๆ ข้ามาช่วยแล้ว"
เสียงของชายชราดังลั่น แม้ลมหายใจจะหอบหนักจนแทบพูดไม่ทัน
ทว่าทันทีที่มาถึง ชายชรากลับชะงักค้าง
เพราะเบื้องหน้ามีเพียงความเงียบหลังความวุ่นวาย ผู้คนบาดเจ็บได้รับการช่วยเหลือ ส่วนศัตรูก็ถูกต้านไว้แล้ว
ทุกสายตาหันมามองชายชราที่ถือมีดยืนเกร็งอยู่กลางลาน
ชายชรากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนลดมีดลงช้า ๆ สีหน้าดูเก้อเขินไม่น้อย
“เอ่อ...ดูเหมือนข้าจะมาช้าไปหน่อย”
