มหาผนึกสี่พิภพ

26.0K · ยังไม่จบ
กระหรี่พับ
19
บท
448
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

หลินจิ่น… หญิงสาวจากอีกโลกผู้สิ้นชีพท่ามกลางมหันตภัย ได้ลืมตาขึ้นอีกครั้งในร่างของหญิงสาวผู้ถูกเหยียบย่ำพร้อมสายเลือดลับแห่งเทพธิดาปฐมธาตุกุญแจเพียงหนึ่งเดียวที่จะฟื้นฟูหรือทำลายสี่พิภพ

นิยายศิลปะการต่อสู้นิยายกำลังภายในนิยายผจญภัยเกิดใหม่ในนิยายนิยายเทพเซียนนิยายแอคชั่นนิยายจีนโบราณนิยายปัจจุบันนิยายย้อนยุคเทพสงคราม

นครวายุ

ณ นครวายุ

คลื่นลมขนาดใหญ่แวกว่ายราวพายุ ท่ามกลางชายป่าที่มืดมิด มีเพียงชาบชรากับหลานชายวัย10 ขวบกำลังเดินฝ่าออกมาด้วยท่าทางที่สงบนิ่งไม่หวั้นกลัว ไม่นานนักพายุก็สงบลงราวกับปาฏิหาริย์

เสื้อผ้าสีดำที่สวมใส่อาจดูรุกรังเต็มไปด้วยรอยขาด หนวดเคราหนายาวจนถึงกลางอก มือเหี่ยวแห้งจูงมือหลานชายเดินทางออกไปโดยไม่รู้จุดหมาย

" ท่านปู่ขอรับ 5ปีมานี่ข้าไม่มีเพื่อนเล่นด้วยเลย" เด็กชายตาใสเงยหน้าถามคุณปู่ด้วยความไร้เดียงสา ท่านปู่ได้ยินดังนั้นก็หยุดเดินพร้อมนั่งพักข้างทางที่ต้นไม้ใหญ่สูงสง่า

"หลานปู่ โลกนี้มันบางอย่างเปลี่ยนแปลงไปมาก โตขึ้นเจ้าจะเข้าใจ"

" จำคำที่ปู่สอนเจ้าได้ไหม"

"จำได้ขอรับ ห้ามเปิดเผยพลังวายุ ห้ามเดินไปทางทิศตะวันออก และอย่าพูดคุยกับคนแปลกหน้า"

"ดีมาก หลานปู่" ท่านปู่ลูบศีรษะหลานเบา ๆ ก่อนจะลุกขึ้นออกเดินทางต่อ ในขณะนั้นแสงประหลาดสีทองได้ปะทุขึ้นบนท้องฟ้า เพียงชั่วพริบตาเจ้าแสงนั้นก็เลือนหายไป

ชายชราขยายดวงตากว้างพร้อมกับประโยคทิ้งท้ายเพียงสั้น ๆ

" การกลับมาอีกครั้ง" สิ้นสุดประโยค ลมหมุนขนาดใหญ่ได้พัดผ่านไปอีกครั้ง รุนแรงจนเสียงกระดิ่งสั่นไหว ที่ผูกติดกับไม้เท้าดังขึ้น

"เคร้ง เคร้ง"

ตัดภาพมาที่ เมืองอันหยาง

ผู้คนมากมายทั้งสี่นครมารวมตัวกันที่งานเทศการไหว้บูชาสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ประจำนครวายุ มันมีลักษณะคล้ายหงส์ ลำตัวเพียวยาวกว่าหางพลิ้วคล้ายสายลม หรืออีกชื่อเรียก "อินทรีวายุทมิฬ"

ทุกคนจะเวียนคำนับจนครบทั้งสี่ ปฐมธาตุ " ดิน น้ำ ลม ไฟ " งานมงคลนี้จะจัดขึ้นในทุก ๆ ปี เพื่อการขอพรและเชื่อว่าสัตว์เทพจะคุ้มคครองพลังอำนาจแห่งทั้งสี่ ให้ยังคงอยู่

ในขณะนั้น มีหญิงสาวใสเสื้อผ้าธรมมดาเหมือนสตรีชาวบ้านทั่วไป นางกำลังจุดพลุขึ้นฟ้าส่งคำอธิฐาน ทุกคนต่างให้ความสนใจหันไปมองว่านางจะเอ่ยว่าอะไร

" ข้ารักเจ้า หลัวชิงไห่ ท่านเทพขอให้ข้าได้สมหวังกับชายที่ข้าหมายปองด้วยเถิด"

ปัง ปัง ... เสียงพลุดังขึ้นกระจายไฟสะท้อนแสงในยามกลางวัน ผู้คนมายมายต่างตบมือยินดีกับพรที่นางข้อ

" แม่นาง ข้าขอให้เจ้าสมหวัง"

" ใช่ ๆ ใครกันนะที่เป็นคนรักของเจ้า"

"ไหน ๆ ข้าลองทำเช่นนางบ้าง เพื่อว่าข้าจะสมหวัง"

"ไม่มีทาง" น้ำเสียงแข็งกระด้างเอ่ยขึ้นพร้อมความหยิ่งยโส

เสียงชายไม่รู้นามและใบหน้า ตะโกนออกมาอย่างมั่นใจ ทุกคนต่างเงียบสนิดรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่นานนักเจ้าของเสียงก็เผยตัวตนออกมา ลู่จินเหยาที่เห็นเช่นนั้น จึงรีบลงมาจากที่สูง พร้อมรอยยิ้มหวาน ๆ และท่าทางดีใจของนางจนปิดไม่มิด

" หลัวชิงไห่ เจ้ามาหาข้ารึ" นางยื่นมือเข้าไปสวมกอดชายที่แอบรัก

"ปล่อย สกปรก อย่าเอามือของเจ้ามาจับข้า" มือหนา ๆ สะบัดตัวนางออก เขาถอยจากตัวนางออกไปเหมือนรังเกียจ ลู่จินเหยาขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจ ว่าเหตุใดชายที่ตนหมายปองถึงเปลี่ยนไป จนนางเองไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น

" ไม่จริง หรือว่านี่คือความฝัน" ฝ่ามือน้อยตบหน้าตัวเองเรียกสติ ปัง..

"ไม่ใช่ฝันรึ"

"ทุกท่านข้าข้อประกาศ ข้าหลัวชิงไห่ผู้มีฐานะสูงส่ง ไม่ยอมลดตัวไปแต่งงานกับหญิงชาวบ้านที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้า ข้านั้นมียอดหญิงในดวงใจที่หมั้นหมายกันไว้แล้ว"

ทุกคนได้ฟังเช้นนั้นต่างพูดคุยกันไปต่าง นาๆ

"ชายผู้นี้มิได้มีใจให้นาง"

" นั้นสิ แต่ท่าทางของนางดูเหมือนมั่นใจเกินไปแล้ว"

"นางไม่ดูฐานะตัวเองเสียเลย จะไปคู่ควรกับท่านชายหลัวชิงไห่ได้อย่างไร"

ลู่จินเหยาที่ตกใจ นางได้แต่ก้มหน้าหลบสายตา แก้มแดงจัดด้วยความอับอาย

ถ้อยคำเหล่านั้นเหมือนถูกตบหน้ากลางผู้คน ในสายตามากมายหลายคนนางกลายเป็นตัวตลกของคนทั้งเมือง ร่างกายสั่นเทาเสียงสะอื้นหลุดมาพร้อมกับฝีเท้าที่วิ่งหนีอย่างสินหวัง นางวิ่งไปได้ไม่ถึงสิบห้าก้าว ลูกน้องของหลัวชิงไห่ได้จับตัวนางไว้ เหมือนว่าอยากให้นางนั้นถูกตำหนิต่อไป

" จะไปไหน เรื่องยังไม่จบ" ชายชุดทหารกล่าวพร้อมบีบให้เธอนั่งคุกเข้าอย่างว่าง่าย"

" ปล่อยข้านะ ปล่อย " นางสะอื้นร้องข้อจนตัวสั่น

ทันใดนั้นมีสตรีงดงามนางหนึ่งเดินเข้ามาใกล้หลัวชิงไห่ สายตานางมองมาที่ลู่จินเหยาอย่างตั้งใจและเผยรอยยิ้มเย็นชาบนใบหน้า มุมปากยกสูงขึ้นด้วยท่าทีเยาะเย้ย

"เจ้าเองรึ ที่เคยช่วยสามีข้าในยามบาดเจ็บ"

ถุงเงินหนักอึ้งถูกโยนกระแทกใส่ร่างที่กำลังคุกเข่าอย่างไร้ปรานี เหรียญด้านในกระทบกันเกิดเสียงเย็นชาราวกับตอกย้ำศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำ

" นี่หมายความว่าอย่างไร" นางเอ่ยเสียงสั่น

" หมายความว่า เงินนี่ถือสะว่าเป็นค่าตอบแทนที่ช่วยชีวิตสามีข้าอย่างไรเล่า"

แววตานางที่เคยอ่อนล้ากลับแข็งกร้าวขึ้นทันที เมื่อนางจ้องมองเขาด้วยความชิงชังจนแทบอยากฉีกอีกฝ่ายเป็นชิ้น ๆ

" ข้าไม่อยากได้เงินของเจ้า"

นางปาถุงเงินคืนด้วยมือสั่นเทา ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะโทสะและความหยามเกียรติที่ปะทุอยู่เต็มอก