ใครกันทำรอยร้าว
ลูกศิษย์รีบพายุอาจารย์ลุกขึ้นยืน ประคองร่างไปนั่งพักใกล้แท่นศักดิ์สิทธิ์
ในขณะที่เขากำลังจะหย่อนกายนั่งพักลงบนพื้นหินเก่าแก่ พลันสายตากลับเหลือบไปเห็นบางสิ่งผิดปกติบนแท่นศักดิ์สิทธิ์เบื้องหน้า
รอยร้าวขนาดใหญ่พาดผ่านกลางแท่นอย่างชัดเจน ราวกับถูกแรงมหาศาลบางอย่างกระแทกจนแตกร้าว
อาจารย์ชะงักค้างทันที สีหน้าเหนื่อยล้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด
"นี่...นี่ทำไมมันถึงได้ราวเช่นนี้"
เหล่าศิษย์ที่ยืนอยู่โดยรอบต่างเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงไม่ต่างจากอาจารย์
สายตาทุกคู่จับจ้องรอยร้าวบนแท่นศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่อยากเชื่อ
“นี่มัน...เกิดขึ้นได้อย่างไร” ลูกศิษย์กล่าว
"หรือจะมีผู้วิเศษใช้วิชาพลังวายุขั้นสูง หลงเหลืออยู่"
"ใช่ขอรับ อาจาร์ย เป็นผู้ใดกันนะ"
“ท่านอาจารย์ เชิญกลับสำนักก่อนเถิดขอรับ”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเคารพและห่วงใย
อาจารย์พยักหน้าเล็กน้อย แม้สายตายังคงทอดมองแท่นศักดิ์สิทธิ์ที่แตกร้าวอย่างเคร่งเครียด แต่สภาพร่างกายในตอนนี้ไม่อาจฝืนต่อไปได้
ลูกศิษย์สองสามคนช่วยพยุงร่างของเขาอย่างระมัดระวัง ก่อนค่อย ๆ พาเดินกลับตามทางหินเก่า
ตัดภาพมาที่ ลู่จินเหยา
ระหว่างที่นางก้าวเดินไปตามเส้นทางอย่างเงียบ ๆ สายตาก็ค่อย ๆ กวาดมองภาพรอบด้านด้วยความสงสัย
สองข้างทางเต็มไปด้วยผู้คนแต่งกายหลากหลาย บ้างยืนฝึกวิชา บ้างเคลื่อนไหวมืออย่างชำนาญ
สิ่งที่ทำให้นางชะงักคือ ทุกผู้คนล้วนใช้พลังวายุอย่างคล่องแคล่ว
เพียงสะบัดมือเบา ๆ กระแสลมก็หมุนวนขึ้น พัดเศษใบไม้แห้งให้ลอยปลิวไปตามแรงควบคุม
บางคนใช้ลมยกฝุ่นผงออกจากทางเดิน บางคนฝึกควบแน่นกระแสวายุจนเกิดเสียงหวีดเบา
จู่ ๆ เสียงเรียกก็ดังขึ้นจากกลุ่มผู้คนไม่ไกลนัก ทำให้นางชะงักฝีเท้าลงทันที
“นี่ เจ้า!”
หลายสายตาหันมาจับจ้อง พร้อมสีหน้าทั้งสงสัย ทั้งอยากรู้อยากเห็น
หญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งรีบก้าวเข้ามาใกล้ ก่อนเอ่ยถามอย่างรวดเร็ว
“เกิดอันใดขึ้นกันแน่? ข้าได้ยินมาว่าเจ้าถูกบุรุษผู้นั้นปฏิเสธจริงหรือ?”
ลู่จินเหยาพยักหน้าไม่ตอบอะไร
ผู้คนรอบตัวนางแม้จะชอบซุบซิบอยู่บ้าง แต่ลึกลงไปแล้ว ต่างก็มีความเอ็นดูให้นางไม่น้อย
เพราะนางเป็นสตรีที่ขยันขันแข็ง ไม่เคยเกียจคร้าน
ตั้งแต่เล็กจนโต นางมักช่วยงานบ้าน ทำไร่ ทำสวน และรับหน้าที่ต่าง ๆ อย่างไม่บ่นสักคำ
ไม่ว่าจะงานหนักเพียงใด นางก็ลงมือทำอย่างเต็มกำลัง
ชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้ต่างคุ้นเคยกับภาพของนางที่มุ่งมั่น เอาการเอางาน และมีน้ำใจกับผู้คนรอบข้าง
บ้านของนางเองก็อยู่ในหมู่บ้านนี้มาตลอด จึงเรียกได้ว่าทุกคนล้วนรู้จักนางเป็นอย่างดี
ด้วยเหตุนี้ แม้ข่าวลือเรื่องการถูกปฏิเสธจะแพร่สะพัด แต่หลายคนกลับรู้สึกทั้งสงสารและเสียดายแทนนาง
พวกเขาไม่อาจเข้าใจได้เต็มนัก ว่าเหตุใดสตรีดีพร้อมเช่นนี้จึงต้องถูกกระทำอย่างโหดร้าย
บางสายตามองนางด้วยความห่วงใยจริงใจ มากกว่าจะเป็นเพียงความอยากรู้อยากเห็น
“อย่าเก็บมาใส่ใจเลยนะ”
“เจ้าดีเพียงนี้ บุรุษเช่นนั้นไม่เห็นค่า ก็ถือว่าเขาไม่มีวาสนา”
หญิงชราคนหนึ่งเอื้อมมือมาตบหลังมือนางเบา ๆ แววตาเต็มไปด้วยความเมตตา
“เจ้าขยัน อดทน และเป็นเด็กดีของหมู่บ้าน พวกเราล้วนเห็นกันมาตลอด”
“อนาคตของเจ้ายังอีกยาวไกล อย่าให้คนผู้เดียวมาทำลายหัวใจเจ้าเลย”
คำพูดเรียบง่ายแต่จริงใจเหล่านั้น ค่อย ๆ แทรกซึมเข้าสู่ความรู้สึกที่บอบช้ำ
หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย บ้างส่งยิ้มอ่อนโยน บ้างเอ่ยให้กำลังใจไม่ขาดสาย
“เข้มแข็งไว้นะ”
“เจ้าต้องผ่านมันไปได้แน่”
นางนิ่งไปชั่วขณะ เมื่อได้ฟังถ้อยคำอบอุ่นจากผู้คนรอบข้าง
เมื่อตกผลึกความทรงจำที่หลั่งไหลเข้ามาทีละน้อย นางจึงได้เข้าใจความจริงของเจ้าของร่างเดิมมากขึ้น
แท้จริงแล้ว...สตรีผู้นี้เป็นคนดีอย่างแท้จริง
นางขยัน อดทน และจริงใจกับผู้คนรอบตัวเสมอ
ไม่เคยคิดร้ายต่อผู้ใด ทั้งยังทุ่มเททุกสิ่งด้วยหัวใจบริสุทธิ์
เพียงแต่ในเรื่องความรัก...นางกลับไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของบุรุษผู้หนึ่ง
ความซื่อตรงและความรักที่มอบให้อย่างหมดใจ กลับถูกมองข้ามและเหยียบย่ำอย่างไม่ไยดี
ทั้งสงสาร ทั้งเสียดายให้กับชีวิตเดิมที่ต้องพังทลายเพียงเพราะรักผิดคน
นางหลุบตาลงเล็กน้อย ราวกับกำลังไว้อาลัยให้เจ้าของร่างเดิม
ในขณะนั้นชายวัยกลางคนในผู้บ้านที่เพิ่งออกจากป่าไปล่าสัตว์ เขาเดินเร่งฝีเท้าเหงื่อตกข้างขมับดูร้อนรน ราวกับไปเจอผีสางหลอกเอา
ภรรยาของชายวัยกลางคนที่เห็นเป็นคนแรก รีบเดินเข้าไปหาสามี
"สามี เจ้าเป็นอะไรไป ทำไมดูตื่นตัวเหมือนคนกลัวผี"
"ภรรยาคือ ข้าคือ..."
" นี่...เจ้าหรือว่า เจ้าไปแอบมีเมียน้อย"
ภรรยายื่นมือไปคว้าหูสามีอย่างแม่นยำ ก่อนบิดเบา ๆ แต่หนักแน่นจนอีกฝ่ายสะดุ้งทันที
“โอ๊ย! เจ็บนะ!”
เขาร้องลั่น พลางส่ายหน้าด้วยความตกใจ ขณะที่นางจ้องเขาเขม็งอย่างไม่คิดปล่อยง่าย ๆ
"ปล่อยก่อน ฟังข้าอธิบาย"
"ยังจะอธิบายอะไรอีกรึ"
ลู่จินเหยาเห็นเหตุการ์ณไม่ดีขึ้น จึงรีบเข้ามาห้ามให้ทั้งสองสงบสติอารมณ์ คุยกันด้วยเหตุและผลจะดีกว่า
