บท
ตั้งค่า

3

กองหน้าตัวฉกาจของทีมแม็คคัสที่มีสโมสรใหญ่ๆ จ้องจะแย่งตัวไปร่วมงาน บัดนี้กำลังนั่งหอบทอดขาเยียดยาวอยู่ข้างสนาม หลังจากที่ผ่านการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องมาร่วมชั่วโมง

“ไงไอ้เสือ! หมดแรงซะแล้วเหรอ?” อดัมที่วิ่งมานั่งข้างๆ ถามอย่างล้อเลียน “ก็บอกแล้วว่าอย่าหักโมนัก”

“ใครจะไปคิดว่าลูซี่จะร้องแรงจนทำให้ฉันแทบไม่ได้นอนทั้งคืนอย่างนี้ล่ะ?” อแลนโซ่บ่นอย่างอ่อนล้า ลูซี่เป็นสาวที่มีไฟทางเพศสูงอย่างที่ชายหนุ่มเองคาดไม่ถึง จากที่คิดว่าจะไปปลดปล่อยความใคร่ให้หายอยากแค่ยกสองยก กลับกลายเป็นเขาและเธอต้องสานสัมพันธ์สวาททั้งคืนเสี่ยนี่

ปี๊ด!

เสียงนกหวีดดังยาวจากข้างสนาม ทำให้บรรดานักเตะทั้งตัวจริงและตัวสำรองของทีมฟุตบอลที่กำลังมาแรงอย่างแม็คคัส วิ่งตรงมาเข้าแถวหน้ากระดานเรียงหนึ่งต่อหน้า พอล เรนส์ อดีตนักฟุตบอลจากสโมสรดังในอังกฤษ ที่ผันตัวมาเป็นกุนซือประจำทีมแม็คคัสตั้งแต่เริ่มตั้งทีมใหม่ๆ

“เอาล่ะทุกคน วันนี้ผมจะขอแนะนำนักกายภาพคนใหม่ของทีมเรา คุณเดวิด โรแกนส์ และมิสศิศิรา กัตตูโซ่ ผู้ช่วยของคุณเดวิด” พอลเอ่ยนำเพื่อนนามว่าเดวิดที่จะเข้ามารับตำแหน่งนักกายภาพที่คอยดูแลบรรดานักเตะในทีม แทนคนเก่าที่เพิ่งลาออกไป พร้อมทั้งผู้ช่วยสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ

“สวัสดีครับ ผมดีใจมากที่จะได้ทำงานร่วมกับทุกคน” เดวิดกล่าวด้วยรอยยิ้มกว้างตามประสาคนอารมณ์ดี ก่อนจะเปิดโอกาสให้ผู้ช่วยสาวได้กล่าวอะไรบางอย่างกับบรรดานักเตะบ้าง

“สวัสดีค่ะทุกคน พวกคุณเรียกฉันว่าดิวก็ได้นะคะ ยินดีอย่างยิ่งที่จะได้ทำงานร่วมกับพวกคุณค่ะ” ศิศิรายิ้มทั้งทายทุกคนด้วยรอยยิ้มที่สามารถละลายใจใครต่อใครได้ไม่ยาก

หญิงสาวใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมานานจนรู้ว่าชื่อจริงของเธอมันไม่สะดวกที่ชาวต่างชาติจะออกเสียง ดังนั้นผู้มีอุปการคุณของเธอจึงเรียกเธอด้วยชื่อง่ายๆ ว่า ‘ดิว’ ที่แปลเป็นไทยว่า ‘น้ำค้าง’ อันเป็นทั้งชื่อเล่นและความหมายของชื่อจริงของเธอเอง

“เอาล่ะทุกคน ถึงเวลาที่พวกคุณจะแนะนำตัวเองแล้ว” พอลบอก แล้วหนุ่มนักเตะก็แนะนำตัวเองให้เดวิดและศิศิราได้รู้จักทีละคน แม้วาทั้งคู่จะจำได้ในครั้งเดียวไม่หมดก็ตาม

อดัมและอแลนโซ่หลีกทางให้บรรดานักเตะคนอื่นซึ่งส่วนใหญ่อายุน้อยกว่าได้แนะนำตัวก่อน ขณะที่นักเตะหนุ่มชาวอิตาลียืนสังเกตหญิงไทยตัวบางๆ ที่สูงไม่เลยหน้าอกของบรรดาชายหนุ่มตะวันตกด้วยความสงสัย เขารู้สึกคุ้นหน้าหญิงสาวคนนี้เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ไหนจะยังนามสกุลของเธออีกเล่า เหตุใดจึงเหมือนกับนามสกุลเก่าของพาเมลา แม่ผู้ล่วงลับของเขา ก่อนที่จะมาเปลี่ยนมาใช้นามสกุลพ่อของเขานัก พอคิดถึงแม่แล้วก็พานทำให้เขาเจ็บปวดขึ้นมาด้วยความอาลัย แม้ท่าจะจากเขาไปเกือบสิบสองปีได้แล้วก็ตาม

“ผมอดัม โคลินส์ เป็นกัปตันทีมครับ” อดัมแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ/ครับ” เดวิดและศิศิราพูดขึ้นพร้อมกันหลังจากทำการจับมือทักทายกับกัปตันหนุ่มแล้ว และกำลังยืนรอนักเตะคนสุดท้ายที่เหลืออยู่แนะนำตัวเอง หากแต่อแลนโซ่ยังคงยืนสำรวจศิศิราอยู่อย่างนั้น จนหญิงสาวอดอึดอัดไม่ได้ ร้อนถึงอดัมต้องออกโรงแนะนำตัวแทนเพื่อนรัก

“เอ่อ...นี่อแลนโซ่ แมคเคลย์ เป็นกองหน้าตัวฉกาจของทีมเราครับ” กัปตันหนุ่มแนะนำ พลางใช้ไหล่กระแทกเรียกสติเพื่อน

“เอ่อ...ยินดีที่ได้รู้จักครับ” อแลนโซ่ยื่นมืออกไปทักทายเดวิดก่อน แล้วจึงยื่นมือไปตรงหน้าหญิงสาวอีกคน เพื่อทำการทักทายอย่างเป็นทางการ

ศิศิราไม่มีทางเลือกจำต้องยื่นมือออกไปสัมผัสกับเขา และทันทีที่มมืออ่อนนุ่มของเธอตกอยู่ในอุ้งมือใหญ่ของเขา ก็ทำให้ขนอ่อนของเธอลุกซู่ ราวกับถูกช็อตตัวกระแสไฟฟ้าที่มีกำลังไม่แรงมาก จนต้องรีบชักมือกลับเสียให้ว่อง

“รู้จักกันครบทุกคนแล้วนะ” พอลเปรยขึ้น “ไปซ้อมกันต่อได้แล้ว วันนี้เราจะเลิกเร็วหน่อย เพราะเราจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับเจ้าหน้าที่คนใหม่ของทีมเรา”

ลูกทีมต่างส่งเสียฮือฮาอย่างดีใจที่จะได้เลิกซ้อมเร็ว แถมยังมีโอกาสได้จะเพลิดเพลินกับปาร์ตี้เล็กๆ เป็นการต้อนรับนักกายภาพวัยเดียวกับโค้ชประจำทีม และผู้ช่วยสาวคนสวย

งานเลี้ยงต้อนรับผู้ร่วมงานคนใหม่ถูกจัดขึ้นภายในบ้านพักนักกีฬาของทีมแม็คคัส ซึ่งเป็นตึกสูงห้าชั้น ตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่ตั้งของสนามฝึกซ้อม ชั้นล่างสุดเป็นโถงกว้างๆ มีชุดรับแขก โฮมเธียร์เตอร์และอุปกรณ์อำนวยความสุดวกครบครัน มีทั้งห้องครัวที่มีเครื่องครัวครบชุด ชั้นสองเป็นส่วนของห้องพักผ่อนของบรรดานักเตะ ซึ่งเป็นห้องโถงกว้างๆ ที่เต็มไปด้วยเครื่องให้ความบันเทิง อาทิเช่น โต๊ะสนุ๊กเกอร์ ตู้เกม และสิ่งอื่นๆ อีกมากมาย ชั้นสามถึงชั้นห้าเป็นส่วนของห้องพักนักกีฬา ซึ่งแต่ละห้องมีผู้พักอาศัยสองคน ทั้งสามชั้นมีระเบียงยื่นออกมา ซึ่งที่ระเบียงแต่ละชั้นมีสระว่ายน้ำไว้ให้เหล่านักเตะได้ผ่อนคลายด้วยการว่ายน้ำ

งานเลี้ยงในวันนี้เกิดขึ้นที่ชั้นล่างสุดของตึก และอาจลามขึ้นไปสู่ชั้นสองของตึกบ้างตามแต่อัธยาศัยของบรรดาผู้มาร่วมงาน

“นี่คุณดิวจะไม่มาพักอยู่ที่นี่กับเราจริงๆ หรือครับ?” แดเนียล ชาร์ลส กองหลังตัวสำคัญแห่งแม็คคัสเอ่ยถามขึ้น ขณะที่ทั้งเขา ศิศิรา พอล และเดวิดยืนรวมกลุ่มกันอยู่

“คงไม่ล่ะค่ะ” ศิศิราตอบด้วยรอยยิ้ม “ที่นี่น่าอยู่ก็จริง แต่มีแต่ผู้ชายทั้งนั้นเลย ขืนฉันมาอยู่ด้วยคงได้เกิดศึกชิงนางกันแน่ เพราะแย่งสาวสาวอย่างฉัน” หญิงสาวหยอดมุกยิ้มๆ เรียกเสียงหัวเราะเบาะๆ จากชายต่างวัยทั้งสาม ก่อนที่เธอจะตีหน้าซื่อปล่อยมุกต่อ “ก็มันเป็นเรื่องจริงนี่คะ บ้านหลังนี้มีแต่ผู้ชาย ถ้าฉันมาอยู่ฉันก็ต้องสวยที่สุดเพราะเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในบ้าน...ไม่ใช่หรือคะ?”

“ครับ” แดเนียลรับคำทั้งกลั้วหัวเราะ แล้วก็หยอดตามประสาหนุ่มปากหวาน “ถึงจะมีผู้หญิงอยู่ที่บ้านนี้อีกสองสามคน ผมก็เชื่อว่าคุณดิวจะเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในบ้านอยู่แล้วล่ะครับ”

ศิศิราอดหน้าแดงกับคำชมนั้นไม่ได้ ขณะที่คนที่ยืนจับกลุ่มกันกำลังหัวเราะอย่างครื้นเครงนั้น ทั้งสี่ไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครบางคนอยู่ โดยเฉพาะผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มที่กำลังถูกมองอย่างไม่คลาดสายตา

“ไง? กำลังสนใจสตาฟโค้ชสาวคนใหม่ของทีมเราอยู่เหรอ?” อดัมเดินมาหยุดข้างๆ เพื่อนรัก และคำถามของเขาก็ทำให้อแลนโซ่ต้งอหันมาปฏิเสธทันควัน

“เฮ้ย! เปล่า! นายก็รู้ว่าสเป็กฉันต้องเป็นสาวสวยร้อนแรง จืดชืดไร้รสชาติอย่างยัยนั่นฉันไม่สนหรอก” แม้ปากจะบอกไปอย่างนั้นแต่อแลนโซ่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าศิศิราเป็นผู้หญิงที่สวยมากอย่างหาตัวจับยาก เธอออกจะเป็นคนสวยเย็นๆ ที่มองได้ตลอดอย่างไม่มีเบื่อ ไม่เหมือนกับคู่ควงคนอื่นของเขา เธอเหล่านั้นล้วนสวยร้อนแรง ตอนแรกอาจทำให้เขาตื่นเต้น แต่ก็เป็นเพียงชั่วครู่ แล้วก็จะเกิดเบื่อจนเอียนได้ภายในเวลาไม่นาน

ศิศิราเป็นผู้หญิงที่สูงราวๆ 160 เซนติเมตรเห็นจะได้ กรอบหน้าเรียวสวยที่มีเครื่องหน้าเหมาะเจาะราวกับสวรรค์ปั้นแต่ง คิ้วเรียวๆ โก่งสวยพาดผ่านดวงตากลมโตสีน้ำตาลเข้มที่เปล่งประกายเยือกเย็นทว่าเย้ายวนอยู่ในตัว แล้วเจ้านัยน์ตาสวยคู่นั้นก็อยู่ภายในกรอบตายาวเรียวใหญ่ จมูกโด่งได้รูปรับกับริมฝีปากอิ่มเผยอน้อยๆ อย่างเย้ายวน เขาสามารถเดาได้ไม่ยากเลยว่าเธอคงเป็นคนเอเชียซึ่งไม่ใช่คนในแถบจีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลีเป็นแน่ ด้วยความที่ชื่อของเธอช่วยให้เขาเดาสัญชาติของเธอได้ง่ายขึ้น และอแลนโว่ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเธอต้องเป็นคนไทยแน่ๆ

นัยน์ตาคมของอแลนโซ่ละจากใบหน้าหวานเย็นนั้นไปสำรวจส่วนอื่นของกายสาว ตอนนี้เธออยู่ในชุดเสื้อสเว็ตเตอร์ไหมพรมสีหวาน ที่มีคอเสื้อเป็นตัววี กับกางเกงยีนส์ขายาวแนบเนื้อ ทำให้ชายหนุ่มไม่สามารถคาดเดาสัดส่วนของเธอได้ เสียงหัวเราะแว่วหวานทำให้นักเตะหนุ่มชาวอิตาลีลากสายตากับไปมองที่ใบหน้าเนียนอีกครั้ง แก้มเนียนใสเปล่งปลั่งด้วยเลือดฝาดอย่างคนเป็นสาวสะพรั่ง ชวนให้เขาอยากฝังปลายจมูกลงไปแกล้งสูดดมกลิ่นหอมหวลของเนื้อสาวนัก ผมยาวๆ สีน้ำตาลเข้มเหมือนสีตาของเธอถูกดัดปลายเป็นลอนสยายไปทั่วแผ่นหลัง

อา...ผิวของเธอช่างนวลเนียนยิ่งนัก ด้วยความที่เป็นคนเอเชียทำให้ผิวของศิศิราดูเนียนละเอียดกว่าสาวชาวตะวันตก จะให้ความรู้สึกอย่างไรนะ...หากเขาได้ดื่มด่ำกับความเนียนนุ่มนั้นด้วยปากและมือของเขาเอง ไม่ใช่ทำได้เพียงแต่มองเช่นนี้ เขาอยากจะใช้ปลายจมูกโด่งของเขาเคล้าเคลียไปกับสันจมูกโด่งแบบสาวเอเชีย ก่อนจะไล่มาอ้อยอิ่งอยู่ตรงปลายจมูกเรียวได้รูปนั้น แล้วกดริมฝีปากรุ่มร้อนของเขาลิ้มรสดูว่ากลีบปากอิ่มสีระเรื่อนั้นจะหวานล้ำฤๅเร่าร้อนเพียงใด

“ไหนว่าไม่ชอบแล้วทำไมถึงมองอย่างกับจะกลืนกินเธอเข้าไปทั้งตัวอย่างนั้นล่ะ?” อดัมเอ่ยถามเพื่อนรักที่ยืนจ้องศิศิราอย่างหื่นกระหาย และด้วยคำถามนี้เองที่ทำให้อแลนโซ่สะดุ้งตื่นจากภวังค์แห่งมนต์น้ำค้างนั้น

‘เป็นบ้าอะไรไปวะอแลนโซ่! แค่ยืนมองเธอห่างๆ แค่นี้แกก็ปั่นป่วนแทบบ้าแล้วหรือ?’ กองหน้าหนุ่มร้องด่าตัวเองในใจให้อื้ออึงไปหมด นี่เขาเป็นบ้าอะไรที่มาเกิดอารมณ์ปรารถนาแรงกล้ากับศิศิราเพียงแค่ได้มองเธอเท่านั้น ทั้งๆ ที่ประกาศกร้าวว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงในแบบที่เขาชอบสักนิด

“เอิ่ม...เปล๊า!” นักเตะหนุ่มกลืนน้ำลายเพื่อนปรับอารมณ์ให้เป็นปกติก่อนจะพูดต่อ “ฉันก็แค่สงสัยว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นถึงได้ใช้นามสกุลเดียวกันกับแม่ของฉัน ทั้งๆ ที่ดูยังไงเธอก็ไม่น่าจะมีเชื้อสายอิตาลีอย่างแน่นอน”

“กัตตูโซ่น่ะหรือ? คงเป็นเพราะเธอถูกรับเลี้ยงโดยคนอิตาลีล่ะมั้ง ไม่ก็...อาจจะเปลี่ยนนามสกุลตามญาติสักคนที่มาแต่งงานกับคนอิตาลี” อดัมตั้งข้อสันนิษฐานไปโดยไม่ได้ใช้ตรรกะอะไรมากมาย

“แล้วทำไมต้องกัตตูโซ่?” กองหน้าฝีเท้าเยี่ยมยังคงตั้งข้อสังเกตต่อไป

“อ้าว! จะไปรู้ได้ไงล่ะ? คงเป็นญาติคนใดคนหนึ่งฝ่ายแม่นายล่ะมั้งที่รับเลี้ยงเธอ” กัปตันหนุ่มแห่งทีมแม็คคัสชักจะเริ่มระอากับความขี้สงสัยของเพื่อน แต่สีหน้าครุ่นคิดของอแลนโซ่ก็ทำให้อดัมอดสงสัยไม่ได้ “ทำไมวะ?”

“ไม่รู้สิ เท่าที่จำได้...พ่อกับแม่ฉันเคยรับเลี้ยงเด็กผู้หญิงชาวไทยคนหนึ่งเป็นลูกบุญธรรม...”

“แล้วนายก็สงสัยว่าเด็กคนนั้นจะเป็นคนเดียวกับคุณดิว?” อดัมต่อประโยคให้

“ใช่” อแลนโซ่ตอบเพื่อนรักไปตามความจริง

“แล้วมันมีปัญหาอะไร หากคุณดิวจะเป็นเด็กที่พ่อแม่นายรับเลี้ยงจริง?” ถึงอย่างไรอดัมก็ยังไม่เข้าใจสาเหตุแห่งความกังวลของเพื่อนอยู่ดี

“ปัญหาเหรอ? มันก็อยู่ที่ว่า เธออาจจะได้รับมอบหมายจากพ่อของฉันให้มาลากฉันกลับอิตาลีไง”

“คงไม่มั้ง นายอาจคิดมากไปก็ได้” กัปตันหนุ่มพยายามพูดให้เพื่อนสบายใจ “อีกอย่าง...ถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริง นายก็คงไม่ยอมปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ ลากนายกลับไปอิตาลีได้ง่ายๆ นอกจากนายจะเต็มใจ...จริงไหม?”

“บ้าน่า! นายก็รู้ว่าต่อให้พ่อฉันเอาช้างมาฉุดฉันก็ไม่มีวันยอมกลับอิตาลีเป็นอันขาด!”

“ถ้าอย่างนั้นก็เลิกคิดมาก แล้วก็ไม่สนุกกับปาร์ตี้ได้แล้ว! เร็ว!” อดัมพูดพลางฉุดเพื่อนรักออกจากมุมนั้น ตรงไปยังอีกชั้นของตึกเพื่อไปรวมกลุ่มกับนักเตะคนอื่นที่กำลังเล่นเกมจากตู้เกม บ้างก็กำลังแทงสนุก หรือจับกลุ่มคุยกันอยู่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel