มนต์น้ำค้าง (Love Spell)

140.0K · จบแล้ว
อัณณ์/กวีมนตรา
82
บท
6.0K
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เมื่อ ศิศิรา กัตตูโซ่ เด็กในอุปการะของ โรเบอร์โต้ กาเปลโล ต้องตอบแทนผู้มีพระคุณด้วยการลากตัวนักฟุตบอลหนุ่มสุดฮอต ลูกชายคนเดียวของผู้มีพระคุณ นามว่า อแลนโซ่ กาเปลโล กลับไปรับมรดกเลือดจากผู้เป็นพ่อ เธอต้องยอมแรกทุกอย่าง แม้กระทั่ง ‘พรหมจรรย์’ เพื่อพาตัวอแลนโซ่กลับอิตาลีให้ได้ แต่มันไม่ง่ายเลยเมื่อเธอไม่ได้เสียแค่ความบริสุทธิ์ให้เขาเท่านั้น แต่ต้องเสียหัวใจให้กับพ่อนักรบหนุ่มตัวร้าย ทั้งที่รู้ว่ารักครั้งนี้ไม่มีทางสมหวังแล้วศิศิราจะทำอย่างไรต่อไป? เมื่อความใกล้ชิดและความผูกพันทางกาย ก่อเกิดความผูกพันทางใจที่ยากจะหักห้าม ความรักต้องห้ามครั้งนี้จะจบลงที่ตรงไหน? แล้วเธอจะสามารถครอบครองหัวใจเขาได้หรือไม่? เธอไม่เคยรู้จริงๆ----------------------------------------------------“จำไว้อย่างนะสาวน้อย ฉันชอบคนที่ตามใจฉัน” อแลนโซ่บอกเรียบๆ แต่สายตาของเขายังร้อนแรงด้วยไฟปรารถนาที่คุกรุ่นยากที่จะดับได้ “ถ้าเธอยอมทำตามที่ฉันต้องการ...มันก็เป็นการง่ายที่จะทำให้ฉันตกหลุมรักเธอ ไม่เคยได้ยินเหรอ...รักกับเซ็กซ์น่ะมันเป็นของคู่กัน?”

นิยายปัจจุบันนิยายรักมาเฟียพระเอกเก่งเศรษฐีรักหวานๆดราม่า

1

“ครับ” มือคร้ามคมกดรับสายโทร.เข้าแล้วกรอกเสียงทักทายปลายทางด้วยความเหนื่อยหน่าย “พ่อมีอะไรกับผมหรือเปล่า?”

“พ่ออยากให้แกกลับมาอิตาลีนะอัล” เสียงชายวัยห้าสิบกว่าตอบกลับมาอย่างห้วนเรียบเหมือนที่ผู้เป็นลูกชายเคยได้ยินมาตลอดชีวิต

ชายหนุ่มร่างสูงในชุดนักกีฬาฟุตบอลสีขาว ที่มีโลโก้เป็นรูปค้อนไขว่กันเป็นตัวเอ็กซ์ ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เขาอุตส่าห์หนีพ่อและธุรกิจบ้าๆ นั่นมาอยู่ที่อังกฤษกับพี่สาวแท้ๆ ของย่า และเข้าเป็นนักฟุตบอลอาชีพในสโมสรนามว่า “แม็คคัส” ในอังกฤษ ก็ไม่วายถูกตามรังควานจากผู้เป็นพ่อ ตอนนี้เขายิ่งต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับการแข่งขันในฤดูกาลหน้า ซึ่งเป็นฤดูกาลการแข่งขันที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับเขาและทีม เพราะตอนนี้ทีมแม็คคัสกำลังไต่ขึ้นเป็นผู้นำอันดับต้นๆ ของวงการฟุตบอลอังกฤษ เขาจำต้องมีสมาธิในการฝึกซ้อมครั้งนี้ หากแต่ผู้เป็นพ่อก็หาทางป่วนเขาจนได้ ระหว่างนี้เป็นช่วงพักหลังจากที่ทำการฝึกซ้อมมาตั้งแต่เช้า

“พ่อ! ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าผมไม่กลับ! เราคุยกันเรื่องนี้มา 12 ปีแล้ว ทำไมพ่อยังไม่เข้าใจอีก?” น้ำเสียงเรียบห้วนไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อดังต่อว่าปลายสาย ก่อนพยายามสงบสติอารมณ์ รู้ดีว่าใช้อารมณ์คุยกันกับพ่ออย่างนี้ คงมีแต่ทุ่มเถียงกันนั่นเอง ร่างสูงถอนหายใจอีกครั้งก่อนเอ่ยตัดบท “แค่นี้ก่อนนะครับ ผมต้องไปซ้อมต่อแล้ว”

“เฮ้ย!” เสียงทักทายของเพื่อนมาพร้อมกับฝ่ามือที่ฟาดลงไหล่ของคนที่เพิ่งวายสายไปหนักๆ “เป็นไรไป? ทะเลาะกับพ่ออีกแล้วเหรอ?”

“ใช่...เรื่องเดิมๆ นั่นแหละ” อีกฝ่ายตอบกลับคนถามด้วยภาษาอังกฤษเช่นเดียวกัน ก่อนถอนใจอีกครั้ง “ช่างเถอะ ไปซ้อมกันต่อดีกว่า ฉันอยากให้การแข่งฤดูกาลที่จะถึงนี้ออกมาดีที่สุด”