บทที่ 2 คนสำคัญ
“เล่ามาเลยครับหัวหน้า ที่ผมเห็นนั่นไม่ใช่เด็กผู้หญิงนะครับ แต่เป็นผู้หญิง” สวยด้วย วิคเตอร์คิดว่าข้อมูลจริงเขาควรจะได้รู้โดยเร็วที่สุด ต้องจากปากของหัวหน้าตอนนี้ เดี๋ยวนี้
“แล้วไง สำหรับฉัน คนที่อายุไม่ถึง25 ก็เป็นเด็กหมดนั่นแหละ ตอนนี้เดียน่าอายุ24 ก็ยังเป็นเด็กอยู่สำหรับฉัน มีปัญหาไหม” ได้เหรอวะหัวหน้า วิคเตอร์ตั้งคำถามในใจ
“โอเค เด็กก็เด็ก แล้วเป็นไงมาไงครับเธอถึงได้อยู่ในสภาพนั้น แล้วต้องให้ผมมาดูแล” ไมเคิลผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ ก่อนจะสบตาตรงๆกับวิคเตอร์
“เดียน่า วัตสัน เป็นลูกคนเดียวของด็อกเตอร์ มาครอฟ วัตสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านยากล่อมประสาท ด็อกเตอร์มาครอฟเป็นบุคลากรที่มีคุณค่าของประเทศเรา แต่น่าเสียดายที่เขาต้องมาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ช่วงนี้ก็อย่าพึ่งพูดเรื่องนี้กับเดียน่าละ เธออยู่ในช่วงปรับตัวและยังทำใจไม่ได้”
“รับทราบครับ” เรื่องเศร้าแบบนี้ เขาก็พอจะเข้าใจเดียน่าเหมือนกัน เพราะครั้งหนึ่งตัวเขาก็เคยสูญเสียพ่อเหมือนกันกับเธอ ต่างกันที่พ่อของเขาจากไปเพราะโรคประจำตัว
“วันเกิดเหตุ เดียน่าอยู่บนรถด้วย โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากมีแค่แผลถลอกที่ขมับข้างซ้ายแต่ไม่ใหญ่มากและก็ข้อเท้าแพลง ตอนนี้กำลังรอเวลาฟื้นตัวอยู่”
“อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เพราะด็อกเตอร์มาครอฟกำลังขับรถหนีจากรถของลูกสมุนกลุ่มแบล็กเรเวน กลุ่มคนนอกกฏหมายที่หน่วยงานของเรากำลังตามจับตัวอยู่ โชคร้ายที่ยางรถระเบิดเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำ แต่โชคดีที่มีกลุ่มตำรวจอยู่บริเวณนั้น จึงทำให้พวกมันไม่สามารถเข้าถึงรถของด็อกเตอร์ได้ ทำให้เราช่วยชีวิตของเดียน่าได้ทัน ส่วนด็อกเตอร์เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ”
วิคเตอร์มองไปทางประตูห้อง เหมือนต้องการจะมองทะลุไปเห็นหญิงสาวร่างบอบบางที่ยืนอยู่ด้านนอกห้อง เขาสงสารเธอ และรู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เธอต้องเจอ
“แล้วพวกมันต้องการอะไรจากด็อกเตอร์มาครอฟเหรอครับ”
“พวกมัน...ต้องการสูตรยากล่อมประสาทชนิดพิเศษของด็อกเตอร์ แกลองจินตนาการเอาเองก็แล้วกัน หากสูตรยาต้องไปอยู่ที่พวกมันอะไรจะเกิดขึ้น ยาแบบนี้ถ้าใช้ในทางที่ถูกมันจะเกิดคุณ แต่ถ้าใช้ในทางที่ผิดมันจะเกิดโทษ และแน่นอนว่าทางที่ผิดมักสร้างรายได้ดีเสมอ”
วิคเตอร์คิดตามคำพูดของไมเคิล และเขาไม่อยากจะจินตนาการเลย หากสูตรยาไปอยู่ในมือคนที่ผิด
ยากล่อมประสาทหากใช้เกินขนาดมันก็คือยาเสพติดดีๆนั่นเอง แถมยังซื้อได้อย่างถูกกฎหมายสะด้วย
“พวกมันคงอยากได้สูตรยานี้ไปพัฒนาทำให้กลายเป็นสารเสพติดที่ไม่สามารถตรวจได้จากปัสสาวะ”
“แล้วทำไมด็อกเตอร์มาครอฟถึงคิดค้นยากล่อมประสาทสูตรพิเศษนี้ขึ้นมาละครับ” นั่นสิ ถ้ามันจะมีผลร้ายแรงก็ไม่ควรคิดยานี้ขึ้นมา
“เพราะด็อกเตอร์ต้องการช่วยเหลือคนที่เป็นโรคซึมเศร้า แกไม่เห็นเหรอว่าโลกของเรามีผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน ยาของด็อกเตอร์อาจจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยได้ ช่วยให้ผู้ป่วยหายจากอาการซึมเศร้าได้เร็วขึ้น และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข”
หากมองจากข้อดีข้อนี้มันก็จริง แต่มันจะต้องไม่ตกไปอยู่ในมือของคนที่ทำผิด
“ผมเข้าใจแล้วครับ แต่ว่าหัวหน้าครับ”
“มีอะไรอีก” ไมเคิลเลิกคิ้วถาม มันจะมีคำถามอะไรนัก
“คือ คุณเดียน่าเป็นผู้หญิง ทำไมหัวหน้าไม่ให้แซมมาทำภารกิจนี้ครับ จะสลับผมกับแซมก็ได้”
เรื่องดูแลความปลอดภัยไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเขา แต่การต้องอยู่ร่วมกับสาวสวยสองต่อสอง อันนี้แหละปัญหาใหญ่ คือเขาใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอด ไม่เคยต้องดูแลผู้หญิงคนไหน แฟนก็ไม่ได้มีมานานแล้ว ทำให้ภารกิจนี้แอบเป็นปัญหาของเขาเล็กน้อย มั้ง
“ภารกิจของซาแมนต้า แกทำไม่ได้เพราะแกไม่มีนม เข้าใจ?” ชัดเจนครับ แค่นี้ก็พอจะเดาออกแล้วว่าซาแมนต้าคู่หูของเขาต้องไปทำภารกิจแบบใช้เรือนร่างอันสวยงามของตัวเองให้เป็นประโยชน์สินะ นมโตก็ได้เปรียบไป ใช่สิเขามีแต่แผนอกแกร่งๆจะไปยั่วยวนผู้ชายได้ไง เพราะฉะนั้นบางภารกิจจึงจำเป็นต้องมีผู้หญิง
“แล้วคนอื่นละครับ”
“คนอื่นไม่ได้ เพราะเขามีลูกมีเมียกันหมดแล้ว เหลือแต่แก ที่ยังโสดไม่ได้มีพันธะ” เออ! เอาเรื่องจริงมาซ้ำเติมทำไมครับหัวหน้า ถึงผมจะโสดก็โสดอย่างมีคุณภาพนะครับ โด่!
“ฉันก็ไว้ใจแกที่สุด จำไว้นะห้ามใครรู้เรื่องนี้ยกเว้นคนที่ฉันส่งมาหา พวกมันจะไม่มีทางได้สูตรยาไป เพราะสูตรนั้นถูกเก็บไว้อย่างดีในตู้เซฟนิรภัยของศูนย์วิจัย ซึ่งนอกจากด็อกเตอร์แล้วก็มีแค่เดียน่าที่เปิดได้ เพราะด็อกเตอร์ใช้รหัสไบโอเมทริกซ์แสกนจากม่านตาของเขาซึ่งพวกมันไม่มีทางได้ศพของด็อกเตอร์ไปเพราะถูกเผาไปตามพินัยกรรมที่เขาขอเอาไว้ถ้าตายก็ให้เผา ตอนนี้คนเดียวที่เปิดได้ก็คือ เดียน่า”
“เพราะแบบนี้เธอถึงสำคัญ และแกต้องคุ้มครองเดียน่าสุดความสามารถฉันขอสั่งในฐานะหัวหน้า และฉันขอร้องในฐานะลุงของเดียน่า”
วิคเตอร์เบิกโตโพลงขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เขาได้ยิน ถึงว่าทำไมหัวหน้าของเขาดูเป็นกังวลกับภารกิจนี้มากกว่าที่เคย ที่แท้เดียน่าก็คือหลานสาวของไมเคิล
“รับทราบครับ ผมจะคุ้มครองเธอให้ดีที่สุด หัวหน้าไว้ใจผมได้เลย ตราบใดที่ผมยังอยู่เธอจะปลอดภัย”
“ดี แกอย่าพึ่งรีบตายก็แล้วกัน”
ไมเคิลตบมือลงบนบ่าของวิคเตอร์แรงๆหนึ่งหนึ่ง ก่อนจะเดินนำออกจากห้องตรงไปหาเดียน่าที่ส่งยิ้มกว้างมาให้ลุงของเธอ และรอยยิ้มนั้นก็ส่งเลยผ่านไปที่วิคเตอร์ด้วย ทำเอาชายหนุ่มระทวยอยู่ไม่น้อยเลย
“ลุงต้องกลับก่อนนะ ช่วงเย็นจะแวะมาใหม่ มีอะไรก็บอกกับวิคเตอร์ได้เลย หนูไว้ใจเขาได้ เพราะลุงไว้ใจเขา ไม่มีอะไรต้องกังวล”
“ค่ะคุณลุง”
ยกมือลูบศีรษะหลานสาวอย่างอ่อนโยนก่อนจะหันมาสบตาวิคเตอร์
“ฉันฝากแกดูแลเดียน่าด้วยนะ”
“ครับ ผมจะดูแลคุณเดียน่าสุดความสามารถของผม”
คำตอบรับของวิคเตอร์ทำให้เดียน่าต้องก้มหน้าลงมองตุ๊กตาหมีแคร์แบร์ที่เธอกอดอยู่ เธอกำลังแอบยิ้มให้กับท่าทางจริงจังของเขาอยู่ แต่เธอก็รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก ไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่า เธอรู้สึกว่าเธอจะปลอดภัยจริงๆเมื่อมีเขาอยู่
ความเงียบเกิดขึ้นทันที เมื่อไมเคิลเดินออกจากห้องไปและตอนนี้ภายในห้องก็มีแค่เขากับเดียน่าอยู่กันตามลำพัง สองต่อสอง และเป็นเดียน่าที่เริ่มพูดทำลายความเงียบก่อน
“คุณลุงให้คนมาเตรียมห้องนอนของคุณวิตเตอร์ไว้แล้วค่ะ ห้องที่หนึ่งส่วนห้องนอนของเดีย คือห้องที่สองติดอยู่กับห้องของคุณค่ะ” เดียน่ากำลังเดินนำวิคเตอร์ไปที่ห้องของเขา แต่จากสภาพที่เดินอย่างไม่มั่นคงนัก เห็นแล้วอดช่วยไม่ได้
“ให้ผมช่วยนะครับ” วิคเตอร์รีบก้าวเข้าไปประคองตัวของเดียน่าไว้ และพาเธอเดินไปยังห้องนอนที่เธอได้บอกไปแล้วว่าเป็นห้องนอนของเขา
“ห้องนี้ค่ะ เดียได้เช็กความเรียบร้อยแล้ว คิดว่าของใช้อำนวยความสะดวกในห้องคุณน่าจะครบ”
“คุณเช็ก?” คิ้วของวิคเตอร์ขมวดเข้าหากัน เธอจะเช็กได้ยังไง แค่จะเดินตอนนี้ยังยากเลย
“ใช่ค่ะ เดียแค่บาดเจ็บนะคะ ไม่ได้พิการ เดียพอเดินเองได้บาง แค่เดินนานๆแล้วจะอาจจะปวดนิดหน่อย อีกอย่างห้องของคุณวิคเตอร์ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกค่ะ แค่เตียง หมอน ผ้าห่ม”
“ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นครับ ผมขอโทษ” วิคเตอร์อยากจะตีหน้าตัวเองเสียจริง คนเจ็บเขาต้องการกำลังใจ แต่สีหน้าที่เขาพึ่งทำไปมันเหมือนกำลังดูถูกเธอ ไม่ได้ๆรอบหน้าต้องดีกว่านี้
“ไม่เป็นไรคะ เดียเข้าใจ ช่วงนี้คงต้องรบกวนคุณวิคเตอร์อีกเยอะเลย แล้วก็ขอบคุณนะคะสำหรับตุ๊กตาตัวนี้ เดียชอบมากๆค่ะ” เดียน่าพูดจากความรู้สึกจริงและกอดเจ้าหมีแคร์แบร์สีชมพูโชว์เขาด้วย
“ผมดีใจนะครับที่คุณเดียน่าชอบ” อย่างน้อยซื้อมาก็ไม่เสียดายตังค์แล้ววะ เธอชอบเขาก็สบายใจ
“ตอนนี้คุณเดียน่าอยากทำอะไรไหมครับ ระหว่างรอผมเก็บข้าวของในห้อง”
เดียน่าทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงสดใสพร้อมรอยยิ้มที่เห็นกี่ทีวิคเตอร์ก็ใจสั่น แบบนี้จะไหวไม่ใจกูเนี่ย หัวใจจะละลายตายก่อนได้คุ้มครองเดียน่าแล้วมั้ง ยิ้มที่ใจละลายไปหมด
“เดียอยากอ่านหนังสือค่ะ คุณวิคเตอร์พาเดียไปที่ห้องรับแขกได้ไหมคะ เดียวางหนังสือที่อ่านค้างไว้ในห้องนั้น”
“ด ได้ครับ” เสียงสั่นมือสั่นไปหมดแล้ววิคเอ้ยวิค
ระหว่างที่เขากำลังพาเดียน่าไปยังห้องรับแขกสายตาก็สอดส่องภายในห้องไปด้วย เขากำลังเช็กความปลอดภัยภายในห้องนี้ จากที่ดู หัวหน้าเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง กล้องวงจรปิดมีครบทุกจุดที่ควรมี สัญญานเตือนภัยครบ ดีเยี่ยม
“ให้ผมเปิดทีวีไว้ไหมครับ หรืออยากฟังเพลงไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ แค่อ่านหนังสือก็พอเดียชอบอ่านเงียบๆมากกว่า ขอบคุณนะคะคุณวิคเตอร์”
วิคเตอร์พยักหน้ารับ ค่อยๆประคองตัวให้เดียน่านั่งลงบนโซฟา เขาเดินไปหยิบหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะกลางโซฟา และคิดว่าคงจะเป็นเล่มนี้เพราะมีอยู่เล่มเดียวที่วางอยู่บนโต๊ะ เดินนำมาให้เดียน่า
“เรียกผมว่าวิคเตอร์ก็พอครับ อย่าเรียกคุณวิคเตอร์เลย ผมทำตัวไม่ถูก” มันดูทางเกินไปเข้าไม่ค่อยสบายตัวเท่าไหร่เวลามีคนเรียกว่าคุณวิคเตอร์
“ก็ได้ค่ะ แต่วิคเตอร์ต้องเรียกเดีย ว่าเดียน่านะคะ หรือเดีย ห้ามเรียกคุณเดียน่า ตกลงไหมคะ” ในเมื่อเขาอยากให้เธอเรียกแบบนั้น เขาก็ต้องเรียกเธอแบบนั้นเหมือนกันจะได้เสมอภาคกัน เธอเองก็ไม่ชินเวลามีใครเรียกว่าคุณเดียน่า
“ครับ ผมตกลง งั้นผมไปเก็บของก่อนนะครับเดียน่า ต้องการอะไรก็เรียกผมได้เลยนะ”
“ค่ะ วิคเตอร์”
แต่ก่อนจะไปเก็บของใช้ส่วนตัว วิคเตอร์ก็ไม่วายจะไปหาน้ำเย็นๆรินใส่แก้วเตรียมไว้ให้เดียน่าที่โต๊ะ ก็เผื่อเธอหิวน้ำไง จะได้ไม่ต้องเดินไปหยิบเอง หวังดีล้วนๆ
