บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 ข้าไม่เคยรู้จักนางดีพอ

ภายในห้องโถงของตระกูลฉินตอนนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความเงียบงัน เหล่าลูกหลานของท่านแม่ทัพต่างมารวมตัวกันด้วยความรู้สึกไม่สบายใจ แต่ละคนแสดงออกถึงความกังวลในท่าทางและแววตาของพวกเขา

ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนนั่งอยู่ที่กลางห้อง บรรยากาศรอบตัวเขาเต็มไปด้วยความจริงจังและความเย็นชา เขามองไปที่ฉิน เสี่ยวเฟิง บุตรสาวของเขาด้วยแววตาที่แสดงถึงความผิดหวังและความโกรธ ท่านแม่ทัพถามด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็น “ฉิน เสี่ยวเฟิง เจ้าทำร้ายพี่ใหญ่ของเจ้าจริงใช่หรือไม่?” น้ำเสียงของเขาแสดงถึงความไม่พอใจและความคาดหวังที่ว่าจะได้รับคำอธิบายที่ชัดเจนจากบุตรสาว

ข้างกายท่านแม่ทัพ ฉิน เจียงหลงนั่งอยู่ในสภาพที่ดูบาดเจ็บ เขามีเลือดที่มุมปากและสีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความโกรธเกรี้ยว ฉิน เจียงหลงพยายามที่จะบังคับตัวเองให้สงบ แต่แววตาของเขาแสดงถึงความเจ็บปวดและความพร้อมที่จะเอาเรื่องอย่างถึงที่สุด ความบาดหมางที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับฉิน เสี่ยวเฟิงทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งตึงเครียดมากขึ้น

ฉิน เสี่ยวเฟิงตอบด้วยน้ำเสียงที่แสร้งทำเป็นไร้เดียงสา แต่ในความเป็นจริงแสดงถึงความเย้ยหยันและความไม่ใส่ใจ “ท่านพ่อนี่มันเรื่องตลกอะไรกันคะ?” นางถามย้อนกลับอย่างอารมณ์ดีในลักษณะที่ไร้พิษภัย แต่ผู้ที่อยู่ในห้องทราบดีว่าคำพูดของนางนั้นมีนัยซ่อนเร้นและแฝงไปด้วยความเย้ยหยัน

“ตัวข้านั้นเป็นเด็กหญิงอายุ 15 ปี ส่วนท่านพี่ ฉิน เจียงหลง อายุ 18 ปี แถมเป็นผู้ชายและเป็นพี่ใหญ่ของตระกูล เขาได้รับการศึกษาทักษะป้องกันตัวมากมาย ท่านกำลังจะบอกข้าว่า พี่ใหญ่ ฉิน เจียงหลง แพ้ให้กับหญิงสาวตัวเล็กๆ เช่นข้าอย่างนั้นเหรอ?” น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยความไม่เชื่อถือและความค่อนข้างขบขัน

นางยังกระทุ้งประเด็นต่อไป “ท่านพ่อ การใส่ความข้าเช่นนี้นั้นมันออกจะเกินไปหน่อย ไม่แน่ท่านพี่อาจจะลงทุนทำร้ายตัวเองเพื่อที่จะใส่ความข้าก็เป็นได้” คำพูดของนางดูเหมือนจะท้าทายและยั่วโมโหให้กับท่านแม่ทัพ

ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนจ้องมองไปที่บุตรสาวตัวน้อยของเขา ฉิน เสี่ยวเฟิง ด้วยความไม่เชื่อถือและความคาดหวังว่าอาจจะมีคำอธิบายที่ชัดเจนมากกว่านี้ รูปร่างของนางเล็กน่ารัก แต่น้ำเสียงของนางกลับเต็มไปด้วยความท้าทาย

ท่านแม่ทัพหันไปถามบุตรชายคนโตของเขาด้วยความต้องการที่จะได้รับการยืนยันอย่างแน่ชัด “นี่เจ้าถูกผู้หญิงทำร้ายมาจริงๆ อย่างงั้นเหรอ?” คำถามของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อถือและการดูถูกเหยียดหยาม เป็นการสะท้อนถึงความไม่มั่นใจในคำกล่าวของบุตรสาวและความคาดหวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะไม่เป็นเช่นที่บุตรสาวบอก

ฉิน เจียงหลงไม่สามารถตอบคำถามได้ทันที เขาก้มหน้าและหลบสายตาของผู้เป็นพ่อ แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกของความอับอายและความเจ็บปวดจากการถูกถามถึงสถานการณ์ที่น่าอับอายของเขา สภาพของเขาที่มีเลือดที่มุมปากยิ่งเป็นการยืนยันถึงความรุนแรงของเหตุการณ์นั้น

ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนเบือนหน้าหนีไปอย่างเหนื่อยหน่ายและผิดหวัง เมื่อพบว่าบุตรชายของเขาไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่เขาคิดถึงสถานการณ์ที่บุตรชายของเขาถูกเด็กสาวตัวน้อยตบปาก ความรู้สึกของความอับอายและความผิดหวังยิ่งทวีขึ้น

ท่านแม่ทัพรู้สึกถึงความอายและความผิดหวังอย่างมาก เมื่อเขาคิดถึงว่า บุตรชายที่เขาหมายมั่นว่าจะเป็นผู้นำตระกูลคนต่อไปกลับแสดงความอ่อนแอเช่นนี้ การที่บุตรชายของเขาเป็นฝ่ายที่ถูกตีและบาดเจ็บจากเด็กสาวทำให้ท่านแม่ทัพรู้สึกถึงการเสียหน้าและความกังวลเกี่ยวกับอนาคตของตระกูล

“เอาเถอะ ในเมื่อไม่มีใครตอบคำตอบที่ชัดเจนให้กับข้าได้ งั้นก็ให้เรื่องราวมันจบลงแค่นี้แล้วกัน” ท่านแม่ทัพกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความเหนื่อยหน่ายและความหมดหวังในการหาคำตอบที่เหมาะสม

ในขณะที่บรรยากาศในห้องยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความขัดแย้ง ประโยคที่ออกมาจากเหยา เหม่ยหลิง ฮูหยินใหญ่ทำให้สถานการณ์ยิ่งร้อนแรงขึ้น นางพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่ยินยอมและความโกรธ

“ท่านพี่ ท่านจะให้เรื่องลูกของเราจบลงง่ายๆ แค่นี้เหรอเจ้าคะ?” เหยา เหม่ยหลิงกล่าวด้วยความไม่พอใจที่เห็นบุตรชายของนางถูกทำร้ายจนสาหัสโดยเด็กสาวนอกคอก

ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียน กล่าวอย่างมีอารมณ์ “เจ้าจะให้ข้าลงโทษอะไรอีกฮูหยิน? แค่นี้ข้าก็อายเกินพอแล้วที่เจ้าบุตรชายไม่ได้เรื่องไปแพ้กับผู้หญิงตัวเล็กๆ แถมตัวของมันยังเป็นฝ่ายไปหาเรื่องเขาก่อนอีก มันยังมีความเป็นลูกผู้ชายอยู่ไหมไปท้าตีท้าต่อยกับผู้หญิงสิ่งแบบนี้ลูกผู้ชายเขาไม่ทำกัน” ท่านแม่ทัพระเบิดโทสะออกมาอย่างมีอารมณ์ ฉิน เจียงหลง เปรียบเสมือนหน้าตาของตระกูล แต่ตัวของมันนั้นกับทำงามหน้าเช่นนี้เมื่อเผชิญกับโทสะและความไม่พอใจของท่านแม่ทัพ ฮูหยินใหญ่ทำได้แต่เพียงสงบปากสงบคำของตัวเองทันที

หลังจากที่ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนกลับมาที่ห้องพักของตนเอง ความสงสัยและความวิตกกังวลยังคงเต็มเปี่ยมในใจของเขา แม้ว่าเขาจะรู้ถึงพลังและฝีมือที่ร้ายกาจของบุตรชายคนโตของเขาเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้กลับทำให้เขาหมดความเข้าใจ

ท่านแม่ทัพนั่งลงที่โต๊ะทำงาน โดยที่สายตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความคิดและความสงสัย เขายังไม่สามารถลืมภาพของฉิน เจียงหลงที่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสจากการถูกเด็กสาวตัวเล็กๆกระทำ และเขาไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

“ทำไมกัน?” ท่านแม่ทัพพึมพำกับตัวเอง “ลูกชายของข้าเป็นนักรบที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี เขามีพลังและทักษะที่สูงส่ง เขายังสามารถต่อสู้ได้กับศัตรูที่แข็งแกร่งมากมาย แต่ทำไมเขาจึงแพ้ให้กับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆได้?”

ความสงสัยนี้ยังคงวนเวียนในใจของเขา ขณะที่เขาพยายามวิเคราะห์เหตุการณ์และค้นหาสาเหตุที่ทำให้บุตรชายของเขาถูกทำร้ายได้ง่ายขนาดนี้ ท่านแม่ทัพรู้ดีว่าหากสถานการณ์นี้ไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในตระกูลและอำนาจของเขาเอง

“ข้ารู้จักบุตรชายของข้าดี แต่ข้ากลับไม่รู้จักลูกสาวที่เกิดจากสาวใช้ของข้าเลย” ท่านแม่ทัพพึมพำกับตัวเอง “ทำไมข้าถึงไม่เคยสนใจในตัวนางมาก่อน? นางอาจมีความสามารถและพรสวรรค์ที่ซุกซ่อนอยู่ ซึ่งข้าไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อน”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนเริ่มให้ความสนใจในฉิน เสี่ยวเฟิงมากขึ้น เขาต้องการที่จะเข้าใจถึงความสามารถที่แท้จริงของนางและค้นหาว่าทำไมนางถึงสามารถทำร้ายฉิน เจียงหลงได้ถึงเพียงนี้

ท่านแม่ทัพตัดสินใจที่จะเริ่มการตรวจสอบเกี่ยวกับฉิน เสี่ยวเฟิงอย่างละเอียดมากขึ้น เขาต้องการที่จะรู้ถึงพลังและพรสวรรค์ที่นางมี และต้องการทำความเข้าใจถึงความเป็นไปของนาง

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel