ตอนที่ 7 ความเฉยชา
หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในตระกูล ความสัมพันธ์ระหว่างฉิน เสี่ยวเฟิง และพี่ชายต่างมารดาของนาง ฉิน เหวินเจี๋ย ดีขึ้นอย่างมาก
ฉิน เหวินเจี๋ยรู้สึกถึงความซาบซึ้งใจอย่างยิ่งที่ได้รับความช่วยเหลือจากน้องสาวที่น่ารักคนนี้ หลังจากที่ฉิน เสี่ยวเฟิงเข้ามาในชีวิตของเขา การทำงานในจวนของนางได้ทำให้เขาหลุดพ้นจากการถูกกลั่นแกล้งจากพี่น้องคนอื่น และลดความหนักหน่วงของชีวิตที่เขาต้องเผชิญ
“ขอบใจมากนะ ฉิน เสี่ยวเฟิง” ฉิน เหวินเจี๋ยกล่าวด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง
การที่ฉิน เหวินเจี๋ยได้รับการจ้างงานให้ทำหน้าที่ขับรถม้าในจวนของฉิน เสี่ยวเฟิงทำให้เขารู้สึกถึงความมั่นคงและความปลอดภัยมากขึ้น เขาสามารถหลีกเลี่ยงจากการถูกกลั่นแกล้งและความยากลำบากที่เขาต้องเผชิญในชีวิตก่อนหน้านี้
ฉิน เสี่ยวเฟิงเองก็รู้สึกดีใจที่สามารถช่วยพี่ชายต่างมารดาของตนได้ นางเห็นความสำคัญของการดูแลและช่วยเหลือครอบครัว และรู้ว่าการที่เขามาทำงานในจวนของนางทำให้เขาสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้
การที่ฉิน เหวินเจี๋ยเข้ามาทำงานในจวนของฉิน เสี่ยวเฟิงไม่เพียงแต่ทำให้เขามีความสุขและรู้สึกปลอดภัยมากขึ้น แต่ยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องต่างมารดามีความสนิทสนมและเต็มไปด้วยความอบอุ่นมากยิ่งขึ้น
นอกจากการจัดการเรื่องงานในจวนแล้ว ฉิน เสี่ยวเฟิงยังมีความตั้งใจที่จะช่วยให้พี่ชายต่างมารดาของนาง ฉิน เหวินเจี๋ย มีทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น นางได้เขียนอธิบายทักษะการต่อสู้ที่นางรู้จักอย่างละเอียดให้กับเขา ซึ่งรวมถึงทักษะการต่อสู้จากโลกดั่งเดิมของนาง เช่น มวยไทยและเทคอนโด้
ฉิน เหวินเจี๋ยรับสมุดการฝึกฝนที่ฉิน เสี่ยวเฟิงจัดเตรียมให้ด้วยความยินดี เขามองเห็นถึงความร้ายกาจและความสามารถที่น่าทึ่งของน้องสาวด้วยสายตาของตัวเอง
“ขอบคุณมากนะ ฉิน เสี่ยวเฟิง” ฉิน เหวินเจี๋ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง “ข้าจะตั้งใจฝึกฝนอย่างเต็มที่ เพื่อให้สักวันหนึ่งข้าจะสามารถปกป้องเจ้าได้”
ฉิน เหวินเจี๋ยรู้ว่าการฝึกฝนเหล่านี้จะเป็นความท้าทาย แต่เขาก็พร้อมที่จะเผชิญหน้าและพัฒนาตัวเองให้ดีที่สุด เพื่อที่จะสามารถเป็นพี่ชายที่แข็งแกร่งและสามารถปกป้องน้องสาวต่างมารดาของเขาได้ภายในตระกูลแห่งนี้นอกจากท่านแม่ที่เขาเคารพรักเขาก็ยังมีน้องสาวที่น่ารักอยู่หนึ่งคนก็คือนาง ผู้คนภายในตระกูลแห่งนี้จะมีใครสักกี่คนกันที่จะยินดีเป็นพี่เป็นน้องกับเขาจากใจจริงจะมีก็แต่เพียงน้องสาวตัวน้อยคนนี้เท่านั้นลักษณะนิสัยของนางนั้นช่างแปลกประหลาด
ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนแอบมองบุตรสาวของตน, ฉิน เสี่ยวเฟิง, ฝึกซ้อมต่อสู้อย่างเงียบๆ จากที่ซ่อนอยู่ในเงามืดของห้องฝึกซ้อม เขาไม่เคยคิดว่าการแอบดูการฝึกซ้อมของนางจะทำให้เขารู้สึกประทับใจเช่นนี้ ทักษะการพลางตัวของท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนนั้นมีความเฉียบคมและประณีตจนแทบไม่มีใครสามารถจับตามองได้ แต่เมื่อเขาได้เห็นความสามารถของบุตรสาว นางมีทักษะในการเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบและพลางตัวได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งไม่ต่างจากความสามารถของเขาเอง
ฉิน เสี่ยวเฟิงฝึกซ้อมด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจเต็มที่ ขณะที่เธอเคลื่อนไหวราวกับเงาในยามค่ำคืน แต่เธอไม่รู้เลยว่าเจ้าพ่อที่มักจะดูเหมือนไม่เอาไหนนั้นกำลังจับตามองการฝึกซ้อมของเธออยู่ ความสามารถที่นางแสดงออกมาทำให้ท่านแม่ทัพต้องตะลึง แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่รู้ว่าท่านแม่ทัพกำลังเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด
ท่านแม่ทัพเห็นการฝึกซ้อมนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนถึงพรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่ในตัวบุตรสาวและเริ่มคิดทบทวนถึงบทบาทและอนาคตของนางในตระกูล
เช้าวันถัดมา ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนเดินทางมายังตำหนักของบุตรสาว ฉิน เสี่ยวเฟิง ด้วยท่าทางที่ดูเรียบเฉยและนิ่งสงบ เขาเข้ามาในตำหนักพร้อมกับความตั้งใจที่จะใช้เวลาทานอาหารเช้าร่วมกับพวกนาง
เมื่อฉิน เสี่ยวเฟิงเห็นพ่อของตนเข้ามาในตำหนัก นางจ้องมองไปที่ท่านแม่ทัพด้วยความเย็นชาและน้ำเสียงที่ไร้อารมณ์กล่าวถามว่า “ท่านมาทำไม?”
ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนมีสีหน้าที่เรียบนิ่งและตอบกลับอย่างเรียบง่ายว่า “เช้าวันนี้ข้าก็เพียงแค่อยากมาทานข้าวกับพวกเจ้าสองแม่ลูกเท่านั้น”
คำตอบของท่านแม่ทัพทำให้ฉิน เสี่ยวเฟิงมีท่าทีที่ต้องคิดทบทวน ขณะที่นางกำลังจะพูดขัด แม่ของนางที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็มีสีหน้าเต็มไปด้วยความดีใจและตื่นเต้นที่ท่านแม่ทัพมาที่นี่ นางรีบจัดเตรียมโต๊ะอาหารเช้าให้ท่านแม่ทัพด้วยความรักและความอบอุ่น
แม่ของฉิน เสี่ยวเฟิงแสดงความสุขออกหน้าออกตา นางดีใจที่สามารถใช้เวลาร่วมกับท่านแม่ทัพซึ่งปกติแล้วมักจะไม่แสดงความรักหรือเอาใจใส่ นานมากแล้วที่ท่านแม่ทัพไม่ได้แสดงความอบอุ่นหรือความใส่ใจเช่นนี้
เห็นแม่ของนางมีความสุขเช่นนั้น ฉิน เสี่ยวเฟิงจึงตัดสินใจล้มเลิกความคิดที่จะขัดขวางการมาของท่านแม่ทัพ นางยอมให้ท่านแม่ทัพร่วมทานอาหารเช้ากับพวกเขาโดยไม่แสดงความไม่พอใจออกมา
ท่านแม่ทัพฉิน หย่งเทียนนั่งทานอาหารเช้ากับฉิน เสี่ยวเฟิงและแม่ของนางในบรรยากาศที่ดูอบอุ่นและเรียบง่าย ระหว่างการทานอาหาร ท่านแม่ทัพพลันกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความชื่นชมว่า
“เซียง เหวิน เจ้าสั่งสอนบุตรสาวของเราได้ดีจริงๆ นางช่างเป็นสตรีที่เพียบพร้อม”
ท่านแม่ทัพพูดพร้อมกับส่งสายตาอันเร้าร้อนให้กับเซียง เหวิน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าคืนนี้เขาจะพักที่นี่ด้วย
“หึ!” ฉิน เสี่ยวเฟิงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชา ก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
แม้จะมีอาหารเช้าที่ท่านแม่ทัพจัดเตรียมมาให้อย่างดี แต่ฉิน เสี่ยวเฟิงกลับไม่ได้สัมผัสมันจนหมด นางทิ้งข้าวไว้ไม่เต็มที่แล้วออกไปจากตำหนักด้วยท่าทางที่ไม่ใยดี
การกระทำของฉิน เสี่ยวเฟิงสะท้อนถึงความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความเฉยชาและความไม่พอใจต่อท่านแม่ทัพ ความรู้สึกนี้อาจมาจากความสัมพันธ์ที่ขาดการเชื่อมโยงและการแสดงออกที่ท่านแม่ทัพมีต่อครอบครัวในช่วงที่ผ่านมา นางยังคงรู้สึกห่างเหินและไม่คุ้นเคยกับท่าทีที่แสดงถึงความใกล้ชิดหรือความอบอุ่นจากพ่อของตน
