ภารกิจรักใต้เงามังกร

63.0K · จบแล้ว
ท่านจอมยุทธ์
34
บท
1.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ฉิน เสี่ยวเฟิง เคยเป็นนักฆ่าสาวที่โด่งดังในแผ่นดินใหญ่ ชื่อเสียงของเธอในโลกใต้ดินนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับและความกลัว ด้วยความเก่งกาจที่เกินขอบเขต เธอเคยลอบสังหารบุคคลสำคัญมากมายจนกลายเป็นที่หวาดกลัวของทั้งแผ่นดิน แต่โชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอถูกหักหลังและถูกลอบสังหารโดยคนในองค์กรเดียวกัน เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอพบว่าตนเองอยู่ในร่างของคุณหนูไร้ค่าคนหนึ่ง ลูกสาวของแม่ทัพใหญ่ แต่แม่ของเธอกลับเป็นเพียงสาวใช้ธรรมดา เธอถูกกลั่นแกล้งและถูกเหยียดหยามจากทุกคนในบ้าน ทั้งที่ความสามารถและประสบการณ์ของเธอนั้นสูงส่งกว่าคนทั่วไปมาก ขณะที่เจ้าของร่างเดิมของเธอได้ตายไป ความทรงจำและความเจ็บปวดของเจ้าของร่างเดิมเริ่มหลั่งไหลเข้ามาในความรู้สึกนึกคิดของฉิน เสี่ยวเฟิง เธอพบว่าตัวเองต้องแบกรับภาระของชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความท้าทาย เธอจะต้องรับมือกับความยากลำบากในชีวิตใหม่นี้ โดยไม่สูญเสียตัวตนที่แท้จริงของเธอไป

นิยายจีนโบราณนิยายรักแม่ทัพท่านอ๋องฮองเฮานางเอกเก่งนางกำนัลข้ามมิติพระชายานิยายย้อนยุค

ตอนที่ 1 ฉินเสี่ยวเฟิง

ฉิน เสี่ยวเฟิง เป็นนักฆ่าสาวผู้มีชื่อเสียงในวงการลอบสังหารของแผ่นดินใหญ่ ด้วยทักษะที่ไม่ธรรมดาและความแม่นยำในการทำงาน เธอได้รับความเคารพและหวาดกลัวจากศัตรูที่มีมากมาย การปฏิบัติภารกิจของเธอมักจะสำเร็จลุล่วงเสมอ และชื่อเสียงของเธอก็ลามไปทั่วทั้งแผ่นดิน

แต่ความสำเร็จและชื่อเสียงนั้นก็ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสี่ยง และวันหนึ่งเธอก็พบว่าตัวเองถูกหักหลังโดยองค์กรที่เธอเคยทำงานให้ องค์กรนี้เห็นว่าเธอเป็นภัยคุกคามต่อผลประโยชน์ของพวกเขาและตัดสินใจที่จะกำจัดเธอ

วันนั้นเป็นวันที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของฉิน เสี่ยวเฟิง เธอถูกซุ่มโจมตีโดยกลุ่มนักฆ่าที่ได้รับคำสั่งจากองค์กร ท่ามกลางการต่อสู้ที่นองเลือด เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกจับตัวไปอย่างโหดเหี้ยม เธอถูกฆ่าอย่างไร้ความเมตตา ทิ้งให้เธอตายอย่างโดดเดี่ยวและเจ็บปวด

ฉิน เสี่ยวเฟิง ลืมตาตื่นในเช้าของวันที่มีแสงอ่อนๆ สาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างไม้เก่าแก่ ขณะนี้เธอพบว่าตัวเองอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของยุคสมัยโบราณ ขอบของผนังที่ทำจากหินขัดสีเทาเข้มและเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่มีลวดลายแกะสลักอันวิจิตรทำให้ห้องนี้มีความรู้สึกย้อนยุคไปหลายร้อยปี

"นี่ข้ายังไม่ตายอีกเหรอ?" เสียงกระซิบออกมาจากปากของเธอเองอย่างสับสนและงงงวย ในขณะที่มือของเธอแตะที่ข้างศีรษะและร่างกาย เพื่อยืนยันว่ามันเป็นความจริง

เธอพยายามลุกขึ้นจากที่นอนที่ทำจากวัสดุที่ดูเหมือนผ้าลินินที่มีลวดลายเก่าแก่ แต่ขาของเธอยังคงรู้สึกหนักหน่วงจากการนอนหลับที่ยาวนาน เธอมองไปรอบๆ และเห็นวัตถุโบราณที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นาฬิกาทรายที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของห้อง และโต๊ะไม้ที่มีแผ่นกระดาษเก่าๆ วางอยู่บนมัน

การที่เธออยู่ในห้องนี้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกพาไปยังโลกที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งเป็นการย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เธอไม่รู้จัก ท่ามกลางความสับสนและความรู้สึกหวาดกลัว เธอเริ่มพยายามตั้งสติและคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ อะไรคือเหตุการณ์ที่ทำให้เธอมาที่นี่?

”บาดแผลพวกนี้มันอะไรกัน? รอยเฆี่ยนตีเต็มไปหมด” เธอสามารถจดจำบาดแผลที่เธอเคยโดนก่อนหน้าได้เป็นอย่างดี เพราะเนื้อตัวของเธอนั้นมีแต่คมกระสุน ไม่ใช่บาดแผลลักษณะนี้ เธอมึนงงได้อยู่ไม่นานนัก หลังจากนั้นความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามาภายในความรู้สึกนึกคิดของเธออย่างช้าๆ

ภาพเหตุการณ์และความรู้สึกเจ็บปวดเริ่มชัดเจนขึ้น เธอสัมผัสได้ถึงความทรมานและความเครียดที่เจ้าของร่างเดิมเคยเผชิญ ความทรงจำที่เหมือนเป็นบาดแผลในจิตใจ สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความเจ็บปวดกำลังค่อยๆ เปิดเผยออกมา เธอเห็นภาพของการถูกลงโทษและการถูกกระทำอย่างไร้ความปรานี การสัมผัสถึงรอยบาดแผลจากการเฆี่ยนตีและความรู้สึกของการถูกทอดทิ้งทำให้เธอรู้สึกถึงความเจ็บปวด

ความทรงจำเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นความทรมานทางกายเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดเผยถึงความทุกข์ใจและความสูญเสียที่เจ้าของร่างเดิมต้องเผชิญ เธอรู้สึกถึงความรู้สึกอับอายและความทรงจำที่ยังคงอยู่ในใจ แม้ในปัจจุบันจะไม่สามารถเข้าใจเหตุการณ์ทั้งหมดได้ แต่ความรู้สึกที่ลึกซึ้งนี้ทำให้เธอรู้สึกถึงความเชื่อมโยงและความเข้าใจต่อประสบการณ์ของเจ้าของร่างเดิม

เจ้าของร่างเดิม ฉิน เสี่ยวเฟิง เติบโตในเงามืดของจวนแม่ทัพใหญ่ แม่ทัพผู้มีลูกนับสิบคนกระจายไปทั่วแผ่นดิน โดยไม่เคยสนใจหรือใยดีถึงความรู้สึกของเธอและแม่ที่เป็นเพียงสาวใช้ในจวน ชีวิตของเธอถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบงันและความไม่ยุติธรรม

แม่ของเธอเป็นเพียงสาวใช้ที่ถูกเลือกให้เป็นนางสนมของท่านแม่ทัพ ผู้ซึ่งไม่มีความรู้สึกถึงความรักหรือความสงสารต่อเธอและแม่ แม้จะมีความรักและอุปการะจากแม่ แต่สิ่งที่เธอได้รับกลับเป็นเพียงความเงียบงันและการปฏิเสธจากครอบครัวที่ใหญ่โตของพ่อ

แม้จะเป็นลูกของท่านแม่ทัพใหญ่ แต่เสี่ยวเฟิงกลับต้องเผชิญหน้ากับความอึดอัดและความรู้สึกที่ไม่เป็นธรรมในทุกย่างก้าว ความแค้นและความเจ็บปวดเกิดขึ้นในใจของเธอ

เธอรู้ดีว่าความยุติธรรมในครอบครัวไม่เคยมีให้เธอ และชีวิตของเธอต้องเผชิญกับความยากลำบาก แต่เธอจะไม่ยอมแพ้ ความมุ่งมั่นปรากฏภายในแววตาของเธอ

“อ่อนแอ เสียจนน่าสงสารจริงๆ ท่านแม่ของข้า” ฉิน เสี่ยวเฟิง กล่าวด้วยเสียงที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดและความผิดหวัง

 แม่ของเธอเป็นเพียงสาวใช้ผู้หนึ่งที่ไม่เคยคิดที่จะดิ้นรนหรือเรียกร้องความยุติธรรมให้ตนเองและลูกสาว แม้จะโดนรังแกขนาดนี้ก็ยังคงมัวแต่ก้มหน้ารับกรรมโดยไม่ปริปากพูดถึงความทุกข์ที่เกิดขึ้น

แต่เธอก็ไม่ได้กล่าวโทษหรือตำหนิท่านแม่ของเธอเลยแม้แต่น้อย ความรักและความเข้าใจที่เธอมีต่อท่านแม่ยังคงแข็งแกร่งเช่นเดิม แม้เธอจะมาอยู่ในยุคที่ต่างออกไปย่อมมีความคิดความรู้สึกที่แตกต่างเธอให้คำมั่นสัญญาว่าจะแก้แค้นในส่วนของผู้เป็นแม่ให้ด้วย

ในขณะที่ ฉิน เสี่ยวเฟิง กำลังจมอยู่ในจินตนาการของตนเอง หญิงวัยกลางคนในชุดของสาวใช้เปิดประตูเข้ามาอย่างช้าๆ ด้วยความกังวลใจและน้ำเสียงสะอึกสะอื้น

"ลูกแม่ เจ้าเจ็บมากไหม" เธอพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความรักความห่วงใย "เดี๋ยวแม่จะทายาให้"

ฉิน เสี่ยวเฟิง หันมาจ้องมองที่ใบหน้าของแม่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรัก แม้บาดแผลจะทำให้รู้สึกเจ็บปวด แต่การมาของแม่ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาก

ใบหน้าของแม่ดูงดงามไม่น้อย แม้จะไม่ได้แต่งหน้าแต่งตัวอย่างพิถีพิถัน แต่แม่ของ ฉิน เสี่ยวเฟิง นั้นปล่อยตัวเองเป็นอย่างมาก เพราะเธอคิดว่าตนเองเป็นเพียงแค่สาวใช้ธรรมดา

“ท่านแม่ พวกเราออกจากตระกูลแห่งนี้กันเถอะ” ฉิน เสี่ยวเฟิง กล่าวด้วยความความมุ่งมั่น

แม่ของเธอ มองลูกสาวของเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “เสี่ยวเฟิง ข้า… ข้าไม่สามารถทำเช่นนั้นได้” น้ำเสียงของเธอนั้นสั่นเครือและเศร้าสร้อย

แม่ของเธอถอนหายใจและส่ายหัวเบาๆ “ข้ารักท่านแม่ทัพ ข้าไม่มีวันที่จะทิ้งท่านไปไหน”

“หึ ตามแต่ใจท่านเถิด..” เมื่อได้ยินเช่นนี้นางก็ไม่มีอะไรที่จะพูดกับแม่ของนางอีก หากเป็นนางเพียงคนเดียวนางคงหลีกหนีไปจากสถานที่แห่งนี้ไปในสถานที่ไกลแสนไกล