บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 การล้างแค้นที่เจ็บแสบ

สีหน้าของบุตรสาวปรากฏความเย็นชาที่แฝงอยู่ในทุกอิริยาบถ เธอเงียบงันและไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เลย ดวงตาของนางมืดมนราวกับน้ำแข็งที่จับตัวแน่น นางไม่รีบร้อนตอบคำถามที่ท่านแม่ทัพตั้งขึ้น ดวงตาที่เฉยเมยของนางทำให้ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ภายในถูกเก็บไว้แน่น

ท่านแม่ทัพจ้องมองบุตรสาวด้วยความโกรธและหงุดหงิด “หากเจ้าไม่พูด ข้าจะสั่งให้คนลงโทษเจ้าเสีย” น้ำเสียงของท่านแม่ทัพเต็มไปด้วยความข่มขู่และไม่พอใจ

ฉิน เสี่ยวเฟิง รู้สึกถึงความเย็นชาที่แผ่กระจายไปในหัวใจของเธอมากยิ่งขึ้น เธอไม่สามารถมองเห็นท่านพ่อของเธอในแง่ดีได้อีกต่อไป

เธอก็ยังคงยิ้มออกมาอย่างเย็นชา ใบหน้าของนางแสดงความสงบและความเยือกเย็น ท่ามกลางความตึงเครียดที่ล้อมรอบตัวเธอ “ท่านแม่ทัพ ฉิน หย่งเทียน ผู้ยิ่งใหญ่ท่านไม่ทราบหรือว่าคนในตลาดพูดถึงท่านอย่างไรบ้าง?”

น้ำเสียงของฉิน เสี่ยวเฟิง แฝงไปด้วยความเหยียดหยาม

 ท่านแม่ทัพพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและขุนเคือง “พวกมันพูดถึงข้าอย่างไร?”

บุตรสาวมองท่านแม่ทัพอย่างไม่แยแส ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย

“พวกมันพูดว่าท่านก็ดีแต่ไข่ทิ้งไปเรื่อยๆ โดยไม่มีปัญญารับผิดชอบ” ฉิน เสี่ยวเฟิง กล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเยาะเย้ย “พวกมันยังบอกว่ามีลูกเป็นโหล่แล้วก็ยังทำตัวราวกับว่าเป็นคนรับใช้ ช่างเสื่อมเสียเกียรติและน่าอายที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ แต่กลับไม่สามารถดูแลครอบครัวของตนเองได้เลย”

ทันทีที่คำพูดนี้หลุดออกจากปากของบุตรสาว ท่านแม่ทัพรู้สึกถึงความโมโหพุ่งพรวด เขากระแทกมือบนโต๊ะอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่น และโต๊ะไม้ที่แข็งแรงสะเทือนขึ้น “เช่นนั้นรึ? พวกมันคิดว่าข้าเป็นคนอย่างนั้นหรือ?”

ความโกรธของท่านแม่ทัพเห็นได้ชัดจากใบหน้าที่เครียดและสีหน้าแดงก่ำ ข้อมือของเขาเกร็งขณะที่เขากำลังพยายามระงับอารมณ์ ความรู้สึกผิดหวังและความโกรธของเขาพลุ่งพล่านออกมา ท่านแม่ทัพพยายามควบคุมตัวเอง แต่ความรู้สึกที่ถูกกระตุ้นทำให้เขาหลุดพ้นจากความสงบสุข

“นั่นคือสิ่งที่พวกมันคิดหรือ?” เขาพูดเสียงดังกังวาน ในขณะที่มือของเขายังคงกระแทกโต๊ะ

ฮูหยินใหญ่ เหยา เหม่ยหลิง มองฉิน เสี่ยวเฟิง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ ดวงตาของนางแสดงถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน ขณะที่นางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิด “ท่านพี่ นางเด็กเหลือขอผู้นี้ต้องปั้นเรื่องโกหกท่านพี่แน่ๆ ท่านอย่าไปฟังนาง”

ฉิน เสี่ยวเฟิง ยิ้มอย่างเย็นชาเมื่อเธอได้ยินคำพูดจากฮูหยินใหญ่ ความเยือกเย็นในท่าทีของนางแสดงให้เห็นถึงความไม่สะทกสะท้านที่มีต่อความรังเกียจของนาง “ท่านฮูหยินใหญ่” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ท่านรู้ไหม เรื่องเกี่ยวกับตัวท่านก็โด่งดังไปทั่วเมืองหลวงและตลาดไม่แพ้กัน ชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เสียทีที่เป็นผู้หญิงสูงศักดิ์แต่จิตใจหยาบช้า ท่านเฆี่ยนตีบ่าวรับใช้เป็นว่าเล่น แถมยังทำตัวไม่ให้เกียรติสามี และยังชอบตีบุตรที่เกิดจากคนรับใช้อย่างโหดเหี้ยม”

คำพูดของฉิน เสี่ยวเฟิง ทำให้ฮูหยินใหญ่เหยา เหม่ยหลิงถึงกับตกใจจนตัวเกือบจะเป็นลม นางจับโต๊ะอาหารไว้เพื่อพยุงตัวเองและพยายามระงับอารมณ์ที่กำลังปั่นป่วน ข่าวเสียๆ หายๆ เกี่ยวกับตัวของนางถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับหญิงสาวชนชั้นสูงเช่นนาง และการถูกพูดถึงในลักษณะนี้ทำให้ความเป็นเกียรติของนางตกต่ำลงอย่างมาก

ฮูหยินใหญ่เหยา เหม่ยหลิงพยายามรวบรวมสติและพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ “มันไม่เป็นความจริงใช่ไหม”

แต่ความเย็นชาของฉิน เสี่ยวเฟิง ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลง เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยัน “เรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นสิ่งที่ชาวบ้านพูดกันทั่วไป ข้าก็เพียงแค่บอกให้ท่านทราบว่าสิ่งที่ท่านคิดว่าสามารถปกปิดหรือซ่อนเร้นนั้นกลับเป็นสิ่งที่ทุกคนพูดถึงกัน”

ฉิน เสี่ยวเฟิง ยิ้มอย่างเย็นชาให้กับลูกๆ ของฮูหยินใหญ่ เหยา เหม่ยหลิง และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเจ็บแสบ “นอกจากคำนินทาเสียๆ หายๆ ของท่านแม่ทัพและฮูหยินใหญ่แล้ว ชาวบ้านก็พูดถึงพวกเจ้าเช่นกัน อยากจะฟังไหม?”

ลูกๆ ของฮูหยินใหญ่ได้ยินคำพูดนี้ก็หันไปมองกันด้วยความตกใจและอับอาย หนึ่งในนั้นตอบปฏิเสธอย่างเสียงแข็ง “ข้าไม่ฟัง หุบปากของเจ้าซะ”

ท่านแม่ทัพและครอบครัวของเขานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ด้วยความรู้สึกที่ไม่น่าจดจำและไม่อร่อยที่สุดในมื้อนี้ การพูดคุยเกี่ยวกับข่าวเสียๆ หายๆ และความคิดเห็นที่ไม่ดีทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความไม่สบายใจ

ผู้ที่ปล่อยข่าวเหล่านี้ออกมาคือใครไม่ได้ นอกจากฉิน เสี่ยวเฟิง ผู้ที่ทำให้ทุกคนต้องเผชิญกับความจริงที่ไม่สวยงามและไม่พอใจ ขณะที่นางนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร เธอก็ยิ้มอย่างเย็นชาให้กับท่านแม่ทัพที่ไร้หัวใจ ความรู้สึกที่นางรู้สึกคือความพอใจและอารมขันในสีหน้าที่อมทุกข์ของทุกๆ คนที่อยู่บริเวณโต๊ะอาหาร

การเปิดเผยความจริงอย่างเยือกเย็นของฉิน เสี่ยวเฟิง ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความตึงเครียดและความไม่สบายใจ การเผชิญหน้ากันในมื้อนี้สะท้อนถึงความขัดแย้งภายในครอบครัว

หลังจากต้องทนดูท่านแม่ทัพและครอบครัวรับประทานอาหารจนเสร็จ ฉิน เสี่ยวเฟิง ก็ต้องเดินไปยังโรงครัวเพื่อรับประทานอาหารร่วมกับสาวใช้และคนรับใช้คนอื่นๆ สีหน้าและท่าทีของนางยังคงเย็นชาและสงบไม่แยแส นางไม่รู้สึกเสียใจหรือรู้สึกด้อยค่าเลยแม้ว่านางจะเป็นบุตรสาวของท่านแม่ทัพใหญ่

มารดาของฉิน เสี่ยวเฟิง ตั้งโต๊ะอาหารในห้องครัวอย่างเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความรักและความเอาใจใส่ เมื่อลูกสาวของนางเข้ามานั่งลงที่โต๊ะ พวกเขาก็นั่งร่วมกันด้วยความสุขใจ ฉิน เสี่ยวเฟิง สวมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพอใจขณะที่รับประทานอาหารกับมารดาของเธอ

ในใจของฉิน เสี่ยวเฟิง เต็มไปด้วยความรู้สึกที่มั่นคงและการวางแผนอย่างแน่วแน่ นางสัญญากับตัวเองว่าครั้งต่อไปนางจะทำให้ครอบครัวนี้รู้สึกเจ็บแสบยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ก่อนหน้านี้ นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของเกมส์การล้างแค้นเท่านั้น

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel