บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 โสมป่า

เหอเหยาเดินกลับมายังห้องของตน ก่อนจะนั่งนิ่งอยู่นาน อีกเพียงสองวันนางก็ต้องออกจากบ้านหลังนี้ บ้านที่เต็มไปด้วยความทรงจำของครอบครัว แต่ตอนนี้กลับเหลือเพียงเงาเลือนรางในใจ ทว่าเวลาไม่ปล่อยให้นางจมอยู่กับความเศร้านานนัก

“เจ้ากลับมานั่งทำอันใดในห้อง งานที่สั่งให้ทำเสร็จแล้วหรือไม่?” เหอถงเดินเข้ามาด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“ข้าทำเสร็จหมดแล้วเจ้าค่ะ พี่เหอถงมีสิ่งใดจะใช้ข้าหรือไม่?” เหอเหยาลุกขึ้นถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“เสร็จแล้วหรือ? แต่ข้าว่ายังน้อยไปนัก เจ้าไปเก็บฟืนให้เต็มห้อง เข้าใจหรือไม่?” เหอถงกอดอก ชี้นิ้วสั่งนางอย่างถือดี เพราะหากไม่ใช้นางทำ งานทุกอย่างคงตกอยู่ที่ตนเอง

“เจ้าค่ะ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้” เหอเหยาตอบรับ ก่อนแบกตะกร้าขึ้นหลัง เดินผ่านเหอถงมุ่งหน้าไปอีกเส้นทางหนึ่งที่คุ้นเคยบนเขา

เมื่อร่างของเหอเหยาลับสายตา เหอถงก็ถอนหายใจแรง ๆ อีกเพียงสองวันเท่านั้น นางก็จะออกไปจากบ้านนี้เสียที คิดแล้วความขุ่นเคืองในใจค่อย ๆ เบาบางลง

ฝั่งเหอเหยาเองก็ก้าวขึ้นเขาอย่างมั่นคง นางตั้งใจแน่วแน่ว่าต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้พี่หวังอันฟื้นขึ้นมา หากเขาไม่ปรารถนานางจริง เอาไว้เมื่อฟื้นแล้วค่อยพูดค่อยจากันก็ยังไม่สาย แต่ก่อนถึงวันนั้น นางต้องเตรียมตัวให้พร้อม ต้องแข็งแกร่งพอที่จะอยู่ได้ด้วยตนเอง

แต่หากพี่หวังอันฟื้นขึ้นมา…เขาเป็นถึงบัณฑิตอันดับหนึ่ง อนาคตย่อมไปได้ดี ไม่แน่ว่าอาจสอบผ่านขั้นจอหงวนด้วยซ้ำ เมื่อถึงเวลานั้นคงมีหญิงงามมากมายอยากได้เขาเป็นคู่ครอง

นางสลัดความคิดนั้นออก ก่อนเดินเก็บกิ่งไม้แห้งตามทาง พอได้เต็มตะกร้าแล้ว นางใช้เถาวัลย์มัดรวมกันและแอบซ่อนไว้ ทันใดนั้นสายตาก็สะดุดกับบางสิ่งใต้ต้นไม้ใหญ่ ใบไม้ร่วงปกคลุมไว้จนดูผิดสังเกต

นางใช้ไม้ค่อย ๆ เขี่ยออก จึงพบว่ามันเป็นต้นโสมป่า ลำต้นสีเขียวอมม่วง ในหนึ่งก้านมีสามถึงห้าใบย่อยเรียงกันเป็นรูปดาว ลักษณะคุ้นตาเพราะก่อนย้อนเวลากลับมา นางเคยเห็นโสมเช่นนี้มาก่อน ยิ่งรูปร่างรากซับซ้อนมากเท่าไร ยิ่งหมายถึงอายุที่ยาวนาน และมูลค่าที่สูงล้ำ

มีโสมอยู่สองต้น ต้นหนึ่งยังเล็ก แต่ต้นใหญ่กลับสมบูรณ์และมีขนาดใหญ่กว่าโสมป่าทั่วไป หากปล่อยไว้เกรงว่าจะถูกผู้ใดมาขุดเอาไปเสียก่อน

เหอเหยาค่อย ๆ ใช้มีดพกขุดดินอย่างระมัดระวัง จนเห็นส่วนรากด้านล่างชัดเจน ดูจากรอยย่นและความยาวแล้ว มันน่าจะมีอายุมากกว่าห้าสิบปีเป็นอย่างน้อย

นางไม่ได้คิดจะนำไปขาย แต่จะมอบให้ท่านป้าชินหยูต้มเป็นยาให้พี่หวังอัน หากเขาฟื้นขึ้นมา นางก็ไม่ต้องเป็นม่ายแล้วมิใช่หรือ

นางใช้ผ้าเช็ดหน้าห่อรากโสมอย่างประณีต ก่อนกลบใบไม้คืนที่เดิม และใช้เถาวัลย์ใกล้ ๆ ปิดทางเข้าไว้เพื่อไม่ให้ใครมองเห็น จากนั้นเก็บโสมที่ห่อเรียบร้อยซ่อนไว้ในสาบเสื้อด้านหน้าอย่างดี

หลังได้ของล้ำค่าแล้ว นางเร่งเก็บฟืนที่ซ่อนไว้ก่อนหน้านั้น แล้วนำทั้งหมดกลับบ้านของท่านลุงอย่างเร่งรีบ นางมองสอดส่องสายตา แต่ทว่ากลับไม่พบผู้ใดอยู่ในบริเวณนั้น หลังจากเก็บฟืนเสร็จเรียบร้อย นางจึงแอบกลับไปในห้องเพื่อเก็บโสมป่าที่ได้มาเอาไว้อย่างมิดชิด

เมื่อเหลือบมองไปยังท้องฟ้าที่ตะวันเริ่มทอแสงสีส้ม นางเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อทำอาหารให้ครอบครัวของท่านลุงกินอย่างเช่นทุกวัน แต่ทว่าในตอนที่นางกำลังจะเดินออกจากห้องครัวเพื่อให้คนทั้งบ้านรับประทานอาหารให้เสร็จเสียก่อน นางได้ยินเสียงเรียบเย็นอันคุ้นเคยดังขึ้นมา

“เย็นนี้เจ้าอยู่กินอาหารกับพวกข้านี่ละ” เหอยู่หันมองไปยังหลานสาวเล็กน้อยก่อนเอ่ยเสียงเรียบออกไป

“เจ้าค่ะ” นางนั่งลงห่างจากคนอื่นเล็กน้อย ก่อนกินอาหารที่อยู่บนโต๊ะไปพร้อมกัน

เป็นครั้งแรกที่นางได้นั่งร่วมโต๊ะอาหารกับท่านลุงอย่างเป็นทางการ

“เหอเหยา แม้เจ้าแต่งออกไปแล้ว เจ้าต้องประพฤติตัวให้ดี ถึงเด็กหนุ่มนั้นจะไม่ฟื้น เจ้าก็ต้องดูแลแม่สามีให้เหมาะสม” เหอยู่กล่าวเสียงเข้ม

เหอเหยาก้มศีรษะ ตอบอย่างเคารพ “เจ้าค่ะ ข้าจะดูแลท่านป้าชินหยูอย่างเต็มความสามารถ” แปลว่าท่านลุงคงเชื่อว่าพี่หวังอันไม่มีวันฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว…

หญิงสาวอีกคนที่นั่งร่วมโต๊ะยกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ นางพอใจที่เห็นเหอเหยากำลังจะเป็นม่าย หากเป็นเมื่อก่อน ตอนที่พี่หวังอันยังสุขภาพดี นางอาจอิจฉา แต่บัดนี้ชายหนุ่มไร้ทางฟื้นขึ้นมาแล้ว มีอันใดให้ริษยาอีกเล่า แต่งเข้าไปก็มีแต่ความอับจนรออยู่เท่านั้น

และเวลาได้ล่วงเลยผ่านไปอีกสองวัน เหอเหยาเก็บเสื้อผ้าอันน้อยนิดของตนเองไว้ในห่อเล็ก ๆ ครั้งก่อนนางเคยมีชุดงดงามหลายชุด ทว่าบัดนี้สิ่งเหล่านั้นตกเป็นของเหอถงทั้งหมดแล้ว นางซ่อนปิ่นเงินกับโสมป่าไว้ในชั้นเสื้อ ก่อนยกห่อผ้าขึ้นแนบอก เดินมุ่งหน้าออกจากบ้านไปยังหน้าประตูที่ท่านป้าชินหยูยืนรออยู่

ก่อนเดินออกไป นางหันมองกลับไปทางด้านหลัง แต่ทว่ากลับไม่พบใครที่ออกมาส่งตนเองแม้แต่คนเดียว นางเผลอหลุ่บตาลงเล็กน้อย สูดหายใจเข้าปอดหนึ่งครั้ง ก่อนหันกลับไปมองทางประตูรั้วบ้าน เพื่อไปพบกับคนที่จะนำพานางออกจากที่แห่งนี้

“เจ้ามาแล้วหรือ ของเจ้ามีเพียงเท่านี้เองรึ” ชุยหยูมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน นางมองไปยังห่อผ้าบาง ๆ ของเหอเหยา ด้วยดวงตาสั่นไหว ก่อนยกมือขึ้นลูบหลังเด็กสาวเบา ๆ

“มีเพียงเท่านี้เจ้าค่ะ” นางตอบพร้อมส่งยิ้มจาง ๆ

“ไม่เป็นไร ต่อไปเมื่อเจ้าอยู่กับข้า ข้าจะเย็บชุดให้เจ้าใหม่เอง” น้ำเสียงของชุยหยูเต็มไปด้วยความสงสาร ก่อนพานางเดินกลับไปยังบ้านของตน

เหอเหยาเดินตามหลังอย่างเงียบงัน นางไม่ชินกับการสนทนากับผู้คนมากนักในชาติที่ผ่านมา จึงไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใดกับหญิงตรงหน้า

“ถึงบ้านของเราแล้ว ต่อไปนี้เจ้าอยู่ที่นี่ ดูแลลูกชายของข้าให้ดี เพียงเท่านี้ก็พอ” ชุยหยูพานางไปยังห้องว่างหนึ่งห้อง ให้นางเก็บข้าวของไว้ที่นั่น

เมื่อจัดของเสร็จ ชุยหยูจึงพานางไปยังอีกห้องหนึ่ง ภายในห้องมีร่างสูงสงบนิ่งนอนอยู่บนเตียงเตา ใบหน้าของเขาแม้ยามหลับก็ยังงดงามราวภาพวาด

“นี่คือลูกชายของข้า และจะเป็นสามีของเจ้าในอนาคต เจ้าควรเข้ามาดูเขาใกล้ ๆ และเรียนรู้วิธีดูแลให้ดี” น้ำเสียงของนางแผ่วลงเมื่อมองใบหน้าลูกชาย ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้า

เหอเหยานั่งลงอย่างเงียบงัน มองใบหน้าที่ตนไม่คุ้นเคยนัก ในชาติที่แล้ว นางยังไม่ทันได้พบหน้าเขา เขาก็จากไปก่อน วันนี้นางมีโอกาสใหม่ นางตั้งใจว่าจะต้องช่วยให้เขาฟื้นขึ้นให้ได้ เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของชีวิตนางเอง

“ท่านป้า ข้าต้องขอบคุณท่านที่ช่วยพาข้าออกมาจากบ้านหลังนั้น ไม่ว่าท่านจะมีเหตุผลใดก็ตาม ข้าไม่มีสิ่งใดตอบแทน นอกจากของสิ่งนี้…หวังว่าจะช่วยพี่หวังอันได้บ้างเจ้าค่ะ” นางหยิบห่อผ้าสีน้ำตาลออกมา ส่งให้ป้าชุยหยูด้วยแววตาจริงใจ

ชุยหยูซาบซึ้งคำพูดของเด็กสาว แต่หอผ้าที่นางส่งให้ช่างดึงดูดสายตายิ่งนัก “ของอันใดหรือ” ชุยหยูรับมาด้วยความสงสัย แต่เมื่อเปิดออกดู นางถึงกับชะงัก ดวงตาสั่นระริก

“นี่…โสมป่าอย่างงั้นหรือ”

“เจ้าค่ะ ข้าพบมันเมื่อสองวันก่อน ข้าคิดว่ามันน่าจะช่วยพี่หวังอันได้บ้าง” เหอเหยาตอบตามจริงโดยไม่คิดปิดบัง

ชุยหยูมองหน้าเด็กสาวด้วยความตื้นตัน “เจ้า…ช่างเป็นโชคดีของลูกชายข้าแท้ ๆ พระภิกษุท่านนั้นว่าไว้ไม่ผิดเลย ว่าข้าจะพบเด็กผู้หนึ่งที่จะช่วยให้ลูกข้าฟื้นขึ้นมาได้ ต้องเป็นเจ้าแน่ ขอบใจเจ้ามากนะ เหอเหยา” ความรู้สึกดีงามฉายชัดในดวงตาของนาง

เหอเหยาเพียงยิ้มรับ สายตายังคงทอดมองร่างชายหนุ่มบนเตียง เขาหล่อเหลายิ่งนัก คิ้วที่เชิดขึ้นเล็กน้อยบ่งบอกถึงความไม่ยอมใคร นางอดสงสัยไม่ได้ว่าหากเขาฟื้นขึ้นมา เขาจะเป็นคนเช่นไร

เมื่อเรียนรู้วิธีดูแลพี่หวังอันแล้ว นางก็คอยจัดการทุกอย่างเท่าที่ทำได้ นางไม่เคยอยู่นิ่งแม้ยามอยู่บ้านของตนเอง เมื่อต้องมาอาศัยในบ้านหลังนี้ นางยิ่งออกแรงช่วยเหลือจนป้าชินหยูเริ่มเอ็นดูนางมากขึ้นทุกวัน

หลังจากป้าชุยหยูต้มโสมป่าให้พี่หวังอันกินตามคำของท่านหมอ ผ่านไปหลายวัน ใบหน้าที่เคยซีดขาวของเขาก็ค่อย ๆ ดูมีสีเลือดขึ้นผิดหูผิดตา ทำให้ความหวังในใจของเหอเหยาก็สว่างขึ้นทีละน้อยเช่นกัน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel