บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 - 1

ตอนที่ 3

ชายหนุ่มค่อยๆ หันตัวตามเสียงนั้น ใจเต้นแรงขึ้นทันที ทั้งความคุ้นเคยและความประหลาดใจปะปนกัน เขาพยายามกลั้นลมหายใจเพื่อยืนยันว่าตัวเองไม่ได้คิดไปเอง… ใช่จริงๆ ปริม คนรักเก่าของเขากำลังยืนอยู่ตรงหน้า ยิ้มบางๆ ให้เขาอย่างใจดี รอยยิ้มนั้นเหมือนย้อนอดีตกลับมาหาเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว

เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ช้าๆ ทุกก้าวเหมือนถูกตรึงด้วยแรงดึงดูดจากความทรงจำ ความเงียบชั่วครู่ปกคลุมรอบตัว จนกระทั่งเขาเงยหน้ามองปริมอีกครั้ง จนกว่าจะได้ยินเสียงตัวเองเรียบเรียงคำพูด

“ปริม… กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่” น้ำเสียงเรียบเย็นแต่แฝงรอยยิ้มบางๆ ที่ไม่เต็มปากนัก รอยยิ้มเล็กๆ นั้นสะท้อนถึงความทรงจำเก่าและความรู้สึกที่ยังค้างคา แม้มันจะปรากฏต่อหน้าภรรยาของเขาที่นั่งอยู่เงียบๆ และสังเกตทุกความเคลื่อนไหว

“ปริมกลับได้สองอาทิตย์แล้ว” ปริมเอ่ยบอกเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม

“สวัสดีค่ะ คุณแม่” ปริมยกมือไหว้แม่ของคนรักเก่าแต่พิมลรัตน์ไม่มีแต่จะหันมารับไหว้เธอ ปริมหน้าเสียทันที

“แล้วนี้มากินข้าวเหรอ มากับใคร” ชายหนุ่มที่เห็นสีหน้าของคนรักเก่าเจื่อนลงจึงเปลี่ยนเรื่องคุย เขาเอ่ยถามเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่ม

“ค่ะ แต่จะกลับแล้ว เจอพี่เลยเข้าทักนะคะ” ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ

หญิงสาวมองสามีด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าเขาดูผ่อนคลายกว่าตอนที่อยู่กับเธอเสียอีก เพราะคนรักเก่าของเขากลับมา เธอรู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดแน่นขึ้นทุกวินาที รู้ทันทีว่าในใจของเขายังมีใครอีกคนที่เธอไม่อาจแย่งไปได้

มือเล็กสั่นจนจิกเนื้อตัวเองจนเลือดซึม เธอก้มหน้าลง ไม่กล้าสบสายตากับภาพที่บาดตาบาดใจนั้น รู้สึกเหมือนตัวเองเล็กลงในโลกที่เต็มไปด้วยความทรงจำและความรักที่ไม่ใช่ของเธอ

พิมลรัตน์ยื่นมือมาจับมือของลูกสะใภ้ไว้แน่น ราวกับส่งความอบอุ่นและกำลังใจให้เธอยืนหยัดต่อไป แม้ขวัญข้าวยังเจ็บปวดอยู่ แต่เธอกลั้นใจเงยหน้าขึ้น ส่งรอยยิ้มบางๆ ให้แม่สามีที่อยู่เคียงข้างเธอเสมอ

“ตากรณ์ กลับมานั่งกินข้าวได้แล้ว ส่วนใครที่ไม่ไดรับเชิญกรุณาไปได้แล้ว” พิมลรัตน์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยือก ปริมแสร้งทำหน้าเศร้าให้เขาเห็นใจ

“ตากรณ์” พิมลรัตน์เอ่ยเรียกลุกชายอีกครั้งเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยังคงยืนนิ่งไม่ยอมกลับมานั่ง เธอเหลือบมองปริมด้วยสายตาไม่ไว้ใจ

“งั้นปริมกลับก่อนนะคะ” เธอพูดจบก็หันหลังเดินออกจากตรงนั้นทันที ชายหนุ่มก็ยังคงมองตามเธอด้วยสายตาอาลัยอาวร

“หึ ไม่ตามไปด้วยล่ะ อย่าลืมว่าแกแต่งงานแล้ว” พิมลรัตน์หัวเราะในลำคอก่อนจะพูดออกมาด้วยความประชดลูกชายที่ยังอาลัยอาวรผู้หญิงคนนั้นไม่เลิก

“ผมรู้ ผมไม่มีวันลืมหรอกครับ” เขาพูดพร้อมมองภรรยาที่ก้มหน้าอยู่ ด้วยแววตาที่เฉยชาไร้ความรู้สึกต่างกับมองคนรักเก่าโดยสิ้นเชิง

หลังจากนั้นบนโต๊ะอาหารมีเสียงพูดคุยของหญิงสาวและพิมลรัตน์บ้าง พิมลรัตน์พยายามชวนลูกสะใภ้คุยเพราะไม่อยากให้เธอคิดมาก

“อิ่มไหมลูก” พิมลรัตนืเอ่ยหญิงสาวที่กำลังพากันเดินอกจากร้านอาหาร

“ค่ะ คุณแม่” หยิงสาวฝืนยิ้มให้แม่สามี ก่อนจะตอบกลับออกไปแผ่วเบา

“แม่ไม่คิดจะคุยกับผมบ้างเหรอ ผมเป็นลูกแม่นะ” ชายหนุ่มพูดออกมาดเวยความน้อยเนื้อตำใจที่ผู้เป้นแม่เอาแต่ใจใส่คนอื่นไม่สนใจเขาเลย

“ถ้าเป็นแม่ก็ต้องเชื่อในสิ่งที่แม่พูด ไม่ใช่หลงจนไม่ฟังอะไรเลย” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายที่แม่เอาแต่พูดเรื่องเก่า เขารู้ดีว่าแม่เขาหมายถึงอะไร

ท่านเคยบอกว่าปริมเป็นผู้หญิงที่ไม่น่าไว้ใจ เธอไม่ได้รักเขา เธอต้องการผลประโยชน์จากเขา และแน่นอนเขาไม่เชื่อที่แม่พูดเพราะจะเป็นไปได้ยังไง ปริมเป็นผู้หญิงที่ทางบ้านไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าเขาด้วยซ้ำ

ร้านขนมเค้ก

รถตู้หรูจัดเทียบหน้าร้านขนทของเธออย่างช้าๆ ก่อนที่หญิงสาวจะลงจากอย่างระมัดระวัง

“แม่ไปก่อนะลูก ไปหาแม่บ้างนะ” พิมลรัตน์บอกลาลูกสะใภ้ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

“ค่ะ คุณแม่สวัสดีค่ะ” เธอยกมือไหว้แม่สามี สายตาของเธอมองไปยังสามีที่ก้มตาหน้าพิมพ์อะไรสักอย่างในโทรศัพท์มือถือโดยไม่แม้แต่จะหันมามองเธอเลยสักเสี้ยว

คอนโดหรู

เวลา 18:00 น.

ภายในห้องครัวสว่างไสวด้วยแสงไฟอุ่นที่สะท้อนบนพื้นไม้เงาวับ กลิ่นหอมของอาหารเย็นลอยอบอวลอยู่ในอากาศ หญิงสาวร่างบางยืนอยู่หน้าเคาเตอร์ สายตาเต็มไปด้วยความตั้งใจ ข้อมือเธอขยับช้า ๆ ขณะหั่นผักและปรุงรสให้เข้าที่ อลิษาเพิ่งกลับมาจากร้านขนมที่เธอเป็นเจ้าของไม่นาน แต่ร่างกายที่เหน็ดเหนื่อยก็ไม่อาจหยุดความปรารถนาที่จะทำอาหารรอคนที่เธอรัก

ถึงแม้เมื่อตอนเช้าเขาให้คำตอบเธอไม่เต็มร้อยมากหนัก แต่เธอก็ยังคงทำอาหารเย็นรอเขาอย่างที่เคยทำทุกวัน มือเล็กหยิบกระทะขึ้นตั้งไฟ เสียงน้ำมันกระทบผักดังจังหวะเบา ๆ คลอไปกับเสียงนาฬิกาที่ติดผนัง ทำให้ทุกวินาทีของช่วงเย็นเต็มไปด้วยความเงียบสงบและความอุ่นใจในครัวเล็ก ๆ ของเธอ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel