
บทย่อ
“เอ่อ…คุณกรณ์ค่ะ เมยอยากชวนคุณไป…” เธอเริ่มเอ่ย แต่ถูกเขาขัดขึ้นมาก่อนราวกับรู้ว่ากำลังขอ “ฉันไม่ว่าง” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ “ค่ะ…” เธอหน้าเจื่อนลง แต่ยังพยายามฝืนยิ้มออกมา เธอรู้ดีว่าเขาไม่อยากไปด้วย แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองยังอยากชวนเขาอยู่ “เย็นนี้คุณจะกลับมาทานข้าวไหมคะ เมยจะได้เตรียมของโปรดไว้ให้คุณ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน บางวันเขาเลือกทานข้าวนอกบ้าน แต่บางวันก็กลับมาทานอาหารที่เธอทำ “ยังไม่รู้…ฉันอิ่มแล้ว” เขาพูดจบก็ลุกขึ้นทันที เธอรีบวางช้อนและลุกตามไปส่งเขาหน้าประตูเหมือนทุกวัน
บทนำ
บทนำ
คอนโดมิเนียมหรูย่านใจกลางเมือง
แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านผ้าม่านผืนบางเข้ามาในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่นอนอยู่ข้างชายหนุ่มรู้สึกตัวขึ้น เธอลืมตาช้าๆ พลางหันไปมองใบหน้าของสามีที่ยังหลับสนิทด้วยแววตาอ่อนโยน เต็มไปด้วยความรักและความผูกพันที่มีแต่เธอฝ่ายเดียว ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวลุกออกจากเตียงอย่างแผ่วเบา ราวกลัวจะรบกวนความฝันของเขา
เมย อลิษา หญิงสาวผู้สูญเสียพ่อแม่ตั้งแต่อายุเพียงสิบขวบจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ หลังจากนั้น พิมลรัตน์ แม่ของ กรณ์ กรวิชญ์ เพื่อนรักของแม่เธอ จึงรับเธอมาอุปการะเลี้ยงดูอย่างลูกแท้ๆ ชีวิตของเธอดำเนินไปด้วยความสงบสุข จนกระทั่งวันหนึ่ง…ทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อความผิดพลาดเพียงคืนเดียวทำให้เธอกลายเป็น “ภรรยา” ของกรณ์ กรวิชญ์ ลูกชายเพียงคนเดียวของพิมล
ตลอดสามปีหลังแต่งงาน เธอใช้หัวใจทั้งดวงดูแลเขาอย่างดีที่สุด แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียง “ความเฉยชา” เพราะในสายตาของเขา เธอคือผู้หญิงที่แพศยาที่วางยาเพื่อต้องการจับเขา ไม่ว่าเธอจะพยายามอธิบายเท่าใด เขาก็ไม่เคยเชื่อ… และไม่เคยมองเห็นความรักบริสุทธิ์ที่เธอมอบให้เลยแม้สักครั้งเดียว
หลังจากจัดการธุระในห้องน้ำเสร็จ เธอก็รีบก้าวออกมาจากห้องเพื่อเตรียมทำอาหารเช้าให้เขาก่อนที่เขาจะไปทำงาน ถึงแม้ชายหนุ่มจะยังคงแสดงท่าทีเย็นชาเหมือนเดิม แต่เขาก็ไม่เคยปฏิเสธสิ่งที่เธอตั้งใจทำให้เลยสักครั้ง เพียงเท่านี้…หัวใจของเธอก็รู้สึกอุ่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ไม่นานนัก กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของข้าวต้มร้อนลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัว กลิ่นนั้นชวนให้คิดถึงความอบอุ่นในบ้านหลังเก่า สูตรข้าวต้มถ้วยนี้ เธอได้เรียนรู้มาจากแม่ของเขาโดยตั้งใจ เพราะอยากให้รสชาติที่เขาได้กินในทุกเช้า ไม่ต่างจากรสมือของคนที่เขารักมากที่สุด
หญิงสาวตักข้าวต้มหมูของโปรดของเขาใส่ถ้วยอย่างตั้งใจ บนใบหน้าของเธอสว่างด้วยรอยยิ้มสดใส ทุกครั้งที่ทำอะไรให้เขา เธอมักรู้สึกมีความสุขใจ เมื่อจัดโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอเดินกลับเข้าห้องนอนเพื่อปลุกเขา
แกร๊ก~
เธอเปิดประตูเข้าห้องอย่างช้า ๆ แต่เมื่อมองไปยังเตียงนอนซึ่งเคยมีร่างของเขาอยู่ กลับว่างเปล่า ทำให้เธอรู้ทันทีว่าเขาตื่นแล้ว คงกำลังทำธุระส่วนตัวอยู่ในห้องน้ำ เธอจึงเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแทน เพื่อจัดชุดทำงานให้เขาเหมือนที่ทำมาตลอดสามปี
“คุณกรณ์ค่ะ…เมยเตรียมชุดให้คุณแล้วนะคะ” หญิงสาวพูดพร้อมยื่นชุดให้เขา ชายหนุ่มมองเธอด้วยแววตาว่างเปล่าก่อนรับชุดไป แล้วหันหลังเดินเข้าห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้ง
“เมื่อไหร่คุณจะเชื่อใจเมยบ้างคะ…” เธอพึมพำด้วยความน้อยใจ ก่อนเดินออกจากห้องนอนไปนั่งรอเขาที่โต๊ะอาหาร
ไม่นานชายหนุ่มเดินออกจากห้องนอนด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไร้ซึ่งรอยยิ้มหรือความอบอุ่น เขานั่งลงตรงข้ามเธอ ตักข้าวต้มเข้าปากโดยไม่พูดอะไร เธอก้มหน้าก้มตากินข้าวต้มเช่นกัน ทำให้ความเงียบปกคลุมโต๊ะอาหาร แม้เธอจะคุ้นชินกับความเย็นชาเช่นนี้ แต่ครั้งนี้กลับรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
“เอ่อ…คุณกรณ์ค่ะ เมยอยากชวนคุณไป…” เธอเริ่มเอ่ย แต่ถูกเขาขัดขึ้นมาก่อนราวกับรู้ว่ากำลังขอ
“ฉันไม่ว่าง” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ
“ค่ะ…” เธอหน้าเจื่อนลง แต่ยังพยายามฝืนยิ้มออกมา เธอรู้ดีว่าเขาไม่อยากไปด้วย แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองยังอยากชวนเขาอยู่
“เย็นนี้คุณจะกลับมาทานข้าวไหมคะ เมยจะได้เตรียมของโปรดไว้ให้คุณ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน บางวันเขาเลือกทานข้าวนอกบ้าน แต่บางวันก็กลับมาทานอาหารที่เธอทำ
“ยังไม่รู้…ฉันอิ่มแล้ว” เขาพูดจบก็ลุกขึ้นทันที เธอรีบวางช้อนและลุกตามไปส่งเขาหน้าประตูเหมือนทุกวัน
“เดินทางปลอดภัยนะคะ” เธอเอ่ยไล่หลัง เขาไม่หันมามอง เธอจึงยืนมองจนเขาเดินไปไกลแล้วค่อยปิดประตู
หลังจากจัดเก็บถ้วยข้าวต้มและล้างเรียบร้อย เธอไปอาบน้ำเตรียมตัวเปิดร้านขนมเค้ก หรือเรียกง่าย ๆ ว่าคาเฟ่ของเธอ เธอเปิดร้านนี้มานานเกือบสี่ปีแล้ว ส่วนหนึ่งมาจากเงินของแม่บุญธรรม พิมลรัตน์ อีกส่วนมาจากน้ำพักน้ำแรงของเธอเอง ทำให้เธอรักร้านนี้มาก ใส่ใจทุกรายละเอียด แม้แต่การคิดเมนูใหม่ ๆ เพื่อให้ลูกค้าเข้าร้านแล้วไม่เบื่อ
