บทที่ 3 แต่งงาน
บทที่ 3 แต่งงาน
รุ่งเช้า
หญิงสาวตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าตามความเคยชิน เพราะตอนอยู่ที่บ้านเธอต้องรับหน้าที่ทำอาหารเช้าให้พ่อและแม่เลี้ยงทุกวัน ร่างบางเดินตรงไปที่ห้องครัวเพื่อลงมาช่วยป้าน้อยเตรียมอาหารเช้าอย่างที่เคยทำเป็นประจำ ก่อนจะออกไปทำงานที่บริษัทของผู้เป็นพ่อ
“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ป้าน้อย” เสียงหวานของหญิงสาวที่ดูสดใสกว่าเมื่อวานดังขึ้น ส่งผลให้ป้าน้อยที่กำลังเพลิดเพลินกับการทำอาหารสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจจนตัวโยน
“ว้าย คุณบัว ป้าตกใจหมดเลยค่ะ” มือรีบกุมอกพลางถอนหายใจทิ้งแรงๆ
“บัวขอโทษค่ะ บัวไม่คิดว่าป้าจะตกใจขนาดนี้” หญิงสาวรีบเอ่ยขอโทษด้วยความลุกลี้ลุกลน เมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของหญิงสูงวัย ความรู้สึกผิดฉายชัดขึ้นมาในดวงตาคู่สวยทันที
“ไม่เป็นอะไรเลยค่ะ… ว่าแต่คุณบัวจะไปไหนคะ แต่งตัวสวยจัง” ป้าน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย พลางกวาดสายตามองชุดที่หญิงสาวสวมใส่อย่างประณีต ซึ่งดูเหมือนเธอกำลังจะเตรียมตัวออกไปข้างนอก
“บัวจะไปทำงานค่ะ”
“ไม่ต้องไปทำแล้วลูก…” เสียงทุ้มเปี่ยมด้วยอำนาจของคุณย่าดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้หญิงสาวชะงักไป
“ทำไมคะคุณย่า” บัวหันไปตามเสียงก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“ก็ย่าบอกแล้วไงว่าหนูคือหลานย่า ต่อไปนี้ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวนั้นอีกแล้ว” วนิดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แววตาที่มองหลานสาวเต็มไปด้วยความเมตตาและต้องการปกป้อง
“คงไม่ได้หรอกครับ” ทว่าเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความแข็งกร้าวของเกริกกลับดังขัดจังหวะขึ้น เขาปรากฏตัวที่นี่เพื่อมาตามลูกสาวกลับบ้าน ไม่ได้ตั้งใจจะมาสร้างความวุ่นวาย แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่วนิดาเอ่ยออกมา ความไม่พอใจก็ปะทุขึ้นในใจทันที เพราะบริษัทของเขายังคงต้องใช้ตัวลูกสาวคนนี้เป็นหมากสำคัญ
“เพราะบัวคือลูกผม” เกริกประกาศกร้าว ยืนประจันหน้ากับวนิดาอย่างไม่ลดละ
“หึ ลูกสาวเหรอ... แกเพิ่งนึกขึ้นได้เหรอว่าหนูบัวก็เป็นลูกของแก… ไม่ใช่ว่าแกยังต้องใช้ผลประโยชน์จากหนูบัวเหรอ” วนิดาเงียบไปอึดใจ แววตาแข็งกร้าวจ้องมองเกริกอย่างตัดพ้า ก่อนจะเอ่ยประโยคตอกย้ำความจริงที่อาจทำให้หลานสาวต้องเสียใจออกมาตรงๆ
“ผมไม่อยากทะเลาะ บัวกลับบ้าน” เกริกตัดบทอย่างรำคาญใจ เขาไม่สนคำทัดทานใดๆ พลางสาวเท้าเข้าไปรั้งแขนลูกสาวแล้วกระชากให้เดินตามอย่างแรงจนร่างบางถลันไปตามแรงดึง บัวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวดที่ข้อมือ แต่ดูเหมือนผู้เป็นพ่อจะไม่ได้สนใจท่าทางนั้นเลยสักนิด
“ปล่อยหนูบัวนะ เจ้าเกริกอย่าให้ฉันต้องโทรแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุก” คุณย่าพูดด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดและเต็มไปด้วยอำนาจจนเกริกชะงักมือที่กำลังรั้งแขนลูกสาวไว้
“ก็ได้ อยากจะไปซุกหัวอยู่กับคนอื่นนักก็เชิญ” เกริกสะบัดเสียงใส่บัวอย่างไม่ปิดบังอารมณ์ “แต่อย่าคลานกลับมาขอเงินฉันก็แล้วกัน ขาดแกคนเดียว บริษัทฉันไม่เจ๊งหรอก”
“ไม่ต้องห่วงหรอกเจ้าเกริก” วนิดาตอบกลับทันที น้ำเสียงเรียบ แต่หนักแน่นจนคนฟังสะดุด “เพราะต่อให้วันไหนหนูบัวลำบากแค่ไหน…เธอก็จะไม่กลับไปให้แกเหยียบซ้ำอีก” เกริกชะงัก หันขวับกลับมา สีหน้าเริ่มไม่พอใจ
“คุณป้าหมายความว่ายังไง” ป้าวนิดายืนตัวตรง สายตานิ่งและจริงจังแบบที่ไม่มีใครกล้าสบ
“หมายความว่า…ตั้งแต่วันนี้ หนูบัวจะไม่เกี่ยวอะไรกับแกอีก” คำพูดนั้นทำให้บัวเงยหน้าขึ้นมองทันที หัวใจเต้นแรงอย่างไม่รู้ตัว
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หนูบัวคือคนในตระกูลของฉัน แกจะไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่งเกี่ยวอีกต่อไป เชิญแกกลับไปหาลูกเมียที่แกรักเถอะ” ป้าวนิดาพูดช้า ๆ ทีละคำ ก่อนจะทิ้งประโยคต่อมาลงไปเหมือนฟ้าผ่า “และฉันจะให้หนูบัวแต่งงานกับตาโปรด”
“คุณป้า” บัวอุทานออกมาแทบไม่ทันคิด ใจหวิววูบเหมือนยืนอยู่บนขอบเหว
เกริกหัวเราะในลำคอ สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลน
“แต่งงานกับหลานชายคุณป้าน่ะเหรอ คุณป้าถามเจ้สโปรดหรือยัง ว่ามันจะยินยอมรึเปล่า”
“ตาโปรดจะคิดยังไง ฉันจัดการเอง” ป้าวนิดาสวนกลับทันทีโดยไม่ลังเล
“แต่ที่แน่ ๆ หลานชายฉันเป็นผู้ชายพอ…ที่จะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงคนหนึ่งต้องร้องไห้เพราะคนเป็นพ่อทุกวันแบบนี้”
เธอก้าวเข้าไปจับมือบัวไว้แน่น ราวกับจะยืนยันทุกคำพูดของตัวเอง
“ฉันทนเห็นหลานฉันเจ็บเพราะแกมามากพอแล้ว เกริก…กลับไปซะ” น้ำเสียงสุดท้ายไม่ได้ดัง แต่หนักจนเหมือนตัดทุกทาง
“แล้วจำเอาไว้ ตั้งแต่นี้ไป หนูบัวไม่ใช่ลูกสาวของแก” คำพูดนั้นเหมือนตบลงกลางหน้า เกริกนิ่งค้างไปชั่วขณะ กรามขบแน่นจนเป็นสัน สายตาวาวโรจน์แต่พูดอะไรไม่ออก
สุดท้ายเขาทำได้แค่สะบัดหน้าอย่างแรง ก่อนจะเดินกลับไปที่รถ ทิ้งบรรยากาศตึงเครียดเอาไว้ด้านหลัง
เสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น ก่อนจะค่อย ๆ หายไปพร้อมกับตัวเขาที่พ้นรั้วบ้านบัวที่ยืนแข็งอยู่ตรงนั้นค่อย ๆ หันกลับมามองป้าวนิดา ดวงตายังเต็มไปด้วยความสับสนและตกใจ
“คุณย่าคะ…เรื่องแต่งงานกับพี่โปรด…คุณย่าพูดจริงเหรอคะ” วนิดามองเธอด้วยสายตาอ่อนลง แต่ความตั้งใจยังชัดเจนเหมือนเดิม
“ย่าพูดจริงลูก”
มือที่กุมอยู่บีบแน่นขึ้นเล็กน้อย ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไป
“ป้าจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายหนูอีกแล้ว” เธอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“และถ้าการทำให้หนูเป็นคนในครอบครัวย่า อย่างถูกต้อง…คือทางเดียวที่ปกป้องหนูได้ ย่าก็จะทำ”
“แต่ผมไม่ยอมรับ” เสียงทุ้มเข้มที่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบดังขึ้นที่หัวบันได โปรดเดินลงมาอย่างช้าๆ แต่ละก้าวของเขานิ่งสนิทแต่แฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล สายตาคมกริบจ้องตรงไปยังหญิงสาวที่ยืนตัวสั่นอยู่ข้างคุณย่าของเขา ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ตรงหน้าด้วยรังสีความโกรธที่ทำให้อากาศรอบข้างอึดอัดขึ้นมาทันที
“ตาโปรด... ย่าทำเพื่อช่วยน้อง” วนิดาพยายามจะอธิบาย แต่หลานชายกลับยกมือขึ้นกั้นไว้ แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นว่างเปล่าไร้เยื่อใย
“ช่วยด้วยการเอา 'ภาระ' มาโยนใส่หัวผมเนี่ยนะ” โปรดแค่นยิ้มที่มุมปาก แต่มันไปไม่ถึงดวงตา เขาตวัดสายตามองบัวราวกับมองสิ่งของที่สร้างความรำคาญใจ “การแต่งงานไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่คุณย่าจะเอาไว้ใช้สงเคราะห์เด็กที่ไม่มีที่ไปแบบนี้”
“ตาโปรด พูดให้มันดีๆ หน่อย” วนิดาปรามเสียงแข็ง
“พูดดีเหรอครับ” โปรดเค่นหัวเราะหึในลำคอ เขาเดินเข้าไปใกล้บัวจนร่างบางต้องถอยกรูดไปจนชิดขอบโต๊ะ “เขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าทำแบบนี้แล้วผมต้องไม่ชอบ แต่ก็ยังเลือกที่จะยืนบีบน้ำตาให้คุณย่าสงสารจนหาทางออกมักง่ายแบบนี้มาให้ผม... แผนสูงไม่เบานี่บัว”
“บัว... บัวไม่ได้คิดแบบนั้นนะคะพี่โปรด” หญิงสาวละล่ำละลักปฏิเสธ น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มเอ่อคลอเพราะความเสียใจที่ถูกเขาดูถูก
“อย่ามาเรียกชื่อฉัน” เสียงตวาดกร้าวของเขาทำเอาบัวสะดุ้งสุดตัว ร่างทั้งร่างสั่นเทาเหมือนใบไม้ร่วง “และอย่ามาบีบน้ำตาเรียกร้องความสงสารแถวนี้ เพราะมันใช้กับฉันไม่ได้ผล”
เขามองข้ามหัวเธอไปทางคุณย่าด้วยสีหน้ากระด้างเด็ดเดี่ยว
“ถ้าคุณย่าจะให้ผมแต่งกับยัยนี่เพื่อกันพ่อของเธอไม่ให้มายุ่งที่นี่อีก... ผมก็จะแต่งให้ แต่มันจะเป็นแค่ 'ทะเบียนสมรส' ใบเดียวเท่านั้นที่เขาจะได้ไป”
โปรดโน้มตัวลงมาจนใบหน้าเกือบชิดกับบัว ลมหายใจอุ่นๆ ที่เคยทำให้เธอใจสั่น บัดนี้กลับเย็นเยียบจนน่าขนลุก
“อยากได้นักใช่ไหม... ตำแหน่งเมียฉันน่ะ” เขาถามเสียงรอดไรฟัน สายตาจ้องเขม็งไปที่ดวงตาคู่สวยที่นองด้วยน้ำตา “ได้ ฉันจะแต่งกับเธอตามความต้องการของคุณย่า แต่เตรียมใจไว้ได้เลยบัว... เพราะนรกที่บ้านพ่อเธอ มันยังเทียบไม่ได้เลยกับนรกที่ฉันกำลังจะมอบให้เธอในฐานะ 'ผัว'”
พูดจบเขาก็สะบัดหน้าหนี เดินกระแทกเท้าขึ้นบันไดไปโดยไม่หันกลับมามองแม้แต่หางตา เสียงประตูปิดดังปังลั่นบ้าน ราวกับเป็นเสียงปิดตายอิสรภาพของหญิงสาว
บัวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง น้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงพรูออกมาอย่างไม่อาจห้ามได้ ชีวิตที่เธอคิดว่ากำลังจะรอดพ้นจากขุมนรกเดิม กลับกลายเป็นการก้าวเท้าเข้าไปในกรงขังของซาตานในคราบชายที่เป็น 'รักแรก' ของเธอเอง... และครั้งนี้ดูเหมือนเขาจะใจร้ายกว่าใครทุกคนที่เธอเคยเจอมาในชีวิต
