บทที่ 2 ที่พักใจ
บทที่ 2
ณ บ้านของคุณย่า
เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดในอาณาเขตของคฤหาสน์หลังใหญ่ที่โอบล้อมด้วยความร่มรื่น บัวก็รู้สึกเหมือนได้กลับมาหายใจทั่วท้องอีกครั้ง เธอทิ้งความหนักอึ้งในใจลงได้บ้าง หญิงสาวเดินตามหลังคุณย่าเข้าไปในตัวบ้านที่เงียบสงบ
“ตาโปรดยังไม่กลับมาเหรอน้อย” วนิดาเอ่ยถามแม่บ้านคนสนิท เมื่อเห็นว่าโรงรถยังไร้วี่แววรถของหลานชาย
“ยังเลยค่ะคุณท่าน” วนิดาพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะหันมามองหลานสาวด้วยความอาทร
“หนูบัวขึ้นไปพักผ่อนก่อนเถอะลูก... น้อย พาหนูบัวไปที่ห้องหน่อยนะ”
“ค่ะคุณท่าน... เชิญค่ะคุณบัว”
วนิดามองตามแผ่นหลังบางของหลานสาวไปด้วยความห่วงใยเหลือเกิน ตั้งแต่พ่อของบัวสร้างครอบครัวใหม่ เธอก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้มที่ออกมาจากหัวใจของหญิงสาวอีกเลย แม้จะเติบโตจนบรรลุนิติภาวะแล้ว แต่ในสายตาของคุณย่า ใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นยังคงเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตาและความหมองเศร้าที่ไม่เคยจางหายไปเสียที
ห้องนอน
“ถึงแล้วค่ะ พักผ่อนนะคะ อยากได้อะไรเพิ่มเติม เรียกป้าได้ตลอดเลยนะคะ” ป้าน้อยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและมีความห่วงใย
“ค่ะ บัวขอบคุณนะคะ” ป้าน้อยยิ้มอ่อนๆ ให้กับเธอก่อนจะหันหลังเดินไป
บัวมองตามหลังแม่บ้านที่เดินลงบันไดด้วยความซาบซึ้งใจที่คนที่นี่ดีกับเธอเสมอ ไม่เหมือนกับคนเป็นพ่อแท้ๆ
แกร๊ก~
ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป บัวถึงกับชะงัก ห้องนอนกว้างขวางถูกทำความสะอาดจนกริบ ทุกอย่างถูกจัดวางไว้อย่างดีจนสัมผัสได้ถึงความใส่ใจ ทั้งผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดสะอ้านที่ถูกรีดจนเรียบตึง และกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เธอเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มๆ ความอัดอั้นที่แบกมาตลอดทั้งวันเหมือนจะค่อยๆ ทุเลาลง เพียงเพราะรู้ว่าที่ตรงนี้คุณย่าเตรียมไว้ให้เธอด้วยความรักจริงๆ
“ทำไมคุณย่าถึงดีกับบัวจัง ขนาดคุณพ่อยังไม่ใส่ใจดีขนาดนี้เลย” บัวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เมื่อนึกถึงใบหน้าของผู้เป็นพ่อ ที่มองเธอด้วยสายตาเกลียดชัง
ช่วงเย็น
หลังจากที่งีบหลับไปชั่วครู่ด้วยความเพลีย บัวจัดการล้างหน้าล้างตาให้สดชื่นขึ้น เธอไม่อยากเอาความเศร้ามาฝากคุณย่าไปมากกว่านี้ หญิงสาวตัดสินใจเดิน ตรงไปยังห้องครัวที่อยู่ทาง เพราะจำได้ว่าช่วงเวลานี้ป้าน้อยน่าจะกำลังเตรียมมื้อค่ำ
กลิ่นหอมของพริกแกงคั่วและกลิ่นกะปิโชยมาแตะจมูกทันทีที่ก้าวเท้าเข้าเขตห้องครัว บัวเห็นป้าน้อยกำลังยืนโขลกเครื่องแกงอย่างขะมักเขม้น โดยมีเด็กรับใช้คนอื่นกำลังล้างผักอยู่ใกล้ๆ
“มีอะไรให้บัวช่วยไหมคะ ป้าน้อย” เสียงหวานเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มบางๆ
“อุ๊ย คุณบัว ลงมาทำไมคะเนี่ย พักผ่อนเต็มอิ่มหรือยังคะ เดี๋ยวป้ากับเด็กๆ จัดการเองค่ะ” ป้าน้อยรีบวางสากแล้วหันมามองด้วยความตกใจ
“บัวนอนเต็มอิ่มแล้วค่ะ อยู่ว่างๆ บัวฟุ้งซ่าน ให้บัวช่วยนะคะ... งานถนัดบัวเลย” ไม่พูดเปล่า บัวขยับเข้าไปใกล้ตะกร้าผักบุ้งและโหระพาที่วางเรียงรายอยู่
“โธ่ คุณบัว... งั้นช่วยป้าเด็ดพริกกับเด็ดโหระพาก็ได้ค่ะ งานเบาๆ เดี๋ยวกลิ่นคาวจะติดเสื้อผ้า” บัวขยับเก้าอี้ไม้ออกมานั่งข้างๆ ป้าน้อย นิ้วเรียวค่อยๆ เด็ดใบโหระพาทีละใบอย่างตั้งใจ กลิ่นหอมระเหยจากสมุนไพรสดทำให้เธอรู้สึกสงบขึ้นอย่างประหลาด
“คุณย่าชอบทานแกงคั่วหอยขมใส่ใบชะพลูใช่ไหมคะ บัวจำได้”
“ความจำดีจริงเชียวค่ะคุณบัว นอกจากแกงคั่วแล้ว วันนี้ยังมีน้ำพริกลงเรือกับปลาทูทอดด้วยนะคะ ของโปรดคุณโปรดเขาด้วย รายนั้นถ้ากลับมาเหนื่อยๆ ได้ทานของชอบ คงหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง”
บัวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อ ‘คุณโปรด’ หรือ ‘ปรเมศวร์’ หลานชายแท้ๆ ของวนิดา หรือคุณย่าที่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้
“ค่ะ…” เธอพยักหน้าพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ป้าน้อยเบาใจ
“ป้าดีใจนะคะที่ คุณบัวยิ้มได้ เรื่องอะไรที่ทำให้เราทุกข์ใจ ก็ปล่อยวางบ้างนะคะ ป้าชอบเวลาคุณบัวยิ้ม มันดูสดใสมาก ๆ เลยค่ะ”
“ค่ะ…บัวจะพยายามค่ะ” ป้าน้อยพยักหน้าเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนจะหันไปทำอาหารมื้อเย็นต่อ
เวลาไปครึ่งชั่วโมง ภายในห้องครัวก็เริ่มจัดเตรียมอาหารใกล้เสร็จสมบรูณ์
“ใกล้เสร็จหรือยัง น้อย ตาโปรดใกล้จะถึงแล้วนะ อ้าว หนูบัวเข้ามาทำอะไรในครัวลูก” เสียงนุ่มนวลของคุณย่าดังขึ้น แต่ต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อเห็นหลานสาวกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าเตา
“คุณย่า พอดีบัวเบื่อๆ นะคะเลยเข้ามาช่วยป้าน้อยค่ะ” วนิดามองเธอด้วยสายตาที่อ่อนโยน
“เรานี่จริงๆ เลยชอบอยู่ไม่นิ่ง” คุณย่าดุออกมาเบาๆ แต่คนฟังกลับมองว่ามันไม่ใช้น้ำเสียงที่กำลังดุดังเลยแม้แต่น้อย “ทำกันไปถึงไหนแล้วเนี่ย…”
“เสร็จหมดทุกอย่างแล้วค่ะ เหลือแค่จัดใส่จานคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้น
“งั้นหนูบัวออกไปรอที่โต๊ะกับย่าดีกว่า ที่เหลือให้แม่บ้านเขาจัดการ” คุณย่าพูดขึ้น
“ก็ได้ค่ะ…คุณย่า” บัววางทัพพีลงก่อนจะเดินไปล้างมือให้สะอาด และเดินตามหลังคุณย่าออกจากห้องครัวไปด้วยความเสียดาย
“ย่าบอกให้พักผ่อนไม่ใช่เหรอ เผลอไม่ได้จริงๆ เลย”
“ก็บัวเบื่อนิค่ะ…คุณย่าอย่าดุเลยนะ” บัวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน คุณย่ายิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู
“ย่าไม่ได้ดุ ย่าแค่ไม่อย่าให้เราเหนื่อย”
“ไม่เหนื่อยเลยค่ะ บัวชอบทำอาหาร…เหมือนคุณแม่” เสียงของเธอเบาลงเมื่อพูดถึงผู้เป็นแม่
“ตอนนี้แม่หนูคงภูมิใจในตัวหนูมากๆ ร่วมถึงย่าด้วย” คุณย่ายื่นมือที่เหี่ยวย่นวางบนศีรษะก่อนจะลูบไปมาอย่างอ่อนโยน เธอเงยหน้าขึ้นยิ้ม ด้วยมีน้ำตาคลอเบ้า
บัวพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาต่อหน้าคุณย่า เธอไม่อยากให้บรรยากาศที่แสนอบอุ่นนี้ต้องหม่นหมองลงเพราะความขี้แยของเธอ
“ขอบคุณค่ะคุณย่า บัวสัญญาว่าจะเข้มแข็งให้ได้ค่ะ”
“ดีมากจ้ะ... อ้าว นั่นไง ตาโปรดกลับมาพอดี”
เสียงเครื่องยนต์ที่คุ้นหูดังขึ้นที่หน้ามุกคฤหาสน์ บัวจำจังหวะการดับเครื่องนี้ได้แม่นยำพอๆ กับที่จำเวลาการกลับบ้านของเขาได้แทบทุกวัน หัวใจที่เคยพยายามสงบนิ่งเต้นระรัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ ความจริงแล้ว สำหรับคนอื่น ‘คุณโปรด’ อาจจะเป็นแค่หลานชายของคุณย่าเพื่อนบ้าน แต่สำหรับบัว เขาคือ ‘รักแรกและรักเดียว’ ที่เธอเก็บซ่อนไว้ลึกที่สุด
ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีกรมท่าเดินเข้ามาในห้องโถง ใบหน้าคมคายที่ดูสุขุมกลับดูอ่อนโยนลงทันทีเมื่อเห็นบัวยืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่ได้ดูแปลกใจที่เห็นเธอ เพราะบัวแวะเวียนมาที่นี่แทบทุกวันจนเป็นภาพชินตา ทั้งการเดินสวนกันในบ้านหรือการนั่งร่วมโต๊ะทานมื้อว่างข้างคุณย่า ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นเงียบๆ ผ่านการพบเจอและท่าทางที่เขาคอยเป็นห่วงเป็นใยเธอเสมอมา ทำให้บัวเผลอยกหัวใจให้พี่ชายคนนี้ไปตั้งแต่วันไหนก็ไม่รู้
“กลับมาแล้วครับคุณย่า” โปรดเดินเข้าไปกราบที่ตักของวนิดา ก่อนจะหันมาส่งยิ้มบางๆ ให้บัวอย่างที่ทำเป็นประจำ
“มานานหรือยังเรา” น้ำเสียงทุ้มที่เต็มไปด้วยความอาทรทำเอาบัวใจสั่น เธอรีบยกมือไหว้เขาด้วยท่าทางประหม่าแต่ก็รู้สึกอุ่นใจทุกครั้งที่ได้ยิน
“สวัสดีค่ะ... พี่โปรด”
“มาพอดีเลยตาโปรด ต่อไปนี้หนูบัวจะมาอยู่ที่นี่กับเรานะ” วนิดาบอกหลานชายด้วยรอยยิ้ม
โปรดมองบัวด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู เขาขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะวางมือบนศีรษะของคนตัวเล็กแล้วลูบเบาๆ อย่างที่ชอบทำเวลาเห็นเธอมีเรื่องไม่สบายใจ
“มาอยู่ด้วยกันก็ดีแล้วครับ คุณย่าจะได้ไม่เหงา” เขาหันมาพูดกับบัวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ยินดีต้อนรับนะบัว ต่อไปนี้บ้านหลังนี้คือบ้านของบัวเหมือนกัน มีอะไรบอกพี่ได้ตลอด ไม่ต้องเกรงใจนะ”
สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยและท่าทางที่แสนดีของเขา ทำให้บัวรู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ แม้สถานะที่เขาหยิบยื่นให้จะเป็นเพียง ‘น้องสาว’ แต่สำหรับบัว แค่ได้อยู่ในสายตาที่แสนอบอุ่นของเขาในทุกๆ วันแบบนี้ เธอก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วเธอก็พร้อมจะเก็บซ่อนความลับนี้ไว้ให้ลึกที่สุด เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่แสนดีนี้ไว้ตลอดไป
