
บทย่อ
“นี่คือข้อตกลงระหว่างเรา” เขาพูดพลางโยนซองเอกสารลงบนเตียงอย่างไม่ไยดี ก่อนจะจ้องมองเธอด้วยสายตาว่างเปล่า “ฟังให้ดี... อย่างแรกคือการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นเพียงแค่ในนามเท่านั้น ฉันจะไม่มีวันยกย่องเธอไปมากกว่าคนอาศัยร่วมบ้าน และสอง... ห้ามเธอก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของฉันเป็นอันขาด ฉันจะไปไหน ทำอะไร กับใคร มันไม่ใชธุระของเธอ” โปรดขยับกายลุกขึ้นเดินเข้าหาบัวช้าๆ จนเธอต้องถอยร่น “แล้วข้อสุดท้าย...ห้ามแสดงตัวว่าเป็นภรรยาของฉันต่อหน้าคนอื่น ถ้าฉันไม่ได้สั่ง จำไว้ว่าฉันไม่ได้อยากให้ใครรู้ว่าเธอเป็นอะไรกับฉัน” “พี่โปรด...นี่มัน...” “ทำไมหรือมันน้อยไปสำหรับคนอย่างเธอ” โปรดกวาดสายตาคมกริบมองร่างบางตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม “อย่าหวังว่าฉันจะนอนร่วมเตียงกับเธอเหมือนสามีภรรยาทั่วไป บัว...ที่ตรงนี้มีไว้สำหรับคนที่เป็น ‘เมีย’ จริงๆ ไม่ใช่คนที่ถูกยัดเยียดมาแบบเธอ” “บัวทราบค่ะ บัวไม่ได้หวังอะไรแบบนั้นอยู่แล้ว” บัวตอบเสียงแผ่ว พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของศักดิ์ศรีที่เหลืออยู่ “ดี งั้นก็นอนที่โซฟานั่นไป จนกว่าย่าจะเลิกจับตามองเรา แล้วฉันจะหาทางเขี่ยเธอออกไปจากชีวิตฉันเอง” คำพูดของเขาเหมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิม บัวพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะเดินไปหยิบหมอนและผ้าห่มมุ่งหน้าไปยังโซฟาตัวยาวที่มุมห้อง
บทที่ 1 ลูกนอกคอก
บทที่ 1
บรรยากาศภายในห้องโถงของบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะชื่นมื่น แสงไฟจากโคมไฟระย้าสาดส่องกระทบแก้วไวน์ราคาแพง วันนี้เป็นงานวันฉลอง วันเกิดอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ของ เบล ลูกสาวคนเล็กที่เป็นดั่งยอดดวงใจของคนทั้งบ้าน
ขณะที่แขกในงานกำลังรื่นเริิงอย่างสนุกสนาน บัว สาวในวัย 25 ปี ที่ยืนตัวลีบอยู่มุมมืดมองภาพในงานด้วยความน้อยใจ เธอเป็นพี่สาวคนโตที่ไม่เคยได้รับความรักจากคนในบ้านเลยตั้งแต่ผู้แม่ของเธอได้เสียไป
แม่ของเธอเสียตั้งแต่เธออายุแค่ 4 ขวบทำให้เธอไม่เคยได้รับความรักจากผู้แม่มากที่ควร ส่วนพ่อก็แต่งงานใหม่และมีลูกสาวกับภรรยาใหม่ นั้นยิ่งทำให้เธอกลายเป็นสนามอารมณ์และถูกน้องสาวและแม่เลี้ยงรังแกอยู่เสมอ แต่เธอก็ถูกปกป้องจากคุณย่าข้างบ้านที่ครอบครัวของเธอสนิทกันมาก เวลาเธอถูกคนในบ้านรังแก เธอก็ได้อาศัยอ้อมกอดของคุณย่าเป็นปลอบประโลมใจเสมอ
“ยืนทำอะไรอยู่ ทำไมไม่ไปเสิร์ฟน้ำให้แขก “เสียงแหลมของแม่เลี้ยงดังขึ้นทางข้างหลังทำให้บัวสะดุ้งด้วยความตกใจ
“ค่ะ…คุณน้าอร “บัวก้มหน้ายอมทำตามคำสั่งของแม่เลี้ยง เธอเดินเสิร์ฟน้ำให้กับแขกในงาน โดยมีสายตาของสองแม่ลูกมองด้วยความพึงพอใจ เบลมองพี่สาวต่างแม่ด้วยความเกลียดชัง เธอเดินตรงไปหาพี่สาวอย่างมีแผนอะไรบ้างอย่าง
เพล้ง
“ว้าย พี่บัว” เสียงแหลมของเบลโวยวายขึ้นทำให้แขกในงานหันมองด้วยความสนใจ ชุดสีขาวของเบลตอนนี้เลอะไปด้วยเครื่องดื่ม
“ชุดเบลเลอะหมดแล้ว ทำไมซุ่มซ่ามแบบนี้” เบลแผดเสียงใส่ ก่อนจะปัดเศษน้ำบนชุดราตรีหรูออก มองพี่สาวด้วยสายตาเหมือนถูกกระทำ
“ขอโทษ…เดี๋ยวพี่รีบเช็ดให้ พี่ไม่ได้ตั้งใจ” บัวตอบเสียงสั่นเครือ ก่อนจะรีบก้มเช็ดชุดให้น้องสาว ทั้งทีรู้ว่ากำลังถูกรั้นแกล้ง
“ไม่ต้อง ออกไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้ ฉันบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ต้องเสนอหน้าเข้ามาในงาน” เสียงเข้มของผู้เป็นพ่อดังแทรกเข้ามา เขาเดินปรีเข้าไปลูกสาวคนเล็กด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะก้มมองลูกสาวคนโตด้วยสายตาที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก บัวที่เห็นสายตานั้นของพ่อเธอก็รีบก้มหน้าลง
“แก…นี่มันไม่ได้เรื่องจริงๆ มีหน้าที่อะไรก็ไปทำ อย่ามาทำตัวเกะกะขวางหูขวางตาในงานของน้อง”
บัวเม้มปากแน่นจนห้อเลือด น้ำตาเม็ดใสคลออยู่ที่เบ้าตา แต่เธอต้องสะกดกลั้นมันไว้ ด้วยความเสียใจเมื่อได้ยินผู้เป็นพ่อพูดออกมาแบบนั้น
“คุณเกริกค่ะ ใจเย็นๆ ค่ะ ยัยบัวเขาไม่ได้ตั้งใจหรอกค่ะ” แม่เลี้ยงเดินเข้าเกาะแขนสามีพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” เสียงทรงพลังที่เต็มไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากประตูห้องโถง ทำให้ทุกสายตาหันมองไป วนิดา หรือคุณย่าที่เป็นที่พึ่งเดียวของบัว ที่เดินถือไม้เท้าก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยแต่ดวงตาแข็งกร้าว ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่ เกริก เกรงใจเป็นอย่างมาก เพราะที่เขาอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะ วนิดา แม่ของเพื่อนสนิทที่ช่วยอุ้มชู
“คุณป้า…คุณป้ามาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” เกริกรีบเดินเข้าไปประคอง แต่วนิดาสะบัดออกมาทันที ทำให้เขาเสียหน้าเล็กน้อย
“ฉันก็มาทันตอนที่พวกแกสุมหัวกันรังแกหนูบัวพอดีนะสิ” วนิดาไม่สนความหวังดีของเขา ท่านเดินฝ่าวงล้อมตรงไปหาหลานสาวคนโตที่กำลังเก็บเศษแก้วอยู่บนพื้น มือเหี่ยวย่นที่แสนอบอุ่นยื่นไปพยุงหลานสาวให้ลุกขึ้น
“หนูบัว…ลุกขึ้นลูก…ไม่ต้องเก็บมันแล้ว ไปกับย่า” หญิงสาวลุกขึ้นยืน ข้างคุณย่า มือบางสั่นไหวยื่นไปเกาะต้นแขนของผู้เป็นย่า เพื่อหาที่เกาะกำบัง
“แต่คุณป้าค่ะ งานเลี้ยงเพิ่งเริ่มเองนะคะ ยัยบัวต้องอยู่ช่วยงาน…” อรแม่ของเบลพยายามแย้ง
“งานเลี้ยงของลูกรักแก แกก็จัดการกันเองสิ จะฉลองกันให้ฟ้าถล่มก็เรื่องของพวกแก” วนิดาหันมองหน้าเพื่อนสนิทของลูกชายด้วยความผิดหวัง เธอไม่อยากจะคิดเลยถ้าไม่มีเธอหนูบัวจะอยู่ยังไง “แกลืมไปแล้วเหรอว่าหนูบัวก็เป็นลูกของแกอีกคน”
“คุณย่าจะพามันไปไหนคะ” เบลเผลอหลุดปากถามด้วยริษยาที่ถูกแย่งความสนใจในวันเกิด
“ไปที่ที่ไกลจากคนใจร้ายอย่างพวกแกไงล่ะ” วนิดาประกาศกร้าวก่อนจะโอบไหล่หลานสาวที่กำลังร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“ไปกับย่านะลูก อยู่ที่นี่ต่อไปหัวใจหนูจะแตกสลายเปล่าๆ ต่อไปนี้ย่าจะดูแลหนูเอง ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องหนูได้อีก” คุณย่าพูดจบก็ประคองหลานสาวเดินออกจากบ้านแสนเย็นชานั้นไปทันที ทิ้งให้พ่อ แม่เลี้ยงและเจ้าของานวันเกิดอย่างเบล ยืนนิ่งอึ้งท่ามกลางสายตาแขกในงานที่เริ่มซุบซิบถึงความร้ายกาจของคนในบ้านนี้อย่างไม่หยุดหย่อน
หลังจากเดินออกมาพ้นเขตบ้านที่แสนเย็นชา คุณย่าประคองบัวมาขึ้นรถยุโรปคันหรูที่จอดรออยู่หน้าคฤหาสน์ ทันทีที่ประตูปิดลง ความเข้มแข็งที่บัวพยายามสร้างมาตลอดทั้งวันก็พังทลายลงทันที เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือแล้วร้องไห้ออกมาจนตัวโยน
"ร้องออกมาเถอะลูก... ร้องออกมาให้พอ ย่าอยู่นี่แล้ว" คุณย่าดึงร่างบางเข้ามากอด ลูบหัวปลอบประโลมด้วยความสงสารจับใจ "พอกันทีกับคนพวกนั้น ย่าจะไม่ยอมให้หนูกลับไปโดนพวกมันโขกสับเหมือนไม่ใช่คนอีก"
"ฮึก... บัวขอบคุณคุณย่านะคะ บัวไม่รู้จะทำยังไงถ้าคุณย่าไม่เข้าไปช่วย" บัวพูดปนสะอื้น
ท่านเช็ดน้ำตาให้บัวอย่างเบามือ
"ไปอยู่กับย่านะ…แล้วไม่ต้องห่วงเรื่องเสื้อผ้าหรือข้าวของนะ เดี๋ยวไปใช้ของใหม่ให้หมดที่บ้านย่า ย่าเตรียมห้องไว้ให้หนูแล้ว"
“ค่ะ…คุณย่า บัวขอบคุณคุณย่านะคะที่ดีต่อบัวเสมอ” หญิงสาวยกมือไหว้คุณย่าด้วยความทราบซึ้งใจ
