ภพผูกรัก

113.0K · จบแล้ว
พิมมาศ
74
บท
2.0K
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

เพราะอุบัติเหตุเรือล่มทำให้ "รุ้งตะวัน" แพทย์แผนโบราณทายาทอาศรมคุณปู่ต้องย้อนกลับไปในอดีต ที่นั่นเธอได้พบกับ "จมื่นพิภพโอสถ" ชายหนุ่มรูปงามที่ช่วยเธอไว้จากการจมน้ำ เขาคิดว่าเธอเป็นนักโทษแหกตรุเพราะช่วยเธอขึ้นจากน้ำพร้อมกับตรวนที่ข้อเท้า เมื่อฟื้นขึ้นมา รุ้งตะวันพบว่าเขาคือ "พี่สุดหล่อเรือนไทย" ชายในภาพวาดบนเรือนไม้โบราณบ้านมรดกของเธอ รุ้งตะวันจำต้องกลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของจมื่นพิภพโอสถ หมอยาแผนโบราณชื่อเสียงโด่งดัง เพราะความผูกพัน ร่วมเป็นร่วมตาย ไม่เห็นแก่ภยันตราย เธอจึงรู้ตัวว่าได้ตกเป็นทาสรักของจมื่นพิภพโอสถ ชายหนุ่มผู้ผูกรักข้ามกาลเวลามาเนิ่นนานกว่าห้าร้อยสี่สิบปีเสียแล้ว... นิยายรัก โรแมนติกข้ามภพ จากอยุธยา พ.ศ. 2560 สู่ปีนพศก จุลศักราช 849 สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ปลายรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ

นิยายรักโรแมนติกนิยายรักตลกหมอนางเอกเก่งข้ามมิติสมุนไพรแฟนตาซี โรแมนติก

บทนำ

แสงทองจับขอบฟ้าบอกเวลาล่วงเข้าสู่เช้าวันใหม่...

บนเรือนไม้สับปรากฏร่างคนสองคนยืนเคียงกันอยู่ตรงนอกชานมองดูดวงตะวันที่เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมารำไร ร่างสูงใหญ่กว่าสวมเสื้อผ้าแพรเนื้อดีสอดทับในโจงกระเบนลายสีน้ำตาลเข้มต่างจากอีกคนที่ตัวเล็กและเตี้ยกว่าเกือบสองคืบ อีกทั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ยังบ่งบอกสถานะว่ามิใช่ผู้รากมากดี แต่คนร่างใหญ่กว่ากลับวางมือบนไหล่คนตัวเล็ก ทั้งสองต่างมีรอยยิ้มขณะมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและบางคราคนตัวสูงกว่ากลับลอบมองอีกฝ่ายด้วยแววตาแห่งความอาทร

กระทั่งดวงอาทิตย์กลมโตโผล่พ้นขอบฟ้า แสงสว่างโอบล้อมแผ่คลุมทั่วเวหน สองคนจึงหลุดจากภวังค์ และเป็นคนตัวสูงกว่าที่หันหน้าเข้าหาวางมือข้างหนึ่งบนไหล่ลู่ อีกมือเชยคางมนของคนหน้าจิ้มลิ้มขึ้นมองสบตากระทั่งเอ่ยคำพูดออกมาจนได้

“ตะวัน... เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดพี่จึงชวนเจ้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกันวันนี้”

คนตัวเล็กกว่าช้อนตามองอย่างไว้จริตฉับพลันส่ายหน้า คนตัวสูงกว่าจึงเผลอยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูแต่อีกคนเผยอยิ้มจางๆ ให้

“พี่ภพคงนึกถึงวันที่เราพบกันครั้งแรกอีกแล้วสินะขอรับ”

“พูดขอรับอีกแล้ว”

“ก็พี่ภพเรียกชื่อตะวัน มันก็เลยติดปาก เอ๊ย! เคยชินนี่... เจ้าคะ”

“โธ่! แม่รุ้ง...”

“เจ้าขา”

จมื่นพิภพโอสถจ้องมองดวงหน้าขาวนวลก่อนเอ่ยคำพูดอ่อนหวาน “นับแต่วันพรุ่ง กรุงศรีจะไม่มีเจ้าตะวันอีกต่อไป ที่เรือนนี้จะมีแต่แม่รุ้งของพี่ที่อยู่เป็นแม่ศรีเรือนเท่านั้นเจ้ารู้ใช่หรือไม่”

“รู้เจ้าค่ะ... แต่...”

“หรือว่าเจ้าไม่อยากออกเรือนกับพี่”

“ไม่นะเจ้าคะ รุ้งอยาก... แต่ว่า”

“ไม่มีแต่ใดๆ ทั้งสิ้น”

“แค่ออกความเห็นแบบแฟร์ๆ ก็มิได้หรือเจ้าคะ”

“โธ่ แม่รุ้ง...” ชายหนุ่มลากเสียงยาวเหนื่อยหน่าย

“ก็ได้เจ้าค่ะ รุ้งจะเป็นช้างเท้าหลังให้พี่ภพเป็นช้างเท้าหน้า จะไม่ออกความเห็นใดๆ ให้บ่อนแตกเหมือนเมื่อก่อนอีกดีหรือไม่เจ้าคะ”

“ดี” จมื่นพิภพโอถสพูดเพียงเท่านั้นพลันถอนใจ ยิ่งเห็นดวงหน้านวลแฉล้มของคนรักก็นึกอยากจับมาทำโทษอีก แต่กลางวันแสกๆ เข่นนี้ คงทำได้เพียงฉวยมือนิ่มมากุมก่อนจะก้มลงจูบหลังมือหญิงสาวแผ่วเบาแล้วเงยหน้าสบตา

“แม่รุ้ง เจ้ารักพี่บ้างหรือไม่”

จู่ๆ ก็มาถาม ช่างไม่อายฟ้าอายดินบ้าง...

รุ้งตะวันนึกขันในใจ แต่ออกอาการสะเทิ้นสะท้าน คิ้วเรียวเป็นระเบียบขมวดมุ่นไม่แพ้ดวงตาที่หรี่ลงอย่างขวยเขินตามความเคยชิน กระทั่งชายหนุ่มร้องขอคำตอบอีก

“พี่ถามแล้วเหตุใดเจ้าไม่ตอบ”

“พูดไม่ออกเจ้าค่ะ”

“หืม...”

“ก็พี่ภพชอบโรแมนติกไม่รู้เวล่ำเวลาอยู่เรื่อยเลยนี่เจ้าคะ”

“อีกแล้ว... โรแมนติกอันใดของเจ้า”

“ พี่ภพยังไม่ชินอีกหรือเจ้าคะ”

“ก็อยากชินอยู่ แต่เจ้าชอบพูดคำภาษาปะกิตอยู่เรื่อย”

“แล้วจะเป็นไรไปล่ะเจ้าคะ”

รุ้งตะวันเอียงคอมอง จมื่นพิภพโอสถจึงนิ่งไปครู่กว่าจะเผยรอยยิ้มแย้มอีกหน

“พี่อยากให้เจ้าจดจำเอาไว้ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งไรในภายภาคหน้า ไม่ว่าเจ้าจะอยู่กับพี่ไปจนกว่าจะตายจากกันหรือวันใดวันหนึ่งที่ต้องกลับไปยังที่ที่เจ้าจากมา ขอให้รู้ไว้ว่าพี่จะรอเจ้าอยู่ที่นี่เสมอ”

“พี่ภพอย่าพูดเช่นนี้ เพราะรุ้งจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!” คนตัวเล็กกว่าว่าเอ็ดอึง

จมื่นพิภพโอสถเห็นเช่นนั้นก็คว้าร่างอรชรมากอด เธอขัดขืนเพียงครู่ก็เคลิ้มเพราะถูกริมฝีปากอุ่นประทับลงบนแก้ม เท่านั้นรุ้งตะวันก็รู้ตัวว่าตกเป็นทาสรักของจมื่นพิภพโอสถผู้แสนดีที่ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะได้พบพาน

แต่เธอก็พบเขา...

ชายหนุ่มผู้ผูกรักข้ามกาลเวลามาเนิ่นนานกว่าห้าร้อยสี่สิบปี...