

นิยาย


ไขใจรัก Key of Heart
‘หนึ่งวินาทีที่พบหน้า...คือช่วงเวลาที่ตกหลุมรัก...’ (Key’s Time) “ไม่รู้ว่าชีวิตจริงจะเป็นอย่างที่ในหนังสือบอกไหม เพราะตั้งแต่ที่ได้พบคุณ ชีวิตของผมก็เปลี่ยนไป ความรู้สึกที่เหมือนกำลังนั่งรถไฟเหาะตีลังกานั้น หากสุดท้ายแล้วมันต้องหยุดลง ผมขอหยุดที่คุณได้ไหมฮะ...” (คีตา) +++++++++++++++++++++++++++ “Because of your song… make my heart skip a bit” (Three’s Time) “เสียงเพลงของนายทำให้หัวใจฉันแทบหยุดเต้น รู้สึกหายใจไม่ออกในนาทีแรก แล้วต่อมากลับผ่อนคลาย ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไร หรือเพราะฉันสนใจนาย อยากมีนายวนเวียนใกล้ๆ อยู่กับฉันได้ไหม... คี” (ตรีคชา)


กับดักนางมาร
ขอเพียงเป็นความสมัครใจของข้า... แม้ต้องประสบหายนะเก้าครา ข้าก็จะไม่เสียใจ... หวังหลี่เฟิงพึมพำบทกวีทั้งที่หลับตา จิตใต้สำนึกสั่งความว่าเขายังตายไม่ได้แม้ร่างกายจะบอบช้ำ โดยเฉพาะแผลที่หน้าท้องยังไม่หายสนิท และมันกำลังปริจนเจ็บปวดทรมานเพราะถูกกระแทกด้วยร่างของดรุณีน้อย เขายังไม่ตายและนางยังคงหายใจ... หวังหลี่เฟิงได้แต่ครุ่นคิดหาคำตอบ แม้ตัวเขาเพิ่งสิบเจ็ดส่วนนางย่างสิบสี่ แต่ความรักนั้นหาได้แบ่งแยกอายุ “หากข้าสอบจอหงวนเสร็จแล้วจะรีบกลับมารับเจ้า” “เจ้าไม่รังเกียจหรือที่ข้าเป็นสตรีแห่งทุ่งหญ้า?” “สตรีแห่งทุ่งหญ้าแล้วอย่างไร” เขาย้อนถามเห็นสีหน้าราวจะร้องไห้ของนางจึงเอ่ยปลอบ “แท้จริงแล้วข้ารังเกียจตัวเองมากกว่าที่...” “ที่อะไร” นางเหลือบตามองบุรุษหนุ่ม ดวงตาฉายแววฉงนและพบว่าสองมือโดนเขากอบกุมไว้หมดแล้ว “ตอบข้ามาสิว่าเหตุใดเจ้าจึงรังเกียจตัวเอง” หวังหลี่เฟิงเผยอยิ้มเล็กน้อยก่อนเอ่ย “สักวันเจ้าจะเข้าใจในตัวข้า ถึงเวลานั้นเจ้าจะรู้เองว่าเหตุใดข้าจึงพูดเช่นนั้น” “หากวันหน้าเจ้าได้ดิบได้ดีจะไม่เสียใจหรือที่แต่งกับข้า” “ข้าจะไม่เสียใจ แต่ตอนนี้ข้ามีสิ่งยิ่งใหญ่ที่ต้องทำให้สำเร็จ” เขาตอบไม่ลังเล “ข้ารู้... ข้าจะรอ” “ขอเพียงเป็นความสมัครใจ แม้ต้องประสบหายนะเก้าคราข้าก็ไม่เสียใจ ขอให้เจ้ารู้ไว้ว่าทุกสิ่งเกิดจากความสมัครใจของข้า” “หายนะเก้าครา? ข้ามิเคยได้ยินมาก่อน” “หายนะเก้าคราคือบทกวีของชีหยวน เขาเป็นคนที่ข้ายกย่องนับถือ” “เช่นนั้นข้าจะจำไว้” นางว่าจบก็ซบหน้ากับบ่าแข็งแรงของบัณฑิตหนุ่มพลันน้ำตาไหลพราก นางไม่เคยอ่อนแอถึงเพียงนี้ แต่เมื่ออยู่กับเขาผู้นี้แล้วนางกลับแตกต่างไป คำพูดของเขา... น้ำเสียงของเขา... กิริยาของเขาทำให้นางพร้อมเชื่อทุกสิ่ง...


เกลียดนัก! ข้าจะเป็นที่รักให้ดู
หลี่ชงเหอเค้นสมองตรองแผนการจับลูกกวางอยู่ในใจพลันชะงักเมื่อจู่ๆ เงากระบี่วาววับของตนก็จ่อมาตรงหน้าพาดผ่านลำคอของเขาอย่างจงใจ “เจ้าจะทำอะไร” “สารภาพมาว่าเจ้าต้องการสิ่งใดกันแน่ อย่าโกหกข้า” นางว่าเสียงกร้าว ดวงตากวางวาววับ “ข้าจำเป็นต้องโกหกเจ้ารึ” “ก็บอกมาสิ ไอ้คนสารเลว! หากไม่บอกข้าจะปาดคอเจ้าเดี๋ยวนี้” “ช่างน่ากลัวอะไรเช่นนี้... ลูกกวางน้อย” “ลูกกวางน้อยบ้านเจ้าสิ คนเลว ฉวยโอกาส” “คำก็เลว สองคำก็คนสารเลว คิดแล้วใช่หรือไม่ว่าเสียงขู่ฟ่อราวกับลูกกวางน้อยของเจ้าจะทำให้ข้ากลัวได้” ชิงอ๋องชงเหอผู้สยบใต้หล้าอาศัยที่เผลอใช้ปลายนิ้วบิดนิดเดียวกระบี่ก็หลุดจากข้อมือนาง “โอ๊ย!” หลี่ชงเหอที่ได้ทีคว้าร่างนางจับมือทั้งสองไพล่หลังด้วยแรงมือเดียวก่อนกระชับเอวนางเข้าใกล้จนแผ่นหลังนางชนกับอกแกร่ง “ฆ่าข้าเลยสิ” นางเค้นเสียงสั่นตอบ “ฆ่าก็อดได้ของดีสิ” “นี่เจ้า! ต้องการอะไรจากข้ากันแน่” ดรุณีน้อยดิ้นรนขัดขืนแต่กลับถูกลมหายใจร้อนรดต้นคอจนระทวยก่อนที่น้ำเสียงกดต่ำราวกับขู่ของหลี่ชงเหอจะตอบคำถามที่ทำให้นางถึงกับชาไปทั้งตัว “ต้องการตัวเจ้า...” “ข้าเกลียดเจ้า” “ข้าก็มิได้รักท่าน” “เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าต้องเจ็บปวดไปจนตลอดชีวิตที่คิดเล่นเล่ห์กับความรู้สึกข้า” “ขอแค่ไปจากที่นี่ ข้าไม่สนดีหรือร้าย นรกหรือสวรรค์อะไรทั้งนั้น” “เจ้าจะไม่เสียใจภายหลัง?” “แน่นอนว่าไม่” “เหตุใดมั่นใจนัก” “เพราะถึงท่านเกลียดข้า ข้าก็ไม่มีทางไปอื่นแล้ว เช่นนั้นสิ่งเดียวที่ทำได้คือข้าจะทำให้ท่านรักข้า” เหอะ... หลี่ชงเหอหัวเราะในลำคอ นางไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังราดน้ำมันเข้าสู่กองไฟ คำพูดยินยอมทั้งหมดที่ออกจากปากนาง ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด เจ็บจากความรู้สึกแรกเริ่มที่มีให้ ปวดเพราะถอนใจความรู้สึกหลงใหลนางมิได้ นางเห็นเขาเป็นตัวอะไรกันแน่! จะรักก็มิได้ จะเกลียดก็ไม่ลง... เรื่องต่อจาก กระต่ายน้อยดวงใจอ๋องพยัคฆ์ ค่ะ ขอฝากนิยายด้วยนะคะ


หักเหลี่ยมร้ายซ่อนลายรัก
เขาคืออดีตขุนนางที่มีชาติกำเนิดสูงศักดิ์ ส่วนนางคือลูกสาวพ่อค้าที่ต้องจำใจเป็นชายด้วยภาระหน้าที่ เพียงแรกเจอเขาก็ล่วงรู้ความลับที่ทำให้ใจสั่น ว่านางคือหญิงงามในร่างชายเข้าให้แล้ว... หนึ่งบุรุษไร้รัก หนึ่งสตรีงามไร้ใจ ใครจะเป็นผู้ชนะในเกมรักครั้งนี้ เมื่อหลิวเสียะทายาทหนึ่งเดียวของตระกูลค้าผ้ารายใหญ่ ต้องออกเดินทางตามหาผ้าไหมโบราณในตำนานพร้อมกับสวี่ลี่สหายคู่ใจ ตามที่ได้รับมอบหมายจากบิดาเพื่อนำถวายวังหลวง แต่ผ้าโบราณในตำนานที่ร่ำลืออยู่ไกลถึงหุปผาป่าสนอมตะบนเทือกเขาเหน็บหนาวทางตอนเหนือ สองคนจึงออกดั้นด้นค้นหาจนได้มาพบ หยางซุนหยางหนุ่มพเนจรผู้มีจุดหมายเดียวกันคือตามหาผ้าทอโบราณผืนนั้นตามความต้องการของมารดา เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นเพราะอดีตขุนนางหนุ่มหล่อเหลากร้าวแกร่งแฝงอารมณ์ขันที่คุณชาย (หนู) น้อยแห่งหลิวซือซือ เข้าใจมาตลอดว่าคือคนจรชอบแส่หาเรื่อง วุ่นวายและตามตอแยไม่เลิกผู้นั้น นอกจากจะหมายตาเสาะหาผ้าโบราณเช่นเดียวกันแล้ว ยังหมายใจสตรีงามในคราบบุรุษและหมายมั่นว่าจะเปิดโปงความลับลึกเร้นของนางให้จงได้ ยิ่งใกล้ชิดยิ่งผูกพัน ยิ่งช่วยเหลือกันยิ่งอดใจไม่ไหว ใต้ปรารถนาในใจที่ต่างฝ่ายปกปิดไว้ เขากลับต้องช่วยนางปกปิดสถานะแท้จริงโดยไม่รู้ว่าที่นางต้องเดือดร้อนเพราะเขาเองคือต้นเหตุ!


ร้อยรักพรางตะวัน
“เขาว่าเกษตรกรมักไม่รวย ถึงไม่จนแต่ก็ไม่มีใครรวยเลยนะ จะสบายสู้รับเงินเดือนประจำได้เหรอ ไหนอนาคตจะต้องเลี้ยงครอบครัวอีก” “ณุหมายถึงอนาคตไปอีกหลายปี รอเก็บตังค์ได้เยอะ ๆ ก่อน ค่อยคิดทำกินตอนแก่น่ะ” “งั้นถ้าณุแก่เมื่อไหร่ ให้อรอยู่ด้วยนะ” “หืม... อะไร... อยู่ดี ๆ มาขออยู่ด้วย” ภาณุเหลียวมองคนข้างกายในระยะใกล้ชิด ตาสบตามีความหมายในคำพูด ไม่ต้องมีคำอธิบายก็ทำให้ทั้งสองเกิดอาการขัดเขินโดยไม่รู้ตัว “หมายความว่าไง” ภาณุเอียงคอล้อเลียน “พูดใหม่ซิ” “ไม่ได้ยินก็แล้วไป ช่างเถอะ” อรณีเมินหน้าทำปากยื่น เปิดเผยถึงขนาดนี้ยังไม่รู้ จะซื่อบื้อไปถึงไหนกัน มันเป็น ‘ความรัก’ เขารู้ตัวมานาน แต่จะทำเช่นไรในเมื่อสถานะของความเป็นเพื่อนมันค้ำคอให้อับจนคำพูดอยู่ทุกวันนี้ ยิ่งเสียงหัวใจที่ดังประหลาดเมื่อตอนเช้า ยามที่หวั่นไหวไปกับกลิ่นหอมและใบหน้านวลแสนเคยคุ้น พาลให้ความรู้สึกที่เก็บลึกมานานเริ่มไม่ไหวอีกต่อไป คิดจะรุกก็กลัว กลัวเสียรัก เสียเพื่อน กลัวหล่อนไม่เห็นค่า ไม่มีราคาในสายตา ยิ่งอรณีเป็นเหมือนตุ๊กตาแก้วน่าทะนุถนอมในสายตาของใครต่อใคร มีหรือที่คนธรรมดาอย่างเขาจะกล้าหยิบจับให้ตุ๊กตาแก้วแสนสวยตัวนั้นให้ต้องเป็นริ้วรอยด้อยค่า เรื่องของ อรณี นักแสดงสาวชื่อดังจอมเหวี่ยง กับ ภาณุ วิศวกรหนุ่ม เพื่อนสนิทร่วมมหาวิทยาลัยที่ยืนยาวความสัมพันธ์สิบปีในระดับแค่เพื่อนสนิท ต่างคนต่างไม่ยอมเผยความในใจที่มีต่อกันทำให้ความสัมพันธ์คาราคาซังไปต่อไม่ได้ หากไม่มีใครมาเร่งปฏิกิริยา เรื่องรักลับ ๆ ในใจก็อาจจะจบลงแค่คำว่า ‘เพื่อนสนิท’ เท่านั้น


ภพผูกรัก
เพราะอุบัติเหตุเรือล่มทำให้ "รุ้งตะวัน" แพทย์แผนโบราณทายาทอาศรมคุณปู่ต้องย้อนกลับไปในอดีต ที่นั่นเธอได้พบกับ "จมื่นพิภพโอสถ" ชายหนุ่มรูปงามที่ช่วยเธอไว้จากการจมน้ำ เขาคิดว่าเธอเป็นนักโทษแหกตรุเพราะช่วยเธอขึ้นจากน้ำพร้อมกับตรวนที่ข้อเท้า เมื่อฟื้นขึ้นมา รุ้งตะวันพบว่าเขาคือ "พี่สุดหล่อเรือนไทย" ชายในภาพวาดบนเรือนไม้โบราณบ้านมรดกของเธอ รุ้งตะวันจำต้องกลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของจมื่นพิภพโอสถ หมอยาแผนโบราณชื่อเสียงโด่งดัง เพราะความผูกพัน ร่วมเป็นร่วมตาย ไม่เห็นแก่ภยันตราย เธอจึงรู้ตัวว่าได้ตกเป็นทาสรักของจมื่นพิภพโอสถ ชายหนุ่มผู้ผูกรักข้ามกาลเวลามาเนิ่นนานกว่าห้าร้อยสี่สิบปีเสียแล้ว... นิยายรัก โรแมนติกข้ามภพ จากอยุธยา พ.ศ. 2560 สู่ปีนพศก จุลศักราช 849 สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ปลายรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ


เล่ห์ร้าวรัก
“อีกหน่อยฉันจะพามินไปแต่งงานบนลอนดอนอาย” “หืม... นี่โอมกำลังฝันอยู่รึเปล่า” “ไม่ ๆ ฉันคิดอย่างนั้นจริง ๆ” “งั้นวันแต่งงาน โอมต้องเล่นเพลงโปรดของเราด้วยนะ มินจะรอฟัง” “ได้สิ... Kiss in the Rain เนอะ ฉันจะซ้อมตั้งแต่วันนี้เลยเป็นไง” ยังจำได้ว่าเขารับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ ว่าสักวันจะพาหล่อนมาที่นี่มายังสถานที่ที่เป็นเหมือนสัญญารักของเขากับหล่อน ความฝันของหล่อนอยู่ที่นี่... ความรักของเขาก็อยู่ที่นี่... ที่ ‘ลอนดอนอาย’ ดวงตาของ... ลอนดอน เมืองแห่งฝนผู้คนเหงาและเรื่องราวความรักที่มีความทรงจำของเขากับหล่อน ซึ่งครั้งหนึ่งเป็นคนที่รักกันสุดหัวใจ แต่ตอนนี้หล่อนจากเขาไปนานแสนนานแล้วและไม่เคยได้พบกันอีกเลย... เรื่องของอดีตคู่รักที่เคยคบหากันตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย แต่มีอันต้องแยกจากไปเพราะเหตุการณ์บางอย่าง หลายปีต่อมา อธิปก หมดพันธะจึงกลับมาเพื่อทวงสัญญารักที่เขาเคยให้ไว้แต่กลับพบว่า สิมิลัน มีคนรักแล้ว เขาคนนั้นไม่ใช่ใครแต่คือ พฤกษ์ รุ่นพี่ที่นับถือและฝากให้ช่วยดูแล พฤกษ์เก็บจดหมายฉบับนั้นไว้และดูแลสิมิลันด้วยความรักทั้งหมดที่มีจนลืมนึกถึง รินลดา พี่สาวของสิมิลันที่เป็นเพื่อนสนิทและหลงรักเขาอยู่ สองคนกลับมาเจอกันในวันที่สิมิลันเข้าใจว่าเขาไม่โสด เธอจึงวิ่งหนีหัวใจตัวเอง แต่สุดท้ายทุกอย่างยิ่งเลวร้ายเพราะเมื่อพบแล้วว่าต่างก็ยังรักกันแต่มีเหตุให้อธิปกประสบอุบัติเหตุเป็นเจ้าชายนิทรา สิมิลันตัดสินใจไปลอนดอนโดยไม่รู้เลยว่ามีเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาติดไปด้วย วันนั้นเองอธิปกก็ฟื้นขึ้นมาโดยไม่มีเธอในชีวิตอีก เขาเก็บความเสียใจไว้จนกระทั่งสองปีต่อมาทั้งสองจึงได้พบกันอีกครั้ง...


กระต่ายน้อยดวงใจอ๋องพยัคฆ์
ตั้งแต่เกิดกระทั่งจำความได้ จินซิงซิน รับรู้แค่ว่านางเป็นเพียงบุตรสาวกำพร้าของพ่อค้าตระกูลใหญ่ ชั่วชีวิตน้อยๆ มีเพียงท่านยาย พี่สาวต่างมารดาเท่านั้นที่คอยห่วงใย จนกระทั่งได้เจอกับ หลี่หลานหมิง ผู้มีสมญานามว่าอ๋องพยัคฆ์ที่ผู้คนโจษขานกันว่าโหดร้ายยิ่งนัก สังหารผู้คนเป็นผักปลา แสนเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งจนมิอาจมีผู้ใดใต้หล้าหาญกล้าต่อกร ทั้งสองต้องแต่งงานกันตามบัญชาของโอรสสวรรค์ท่ามกลางอุปสรรคมากมาย หลี่หลานหมิงจะทำเช่นใดในเมื่อสตรีที่ร่วมหัวจมท้ายด้วยอย่างชายากระต่ายน้อยกลับเติบโตเพียงแค่ร่างกาย ส่วนสภาพจิตใจนั้นอ่อนด้อยราวกับเด็กน้อยก็ไม่ปาน... หลี่หลานหมิงที่รู้สึกตัวและพลิกตัวจากอาการเมื่อยขบแต่พบว่าไม่สามารถทำได้ แค่บิดตัวเล็กน้อยก็รู้สึกร่างกายแข็งค้างราวกับไร้เรี่ยวแรง ไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน... ที่แท้เพราะเมื่อคืนเขาถูกกระต่ายหลงทางกอดก่ายเอาเป็นสมบัติตนจนกระดิกไปไหนไม่ได้ นางคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน! น่าโมโหนัก! อ๋องสี่หลี่หลานหมิงกระดิกตัวแทบไม่ได้คล้ายเป็นตะคริวเพราะกระต่ายหลงตัวโตไม่ยอมคลายกอด กว่าร่างจะกลับฟื้นกำลังวังชาก็นานพอควร กระทั่งมีเสียงฝีเท้าดังสวบสาบจากหน้ากระโจมดังเล็ดลอดเข้ามา หลี่หลานหมิงจึงรู้สึกตัวว่าอยู่ในสภาพไม่น่ามอง รีบผุดลุกนั่งเอื้อมคว้ากระบี่คู่ใจข้างกายกระชับมั่น แต่เพราะความเคลื่อนไหวของเขาทำให้เตียงไหวสั่นจนคนที่นอนเริ่มขยับตัวและวาดมือมาคว้าเอวเขาเอาไว้อีกครา “อย่าไปตุ้งตุ้ง...” “นี่เจ้า! ข้ามิใช่ตุ้งตุ้งของเจ้า ปล่อย!” หลี่หลานหมิงคำรามแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายไร้ซึ่งความรับรู้ใดๆ “ซิงซินยังไม่อยากตื่นเลย...ท่านยาย” ดี... ดีแท้! เมื่อครู่เปรียบเขาเป็นกระต่ายหูเทา คราวนี้กลับกลายเป็นท่านยายของนางอีก หลี่หลานหมิงปรายตามองดวงหน้าดรุณีน้อยที่ยังหลับพริ้มในห้วงนิทราแล้วถึงกับนิ่งงัน นางช่างงดงามปานเทพธิดามาจุติ ริมฝีปากสีชมพูระเรื่อของนางที่กดลงบนซอกคอของเขาตามจังหวะหายใจทั้งยังแก้มหอมกรุ่นที่เผลอจูบลูบไล้และเรือนร่างนุ่มนิ่มที่คอยเบียดยามหนาวเหน็บตลอดคืน หึ! มารดาเจ้าเถอะ! กระต่ายน้อยเอ๋ย... เขาควรสั่งสอนนางไม่ควรปล่อยให้หลุดรอดจากกรงเล็บเพชฌฆาตไปได้จริงๆ อ๋องสี่หลี่หลานหมิงผู้ซึ่งมิได้อ่อนต่อโลกแต่ไม่เคยแสวงหาสตรีงามสักคนข้างกายถึงคราวหนาวยะเยือกในใจ เป็นความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อนเลยสักครั้งในชีวิตที่นึกอยากได้สตรีมาครอบครองเป็นสมบัติของตัวบังเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ความรู้สึกนี้เมื่อเกิดขึ้นแล้ว กระต่ายน้อยหลงทางตัวนี้ต้องรับผิดชอบ!


หวานใจที่รัก
เพราะคนเคยรักกำลังจะแต่งงานกับเพื่อน เธอจึงพลาดพลั้งขึ้นห้องกับผู้ชายหล่อร้ายแถมอันตราย แต่ให้ตายเถอะ! สาบานได้ว่าเธอไม่ได้มีอะไรกับผู้ชายขี้ตื๊อดื้อด้านน่ารำคาญคนนี้จริงๆ แล้วเขาต้องการอะไรจากเธอกันแน่นะ... ไม่มีใครเหมือนหญิงสาวเมื่อคืนสักคน... หล่อนทำยังไงให้เขายังคงไม่ลืมกันนะ หรือเพราะเรือนร่างหอมกรุ่นกลิ่นอะไรบางอย่างที่ไม่น่าใช่น้ำหอมราคาแพงแบบสาวสมัยใหม่นิยม ทำให้เขาเคลิ้มและหลงใหลจนอยากเชยชมหล่อนตามแรงยุ แต่... เขาไม่เคยฝืนใจใคร โดยเฉพาะกับคนที่แรกพบก็ตกหลุมรักอย่างหล่อนคนนั้น ตกหลุมรัก! สารินสะบัดหน้าพรืด ก่อนจะยอมรับกับตัวเองในใจ เออหนอ... อยู่มาสามสิบหกปี มีสาวน้อยคนนี้แหละที่ทำให้เขาอยากเลวทั้งที่รู้ตัว