บทนำ
แสงทองจับขอบฟ้าบอกเวลาล่วงเข้าสู่เช้าวันใหม่...
บนเรือนไม้สับปรากฏร่างคนสองคนยืนเคียงกันอยู่ตรงนอกชานมองดูดวงตะวันที่เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าขึ้นมารำไร ร่างสูงใหญ่กว่าสวมเสื้อผ้าแพรเนื้อดีสอดทับในโจงกระเบนลายสีน้ำตาลเข้มต่างจากอีกคนที่ตัวเล็กและเตี้ยกว่าเกือบสองคืบ อีกทั้งเสื้อผ้าที่สวมใส่ยังบ่งบอกสถานะว่ามิใช่ผู้รากมากดี แต่คนร่างใหญ่กว่ากลับวางมือบนไหล่คนตัวเล็ก ทั้งสองต่างมีรอยยิ้มขณะมองขึ้นไปบนท้องฟ้าและบางคราคนตัวสูงกว่ากลับลอบมองอีกฝ่ายด้วยแววตาแห่งความอาทร
กระทั่งดวงอาทิตย์กลมโตโผล่พ้นขอบฟ้า แสงสว่างโอบล้อมแผ่คลุมทั่วเวหน สองคนจึงหลุดจากภวังค์ และเป็นคนตัวสูงกว่าที่หันหน้าเข้าหาวางมือข้างหนึ่งบนไหล่ลู่ อีกมือเชยคางมนของคนหน้าจิ้มลิ้มขึ้นมองสบตากระทั่งเอ่ยคำพูดออกมาจนได้
“ตะวัน... เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดพี่จึงชวนเจ้ามาดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกันวันนี้”
คนตัวเล็กกว่าช้อนตามองอย่างไว้จริตฉับพลันส่ายหน้า คนตัวสูงกว่าจึงเผลอยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูแต่อีกคนเผยอยิ้มจางๆ ให้
“พี่ภพคงนึกถึงวันที่เราพบกันครั้งแรกอีกแล้วสินะขอรับ”
“พูดขอรับอีกแล้ว”
“ก็พี่ภพเรียกชื่อตะวัน มันก็เลยติดปาก เอ๊ย! เคยชินนี่... เจ้าคะ”
“โธ่! แม่รุ้ง...”
“เจ้าขา”
จมื่นพิภพโอสถจ้องมองดวงหน้าขาวนวลก่อนเอ่ยคำพูดอ่อนหวาน “นับแต่วันพรุ่ง กรุงศรีจะไม่มีเจ้าตะวันอีกต่อไป ที่เรือนนี้จะมีแต่แม่รุ้งของพี่ที่อยู่เป็นแม่ศรีเรือนเท่านั้นเจ้ารู้ใช่หรือไม่”
“รู้เจ้าค่ะ... แต่...”
“หรือว่าเจ้าไม่อยากออกเรือนกับพี่”
“ไม่นะเจ้าคะ รุ้งอยาก... แต่ว่า”
“ไม่มีแต่ใดๆ ทั้งสิ้น”
“แค่ออกความเห็นแบบแฟร์ๆ ก็มิได้หรือเจ้าคะ”
“โธ่ แม่รุ้ง...” ชายหนุ่มลากเสียงยาวเหนื่อยหน่าย
“ก็ได้เจ้าค่ะ รุ้งจะเป็นช้างเท้าหลังให้พี่ภพเป็นช้างเท้าหน้า จะไม่ออกความเห็นใดๆ ให้บ่อนแตกเหมือนเมื่อก่อนอีกดีหรือไม่เจ้าคะ”
“ดี” จมื่นพิภพโอถสพูดเพียงเท่านั้นพลันถอนใจ ยิ่งเห็นดวงหน้านวลแฉล้มของคนรักก็นึกอยากจับมาทำโทษอีก แต่กลางวันแสกๆ เข่นนี้ คงทำได้เพียงฉวยมือนิ่มมากุมก่อนจะก้มลงจูบหลังมือหญิงสาวแผ่วเบาแล้วเงยหน้าสบตา
“แม่รุ้ง เจ้ารักพี่บ้างหรือไม่”
จู่ๆ ก็มาถาม ช่างไม่อายฟ้าอายดินบ้าง...
รุ้งตะวันนึกขันในใจ แต่ออกอาการสะเทิ้นสะท้าน คิ้วเรียวเป็นระเบียบขมวดมุ่นไม่แพ้ดวงตาที่หรี่ลงอย่างขวยเขินตามความเคยชิน กระทั่งชายหนุ่มร้องขอคำตอบอีก
“พี่ถามแล้วเหตุใดเจ้าไม่ตอบ”
“พูดไม่ออกเจ้าค่ะ”
“หืม...”
“ก็พี่ภพชอบโรแมนติกไม่รู้เวล่ำเวลาอยู่เรื่อยเลยนี่เจ้าคะ”
“อีกแล้ว... โรแมนติกอันใดของเจ้า”
“ พี่ภพยังไม่ชินอีกหรือเจ้าคะ”
“ก็อยากชินอยู่ แต่เจ้าชอบพูดคำภาษาปะกิตอยู่เรื่อย”
“แล้วจะเป็นไรไปล่ะเจ้าคะ”
รุ้งตะวันเอียงคอมอง จมื่นพิภพโอสถจึงนิ่งไปครู่กว่าจะเผยรอยยิ้มแย้มอีกหน
“พี่อยากให้เจ้าจดจำเอาไว้ ไม่ว่าจะเกิดสิ่งไรในภายภาคหน้า ไม่ว่าเจ้าจะอยู่กับพี่ไปจนกว่าจะตายจากกันหรือวันใดวันหนึ่งที่ต้องกลับไปยังที่ที่เจ้าจากมา ขอให้รู้ไว้ว่าพี่จะรอเจ้าอยู่ที่นี่เสมอ”
“พี่ภพอย่าพูดเช่นนี้ เพราะรุ้งจะไม่ไปไหนทั้งนั้น!” คนตัวเล็กกว่าว่าเอ็ดอึง
จมื่นพิภพโอสถเห็นเช่นนั้นก็คว้าร่างอรชรมากอด เธอขัดขืนเพียงครู่ก็เคลิ้มเพราะถูกริมฝีปากอุ่นประทับลงบนแก้ม เท่านั้นรุ้งตะวันก็รู้ตัวว่าตกเป็นทาสรักของจมื่นพิภพโอสถผู้แสนดีที่ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะได้พบพาน
แต่เธอก็พบเขา...
ชายหนุ่มผู้ผูกรักข้ามกาลเวลามาเนิ่นนานกว่าห้าร้อยสี่สิบปี...
