บทที่ 5 ถือว่าหายกัน
“ผมขอโทษครับ” คทาคลายอ้อมกอดของเขาออกและมองสบลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังมองเขาด้วยความสั่นไหว
“คุณ...” ไลลายกมือขึ้นมาแตะที่ลำคอของตัวเอง เธอยังคงรู้สึกว่าตัวเองคอแห้งอยู่และต้องการดื่มน้ำ ดูเหมือนคทาจะรู้งาน เขารีบหันไปเทน้ำใส่แก้วและยื่นให้ไลลา
แว็บแรกก็กะจะป้อนให้ ไม่ได้หมายถึงป้อนผ่านปากแบบที่เขาพึ่งทำไปนะ แค่อยากช่วยประคองแก้วน้ำให้ แต่คิดอีกทีให้ไลลาดื่มเองน่าจะสะดวกใจเธอมากกว่า เพราะตอนนี้ไลลามีสติครบถ้วนและเริ่มมีเรี่ยวแรงมากขึ้นแล้ว
“ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย ขอบคุณนะคะ” ไลลาเอ่ยพร้อมกับส่งแก้วน้ำคืนให้คทา
“ดื่มอีกสักแก้วไหมครับ” คทาถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง และกำลังจะเติมน้ำใส่แก้วอีกครั้งแต่ไลลาก็ห้ามไว้ก่อน
“ไม่เป็นไรค่ะ ไลลาโอเคขึ้นแล้วค่ะ”
คทาวางแก้วน้ำไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียงและหันมามองใบหน้าสวยที่ยังขึ้นสีแดงอยู่ เขาไม่ได้รู้สึกดีเลย ตรงกันข้ามเขาโกรธตัวเองมากกว่าที่ทำอะไรแบบนั้นลงไป เธอไม่สบายอยู่แท้ๆยังจะทำลงไปได้
“คุณไลลาครับ เรื่องเมื่อกี้ผม...”
“ไลลาไม่อยากฟังค่ะ”
คำพูดของไลลาที่พูดแทรกขึ้นมานั้น เรียกสีหน้าไปไม่เป็นออกมาจากคทา ‘สมควรแล้วมึง ที่ไลลาจะโกรธ’
“แต่ไลลาจะฟัง ถ้าพี่คทา เรียกไลลาว่า ไลลา” คทาเลิกคิ้วขึ้นสูงกับสรรพนามที่เปลี่ยนไป พี่คทา ดูเหมือนเธอจะทำอย่างที่ตั้งใจไว้จริงๆสินะ
“ถ้าอย่างนั้นคราวหน้า ถ้าเราเจอกัน ไลลาจะขอเรียกคุณว่า พี่คทานะคะ หวังว่าคุณจะไม่ถือ ที่ไลลาจะเรียกแบบนี้”
แล้วมาเรียกในสถานการณ์แบบนี้เขาจะไปถือได้ยังไงกันเล่า ก็คงต้องปล่อยให้เธอเรียกไป จะเรียกอะไรสุดท้ายเขาก็คือคทานั้นแหละ เรียกแบบไหนก็คงไม่ต่างกัน
“ครับ ไลลา” เมื่อแย้งไม่ได้เขาเลยต้องยอมเรียกแบบที่เธออยากให้เขาเรียก ‘เห็นว่าเมื่อกี้ทำผิดไปหรอกนะ’
รอยยิ้มพึงพอใจถูกระบายออกมาจากใบหน้าของไลลา อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ทำให้นักธุรกิจหนุ่มใจแข็งคนนี้ยอมเรียกเธอว่า ไลลาได้แล้ว ส่วนสถานการณ์ตอนนี้เธอเองก็เริ่มทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน ตื่นมาก็อยู่ในชุดคลุมอาบน้ำ และอยู่ในห้องกับผู้ชายแค่สองต่อสอง และที่สำคัญ เขาพึ่งจูบเธอไป
“ไลลาครับ ผมอยากจะขอโทษกับเรื่องที่ผมทำลงไป เรื่องที่ผมจูบคุณ” คทาเอ่ยคำขอโทษของเขาอย่างจริงใจที่สุด เพราะเขารู้สึกผิดกับไลลามากจริงๆ
“มะ มันเกิดขึ้นได้ยังไงคะ” ถึงตัวเองจะเขินและใจเริ่มเต้นขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็ยังอยากรู้ว่า จูบแรกที่เธอเสียไปตอนสติยังไม่กลับมามันเกิดขึ้นได้ยังไง ‘ใจเต้นครั้งนี้ทำไม...มันต่างจากครั้งอื่นนะ’
“คุณกำลังฟื้นตัวหลังจากที่นอนสลบมาหลายชั่วโมง แต่ว่าคุณกระหายน้ำมาก ผมก็เลยจะช่วยป้อนน้ำให้คุณ” คทาเล่าเหตุการณ์ไปและสังเกตสีหน้าของไลลาไปด้วย และดูเหมือนเธอจะมีความอยากรู้มากกว่าจนลืมเรื่องเขินอายไป
“คุณแทบจะไม่มีแรงดื่มน้ำเข้าไปในปากได้เลย ป้อนเท่าไหร่น้ำก็ไหลออกหมด ผมก็เลยต้องเปลี่ยนวิธีช่วย จากใช้แก้วเป็นป้อนน้ำทางปากแทน”
ไลลายกมือขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากตัวเองอย่างเผลอตัวและรีบเก็บมือกลับที่เดิมพร้อมกับทำท่าตั้งใจฟังคทาพูดต่อ คทาเกือบหลุดยิ้มให้กับท่าทางดุ๊กดิ๊กๆของไลลา ‘นอกจะเซ็กซี่แล้วมุมน่ารักก็มีเหมือนกันนะ’ คทาคิดและเริ่มพูดต่อ
“ตอนแรกก็เป็นการป้อนน้ำจริงๆนั่นแหละครับ แต่ผม ดันเปลี่ยนจากป้อน เป็น จูบคุณ”
ดวงตากลมโตของไลลายิ่งโตขึ้นเมื่อได้ฟังคำสารภาพผิดของคทา เธอไม่ได้รู้สึกโกรธนะ แต่กำลังอึ้ง ทั้งอึ้งทั้งเขิน
“ผมไม่มีอะไรจะแก้ตัวครับ เพราะขณะที่ผมจูบคุณ ผมมีสติครบถ้วนดีทุกอย่าง แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผมทำแบบนั้นลงไปได้ยังไง ผมรู้สึกผิดและขอโทษไลลาจริงๆจากใจนะครับ ไลลาไม่ต้องยกโทษให้ผมก็ได้ จะเรียกร้องค่าเสียหายผมก็ยินดีชดใช้ครับ”
ไลลาจ้องหน้าคทาค้างและในหัวกำลังเรียบเรียงสิ่งที่คทาพูดออกมา สิ่งที่จับใจความได้ก็คือ ในตอนแรกคทาตั้งใจจะช่วยเหลือเธอจริงๆ แต่ดันเผลอทำอย่างอื่นไปด้วย โดยตั้งใจ แต่ไม่รู้ทำไม
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเธอคิดว่าตัวเองควรจะโกรธคทา แต่พอทบทวนดูดีๆ ไลลาไม่มีความรู้สึกนั้นเลย เธอไม่ได้โกรธเขา แต่ก็ไม่ได้จะยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเมื่อเห็นสีหน้ารู้สึกผิดของคทาบวกกับคำสารภาพผิดที่ฟังดูแล้วค่อนข้างน่าเชื่อถือ ทำให้ไลลาสรุปกับตัวเองว่า
“ไลลาจะไม่โกรธพี่คทาสำหรับเรื่องที่ผ่านมาค่ะ” อย่างน้อยๆคนที่มาขโมยจูบแรกที่เสียไปตอนไม่ค่อยมีสติคือ คทา ซึ่งเขาก็เป็นผู้ชายที่รวมเกือบจะทุกสิ่งที่ผู้หญิงต้องการไว้ในตัวเขา
เรื่องนิสัยส่วนตัวเขาจะเป็นคนแบบไหน เรื่องนี้ไลลาคงต้องหาวิธีรู้จักเขาให้มากขึ้น ในฐานะคู่ค้าทางธุรกิจ ที่เธอพยายามตะล่อมเขาให้ตกลงทำธุรกิจกับเธออยู่
“อะไรนะครับ?” คทาถามด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ นี่เขาหูฝาดไปหรือเปล่า เธอพึ่งโดนเขาลักขโมยจูบไปนะ แบบสอดลิ้นด้วย แต่กลับบอกว่าไม่โกรธเขา หรือสติยังกลับมาไม่ครบ
“พี่คทาได้ยินไม่ผิดหรอกค่ะ ไลลาจะไม่โกรธพี่คทาสำหรับเรื่องที่พี่จูบไลลา แต่ไม่ได้แปลว่าไลลาง่ายนะคะ อย่ามองว่าไลลาเป็นผู้หญิงแบบนั้น”
“ผมไม่ได้มองไลลาแบบนั้นหรอกครับ ผมพอจะดูออกว่าคุณเป็นแบบไหน”
ถือตัว อวดเก่ง ชอบความท้าทาย ทะเยอทะยาน กล้าได้กล้าเสีย ไม่ชอบความพ่ายแพ้ หยิ่งในศักดิ์ศรี คทาพูดสิ่งที่เขาคิดในใจ
“ไลลายอมรับว่าตัวเองก็รู้สึกไม่พอใจที่ต้องมาเสียจูบแรก ในตอนที่ไม่มีสติ แต่ว่าไลลาจะถือว่าเราหายกันนะคะ”
“หายกัน? เรื่องอะไรครับ” นั่นสิเธอมาติดค้างอะไรเขาตอนไหน ถึงต้องหายกัน
“สำหรับเรื่องที่พี่คทาเข้ามาช่วยไลลากับคนของไลลาไว้ค่ะ”
คทาพอจะเข้าใจความหมายของไลลาแล้ว ก็นึกอยู่ตั้งนานว่าเธอหมายถึงเรื่องอะไร ที่แท้ก็เรื่องที่เข้าไปช่วยไลลากลางวงล้อมคนร้ายนี่เอง
“อ๋อ เรื่องนั่น ไม่ต้องคิดมากนะครับ ผมยินดี”
“ไม่ได้ค่ะ ไลลาต้องคิดสิค่ะ พี่คทากับลูกน้องพาตัวเองเสี่ยงเข้ามาช่วย ทั้งที่ตัวเองอาจจะโดนลูกหลงก็ได้ แต่ก็ยังช่วย น้ำใจครั้งนี้ของพี่คทา ไลลาจะไม่มีวันลืมเลยค่ะ”
คทามองร่างบางพูด นี่น่าจะเป็นครั้งแรกๆที่เขากับเธอได้พูดคุยกันนานขนาดนี้ และคทาจะของเสริมความคิดที่เขามีต่อไลลาเพิ่มอีกอย่างหนึ่งก็คือ ความซื่อตรง
“ไลลาจะถือว่าเราหายกันนะคะ พี่คทาเข้ามาช่วยไลลา และไลลาโดนพี่คทาขโมยจูบ ก็ถือว่าไม่มีอะไรติดค้างกัน แบบนี้ดีไหมคะ” ไลลาสรุปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม คทาเห็นว่าเขายังไม่มีตัวเลือกอย่างอื่นแล้ว และถ้าเธอจะสบายใจแบบนั้นก็ตามใจเธอแล้วกัน
“ก็ได้ครับ ถ้าไลลาต้องการแบบนั้น แต่แน่ใจนะครับว่าจะไม่เรียกร้องอะไร”
“ค่ะ” ไลลาตอบกลั้วหัวเราะให้กับชายหนุ่มที่ยังคงเป็นกังวลเรื่องที่เขาทำกับเธอไป
“แล้วใครเปลี่ยนชุดให้ไลลาเหรอคะ” ก็ว่าจะไม่ถามแต่เพื่อความสบายใจถามหน่อยดีกว่า
“ผมให้แม่บ้านมาเปลี่ยนชุดให้ครับ เพื่อที่จะได้เอาชุดของไลลาไปซักแห้ง เสร็จเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวคงเอามาให้ครับ อ่อ ผมสาบานได้ว่า ผมไม่เห็นอะไรทั้งนั้นตอนที่แม่บ้านเปลี่ยนชุดให้ไลลา” คทาชูนิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางมือขวา เพื่อยืนยันว่าเขาพูดความจริง
“ค่าๆ ไลลาเชื่อค่ะ ขอบคุณนะคะ”
ไลลามองตามร่างสูงที่จู่ๆก็ลุกขึ้นยืน และส่งยิ้มให้เธอก่อนจะพูดว่า
"พักผ่อนต่ออีกหน่อยนะครับ ตื่นแล้วผมจะพาไลลาไปส่งที่บ้าน"
พูดจบเขาก็เดินออกจากห้องไป เพราะอยากให้เธอได้พักผ่อนต่ออีกสักหน่อย
คทายังมีคำถามอีกหลายอย่างที่อยากจะถามไลลา ไม่ว่าจะเรื่องของลูก้า เรื่องที่เธอเจอคนซุ่มทำร้าย และเรื่องโรคประจำตัวของเธอที่ไม่สามารถระบุได้ด้วยซ้ำว่านี่เรียกว่าโรคได้หรือเปล่า
แต่ถามตอนนี้คงจะไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมนัก อย่างน้อยก็ให้เธอได้พักผ่อนอีกสักหน่อยก่อน จากนั้นค่อยคุยกัน
