บทที่ 6 โรคที่ไม่ใช่โรค
ไลลายื่นมองตัวเองในกระจกที่อ่างล้างหน้าในห้องน้ำ หลังจากที่สวมใส่ชุดของตัวเองที่แม่บ้านทำการซักแห้งให้เรียบร้อยแล้ว เธอยกมือขึ้นแตะแก้มแดงๆทั้งสองข้างและรู้ดีว่าสีแดงที่แก้มไม่ใช่สีจากบลัชออนที่เธอทาประจำ แต่มันเป็นสีแดงที่เกิดขึ้นจากร่างกายของเธอเอง
ภาพที่ลืมตาตื่นขึ้นมาเห็นคทากำลังจูบตัวเองอยู่ ดวงตาของเธอที่สอดประสานกับดวงตาของเขา และการจูบอีกครั้งตอนเธอได้สติแล้ว น้ำหนักจากจูบที่หนักหน่วงยังคงค้างอยู่ในความรู้สึกของไลลา
“หยุด เลิกคิด เธอไม่ควรคิดถึงเรื่องนั้นนะไลลา มันก็แค่อุบัติเหตุ ใช่ มันคืออุบัติเหตุจูบเท่านั้น” ไลลาส่ายหน้าตัวเองเพื่อขับไล่ภาพจูบและความรู้สึกตอนนั้นออกไป เธอรู้ว่าคทาคงไม่ได้จูบเธอเพราะความพิษสวาทอะไรหรอก เขาไม่ได้ชอบเธอในแบบที่ผู้ชายจะมีใจให้ผู้หญิงคนหนึ่ง เราก็แค่ คนรู้จักในฐานะนักธุรกิจ
“ไลลาพร้อมกลับบ้านแล้วค่ะ” ร่างเพรียวเดินออกจากห้องน้ำและตรงมาหยุดอยู่ข้างหน้าชายหนุ่มที่ยืนรอเธออยู่
“ครับ คนของไลลาน่าจะรออยู่ที่ห้องรับรองแขก เดี๋ยวผมจะพาคุณไป แต่ว่า...” คทาเว้นคำพูดของเขาไว้ขณะที่ถอดเสื้อสูทของเขาออกและนำมาคลุมไหล่ให้กับไลลา
“แต่ว่าอะไรเหรอคะ?” ไลลาถามและพยายามจะไม่คิดอะไรกับการดูแลของเขา ‘มันก็คงเป็นเรื่องปกติที่สุภาพบุรุษทำมั้ง’
“ผมมีเรื่องที่อยากจะถามไลลาครับ”
“เรื่องอะไรเหรอคะ พี่คทาถามมาได้เลยค่ะ ถ้าไลลาตอบได้ไลลาจะตอบค่ะ” คทานิ่งคิดสักครู่ก่อนถามออกออกไปว่า
“เรื่องโรคประจำตัวของคุณ” สีหน้าของไลลาไม่ได้มีท่าทางตกตลึงอะไร เธอเข้าใจว่าทำไมคทาถึงสงสัยเรื่องนี้
“ความจริงจะเรียกว่าโรคก็ไม่ถูกหรอกค่ะ แต่ไลลาก็หาคำเรียกที่ถูกต้องไม่ได้เหมือนกัน มันก็คงเหมือนคนที่กินอาหารทะเลไม่ได้ เมื่อกินแล้วจะแพ้แบบนั้นมั้งคะ คล้ายๆกับภูมิแพ้”
“ภูมิแพ้?” คทาเลิกคิ้วถวนคำพูดของไลลา
“ค่ะ แต่ไลลาไม่ได้เป็นภูมิแพ้นะคะ คุณหมอยังหาสาเหตุที่แท้จริงให้ไม่ได้ เพราะไลลาหรือคนในครอบครัวไม่ได้มีโรคที่จะเป็นปัจจัยเสี่ยงเลย ไม่เป็นเบาหวาน ไม่เป็นความดัน ได้แต่บอกว่าให้ไลลาดูแลตัวเองดีๆ หมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อฝึกให้หัวใจแข็งแรงขึ้น”
ไลลาเล่าอาการของตัวเองอย่างไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นปัญหาอะไร เธอชินกับสิ่งที่ตัวเองเป็นมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว
“คำแนะนำของหมอก็ดีนะครับ การออกกำลังกายจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น ไลลาก็อย่าพาตัวเองไปเจอกับเรื่องที่ต้องทำให้ใจเต้นแรงนะครับ” คทาพูดด้วยความหวังดี ในเมื่อหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก็ควรจะพยายามดูแลตัวเองให้ดีที่สุด
“พี่คทาคงไม่ได้หมายถึงเรื่องเมื่อกี้ใช่ไหมคะ อันนั้นไลลาเปล่าพาตัวเองมาหาเรื่องใจเต้นนะ แต่พี่คทาเอาเรื่องใจเต้นมาให้ไลลาเองมากกว่า” ไลลาแกล้งแซวชายหนุ่มจนเจ้าตัวต้องต้องยกแขนขึ้นมายืนกอดอก และจ้องเขม็งคนแซว
“ผมหมายถึงเรื่อง ที่ไลลาโดนกลุ่มคนร้ายล้อมต่างหากครับ”
“เรื่องนั้นเอง แหมไลลานึกว่าพี่คทาจะหมายถึงอีกเรื่องซะอีก”
“ติดใจเหรอ?”
คำถามที่สวนกลับทันควันเล่นเอาคนที่แกล้งแซวชายหนุ่มในตอนแรก ต้องอ้าปากค้างกระพริบตาปริบๆ เพราะไม่คิดว่าเขาจะถามเธอแบบนี้
“ไลลาไม่รู้ว่าคนพวกนั้นเป็นใครค่ะ”
คทายกมุมปากขึ้นและอยากจะพ่นเสียงหัวเราะออกมาใส่คนตรงหน้า ทีตอนแรกมาทำเก่งและไหงเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่นแทน
“ไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อนเลยเหรอครับ”
“ไม่เคยค่ะ ไลลามั่นใจ”
“แม็กซ์บอกผมว่า ที่พวกมันมาหาเรื่องไลลา เพราะลูก้าไปทำเรื่องเอาไว้ ใช่ไหมครับ”
ไลลามองคทานิ่งและพยักหน้าแทนคำตอบ เธอเองก็อ่อนใจกับพฤติกรรมของน้องชายตัวเองที่วันๆหาแต่เรื่องมาให้ครอบครัวต้องปวดหัว แถมยังสร้างชื่อเสียงโด่งดังในด้านแย่ๆทั้งนั้น ยังดีที่มันไม่ค้ากับเสพยา หรือไม่ก็ทำไปแล้วแต่ที่บ้านยังจับไม่ได้
“ไลลาก็ยังไม้รู้เลยค่ะว่าลูก้าไปทำเรื่องอะไรเอาไว้ ถามไปพวกมันก็ไม่ตอบ มันบอกแค่ว่าเจ้านายของมันอยากได้ตัวไลลาไปชดใช้แทน”
“อะไรนะ!” คทาร้องถามด้วยความตกใจและมีอารมณ์ไม่พอใจที่ได้ยินแบบนี้ ‘ต้องเป็นคนแบบไหนถึงมีความคิดแบบนี้ได้ น่าโมโหจริง’
“ค่ะ เจ้านายของพวกมันอยากได้ตัวไลลาไปชดใช้แทน หึ ไลลายังไม่เคยเจอคนแบบนี้เลย นับว่ากล้ามากเลยนะคะที่จะทำแบบนี้” ไลลาพูดเสียงเย็นและเธอรู้สึกแค้นกับคนที่มันกล้าสั่งลูกน้องให้มาจับตัวเธอ
“ไลลาพอจะรู้อะไรเกี่ยวกับพวกมันบ้างไหมครับ” คทาครุ่นคิดและพยายามตีกรอบข้อมูลนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงและพฤติกรรมที่พอจะเข้าข่ายในเหตุการณ์ครั้งนี้
คนที่จะทำอะไรแบบนี้ได้ นอกจากความกล้าและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมืองแล้ว คนๆนั้นจะต้องมีเส้นสายมีคนหนุนหลังที่แข็งแรง สามารถทำสิ่งผิดให้ถูกได้ แต่ถ้าไม่ใช่ทั้งหมดที่คทาคิดมา นั่นแปลว่าคนๆนั้นจะต้องเป็นคนที่มีความมั่นใจในอำนาจและความเก่งกาจของตัวเองมากๆ แล้วมันเป็นใคร?
“ไนต์คลับ” ไลลาพึมพำสิ่งที่ตัวเองพยายามหาข้อมูลในหัวเพิ่ม และข้อมูลที่เธอพึ่งจะนึกออกอาจจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เธอค้นหาคนๆนั้นได้
“ไลลานึกขึ้นได้อย่างนึงค่ะพี่คทา”
“เรื่องอะไรครับ” คทารีบถามอย่างสนใจกับข้อมูลที่ไลลากำลังจะบอกเขา
“พวกมันบอกว่า ลูก้าไปทำเรื่องไว้ที่ ไนต์คลับ ของเจ้านายพวกมัน แต่ไนต์คลับไหน ไลลาก็ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ ทำไมถึงน่าหงุดหงดอย่างนี้นะ”
คทายืนมองหญิงสาวที่เริ่มมีอาการไม่พอใจกับข้อมูลที่เธอยังหาคำตอบไม่ได้ แม้ว่าจะยังไม่สามารถระบุตัวเจ้าของไนต์คลับคนนั้นได้ แต่อย่างน้อยเขาก็มีข้อมูลที่ทำให้หาตัวคนนั้นได้ง่ายขึ้น ตีวงได้แคบลงมาแล้ว อีกไม่ได้ก็น่าจะเจอตัวได้ไม่ยาก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก ปึง!
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นและตามติดด้วยบานประตูที่ถูกทำให้เปิดออกด้วยการ ถีบ อย่างแรง
“มึง!” ชายหนุ่มที่น่าจะเป็นคนพังประตูเดินอย่างสามขุมเข้ามาหยุดตรงหน้าคทาก่อนที่เขาจะ...
ผัวะ!! หมัดหนักถูกชกเข้าที่หน้าด้านซ้ายของคทา ทำให้ใบหน้าหล่อหันตามแรงชก ก่อนจะรีบหันกลับมาถลึงตามองชายคนที่บังอาจทำให้มุมปากของเขาต้องมีเลือดสีแดงไหลซิบออกมา
“ลูก้า!” ไลลารีบเอาตัวเข้าไปห้ามน้องชายไว้เพราะเห็นทีท่าว่าลูก้าจะเดินเข้าไปชกคทาอีกรอบ
กลุ่มบอดี้การ์ดที่พร้อมใจกันวิ่งกรูเข้ามาในห้อง ต่างพากันยืนประกบด้านข้างของเจ้านายเพื่อเตรียมพร้อมในการรักษาความปลอดภัย ยกเว้นแก๊งตัวการันต์ (ไมค์ จอห์น ไปป์) ที่พากันมาบังด้านหน้าของคทา เพื่อป้องกันไม่ให้ลูก้าเข้ามาทำร้ายบอส ของพวกเขาได้อีก
“พี่คทา เจ็บไหมคะ โอ๊ย!” ไลลาจะเดินเข้าไปหาคทาเพราะความเป็นห่วงและรู้สึกผิดที่น้องชายตัวดีของเธอชกหน้าเขาไปแบบนั้น แต่ลูก้าจับแขนของไลลาและดึงเธอให้มาอยู่ข้างหลังเขาแทน
“พี่ไลลา อย่าไปอยู่ใกล้มัน” ลูก้าขวางทางไลลาไว้พร้อมกับหันมามองหน้าคทาอย่างหาเรื่อง
“มึง ไอ้เลว มึงกล้าดียังไงพาพี่กูเข้าโรงแรม”
คทาใช้นิ้วโป้งจากมือข้างซ้ายของตัวเองปาดคราบเลือดที่มุมปากของเขาออก แผลแค่นี้ไม่ทำให้คนอย่างคทาเจ็บหรอก แต่มันน่ารำคาญ เขามองหน้าลูก้านิ่งและไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมา มันก็แค่เด็กที่อยู่ในร่างผู้ใหญ่ หึ!
“เฮ้ย! กูคุยกับมึงอยู่นะ หรือมึงอยากโดนอีก”
ลูก้าไม่พูดเปล่าเขาก้าวขาเพื่อจะเข้าไปตะบันหน้าคทาอีกครั้งแต่ถูกแก๊งตัวการันต์รวบตัวไว้ก่อน
“พวกมึงก็แค่ลูกน้อง บังอาจมาจับตัวกู ปล่อยกูเดี๋ยวนี้!”
ด้วยแรงของลูก้าตัวคนเดียวไม่สามารถทำให้หลุดออกมาจากการจับกุมตัวของแก๊งตัวการันต์ได้ แต่เขาก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงมองหน้าคทาเหมือนอยากจะชกหน้าเขาจนจะเป็นจะตาย ใบหน้าของลูก้าเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดเพราะความโกรธ มือทั้งสองข้างกำแน่นเพื่อระบายความแค้นผ่านมือคู่นั้น
ไลลายืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างกระวนกระวาย เธอมองคทาสลับกับมองน้องชายของตัวเอง จะเอาไงดี คนหนึ่งก็คือคนที่ช่วยชีวิตเธอเอาไว้ แล้วอีกคนก็น้องชายที่ชอบหาแต่เรื่อง แต่มันก็เป็นน้อง
“พี่คทาคะ ไลลาขอโทษแทนลูก้าด้วยนะคะ พี่คทาให้คนปล่อยตัวลูก้าเถอะนะคะ ไลลาขอร้อง” หญิงสาวยื่นมือของเธอมากุมมือของคทาและเอ่ยขอร้องให้เขาปล่อยตัวน้องชายของเธออย่างร้อนใจ
คทาละสายตาจากลูก้าหันมาสบดวงตากลมโตที่กำลังขอร้องเขา มือเล็กนุ่มนิ่มของเธอที่กำลังบีมมือของเขาอยู่มันทำให้คทา ใจเต้นผิดจังหวะ
