ตอนที่ 4 รับเมียเข้าเรือน
เมื่อเห็นว่าตัวเองจะมีแต่ได้กับได้ ห้าราตรีต่อมาหมอแสงก็ไปรับหญิงสาวตามสัญญา นางอบเชยผู้เป็นแม่ไม่รู้เรื่องลูกชายวางแผนจะหลอกใช้จันทรให้ลนน้ำมันพรายจากศพให้แล้วจะเขี่ยทิ้งอย่างไม่ไยดี จึงได้แต่ทอดถอนหายใจว่าลูกชายตนวาสนาไม่ดี ได้เมียไม่สมฐานะตัวเอง
“ลูกรับนางมาก็ไม่ได้ยกย่องเชิดชูออกหน้าออกตาหรอกขอรับ” หมอแสงพูดให้มารดาสบายใจ “ก็แค่จะรักษาสัจจะตัวเองก็เท่านั้น” คนเจ้าเล่ห์เล่นใหญ่เล่นโตให้มารดายังภาคภูมิใจกับตนเอง
ลออ ... น้องสาวแสนสวยของหมอแสงเห็นดีด้วยว่าพี่ชายควรยึดถือคำพูดตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีใครนับหน้าถือตาอีก
“แล้วลูกก็ไม่คิดจะจัดงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงใดใดทั้งสิ้น ในเมื่อนางอยากออกเรือนลูกก็แค่ให้นางมาอยู่บนเรือน ดีเสียอีก จะได้มีคนช่วยบ่าวไพร่ทำงานบ้านเพิ่มขึ้น”
หมอแสงบอกมารดาอย่างนั้นก่อนจะไปรับจันทรที่กระต๊อบใกล้จะพังแหล่ไม่พังแหล่โดยไม่มีข้าวของกำนัลใดใดติดมือมาทั้งสิ้น ในเมื่อจะหลอกใช้ก็ไม่เห็นจะต้องให้น้ำใจกระเด็นไปถึงแม้แต่เพียงเฟื้องเดียวหรือผลไม้สักพวงเดียวเช่นกัน
วันที่หมอแสงมารับจันทรที่เรือน สัปเหร่อเชยอยู่รอหมอแสงเป็นเพื่อนหญิงสาว เห็นชายหนุ่มมาตัวเปล่าเล่าเปลือยก็หน้าบึ้งหน้าตูมใส่ มันทำอย่างกับมาช่วยหลวงพ่อกวาดลานวัด สวมเพียงโจงกระเบนสีดำกับเสื้อผ้าบางตัวเดียว ราวกับตื่นนอนล้างหน้าล้างตาแล้วพายเรือออกมาเลย
มันหยามกันฉิบหายได้ขนาดนี้ !
“แม่เอ็งไม่มารึ” สัปเหร่อเชยถามถึงนางอบเชย มารดาของหมอแสงซึ่งควรจะมาด้วย คนเป็นแม่ควรจะสั่งสอนลูกชายไม่ใช่หรือว่าให้ทำตัวสมชายชาตรี ไม่ใช่ดูหมิ่นดูแคลนผู้หญิงเยี่ยงนี้
“แม่ข้าไม่ว่าง ไปถือศีลที่อยุธยา”
หมอแสงไม่สนใจ ไม่ได้ตั้งใจจะเอาไปยกย่องเชิดหน้าชูตาอยู่แล้ว ใครจะคิดว่าเป็นเมียก็คิดไป เขาแค่อยากได้น้ำมันพรายเท่านั้น
“แล้วงานแต่งอีจันเล่า จะจัดขึ้นเมื่อใด จะไปอยู่เรือนเอ็งเฉย ๆ ได้รึ”
“ช่วงนี้ข้าถือศีล คงจัดงานมงคลไม่ได้”
“เอ็งเป็นพระรึ ถึงต้องถือศีลเข้าพรรษาสามเดือน”
ต่อให้ไม่ใช่พระก็ไม่จัด ใจเขาไม่ได้สมัครรักใคร่เลยสักนิด ออกจะเกลียดด้วยซ้ำว่าจันทรเอาเรื่องเอาราวมาโยนให้ หากไม่มองเห็นว่ามีประโยชน์แม้แต่หางตาคงไม่แล
วิสัยผู้ชายอย่างหมอแสงยึดมั่นถือมั่นว่าตัวเองดีไม่แพ้ใคร เขาก็ชอบผู้หญิงสวยเป็นที่เชิดหน้าชูตาเหมือนผู้ชายทั่วไป ผู้หญิงในใจคือแม่เรไร ไม่ใช่ผู้หญิงทำหน้าที่ปลงศพในวัดอย่างจันทร
โดนจ้องเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อชักอึดอัด หมอแสงอยากจะออกไปจากตรงนี้เต็มที จันทรก็เก็บข้าวเก็บของไม่หมดสักที ไม่รู้ว่ามีทองคำหลายหีบหรือยังไง
“นังจันเอ็งเสร็จหรือยัง ข้ารอนาน เมื่อยไปหมดแล้ว”
“ฉันไหว้พระประเดี๋ยวพ่อหมอ” จันทรตะโกนออกมาจากข้างใน เยี่ยมหน้าใสออกมายิ้มตาเป็นประกาย ฉันอยากขอพร วันนี้วันดี”
“เอ็งจะลงมารึจะเดินกลับเรือนคนเดียว” หมอแสงไม่อยากรออีกต่อไป ยื่นคำขาดว่าถ้าไม่มาตอนนี้เขาจะล่วงหน้าไปก่อน
โดนกดดันเข้าจันทรก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ตัดสินใจหอบถุงผ้าลงจากเรือนโดยไม่ได้ไหว้พระ วินาทีนี้ผัวสำคัญกว่าสิ่งใด หญิงสาวหน้าตามอมแมมสะพายย่ามลงมายืมยิ้มเผล่อย่างรวดเร็ว
จันทรวันนี้อาบน้ำอาบท่าสะอาดสะอ้าน ผมเผ้าเรียบแปล้ทิ้งยาวคลอเคลียไหล่แบบบาง เธอเลือกเสื้อผ้าใหม่ที่สุดเท่าที่มี แม้คาดอกจะเก่าคร่ำครึไปสักหน่อย หากผ้าถุงนั้นสีชาดเลยทีเดียวเชียว แม่ค้าในตลาดให้มาเนื่องจากจันทรช่วยเผาศพของผัวแกให้
“ข้าลาล่ะ” หมอแสงยกมือไหว้ลาสัปเหร่อเชยลวก ๆ เสร็จแล้วเดินดุ่ม ๆ จากไปทันที
จันทรกำลังจะตาม สัปเหร่อเชยรั้งเอาไว้ หยิบเงินเฟื้องใส่ย่ามผ้าให้
“เอ็งเอานี่ไป”
เห็นแวบ ๆ ว่าเป็นเงิน จันทรก็ตาโต รีบล้วงเข้าไปในย่ามจะเอามาคืน
“ไม่เอาหรอกลุง”
“เอาไปเถอะ ข้างัดมาได้ เงินปากผี เขาให้เป็นค่าปลงศพ เอ็งไปตัวเปล่าเล่าเปลือยเขาจะดูถูก”
“เอ้า ! ผีมันจะไม่ตามฉันเหรอลุง” ถึงว่าเอาเงินมาจากไหนตั้งหลายเฟื้อง เงินปากผีนี่เอง จันทรไม่คิดว่าการได้ของกำนัลในวันออกเรือนเป็นเงินปากผีจะดีสักเท่าไหร่ ออกจะน่าตะขิดตะขวงใจอยู่สักหน่อย ถึงจริง ๆ แล้วไอ้เงินปากผีนี่จะเป็นเงินค่าจ้างสัปเหร่อทำศพก็เถอะ
“มันจะตามเอ็งไปทำไม ผัวเอ็งมันมีวิชาอาคมขนาดนั้น”
“ก็จริงนะ” จันทรก็เห็นด้วย หมอแสงร่ายคาถาแป๊บเดียว พวกผีคงกระเจิดกระเจิง
คนไม่รู้ว่าผัวตัวเองกลัวผียิ่งกว่าอะไรเห็นดีเห็นงามไปด้วย
“แล้วเอ็งจำที่ข้าบอกเอาไว้ให้ดีนะอีจัน ห้ามท้องเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นไอ้หมอแสงมันฆ่าเอ็งตายแน่”
เรื่องนี้จันทรก็กลัวเหมือนกัน รับปากสัปเหร่อเชยเป็นมั่นเป็นเหมาะ
“ได้จ้ะลุง ฉันจะไม่ให้ใครมาผ่าท้องฉันเอาลูกไปทำกุมารเด็ดขาดจ้ะ” ก่อนจะลาสัปเหร่อเชยวิ่งตามหมอแสงไปทางป่าช้าเพื่อออกเรือนเสียที
หมอแสงอยากเดินให้พ้นเขตวัดเร็ว ๆ ไม่สนใจว่าจันทรจะตามมาหรือเปล่า ไม่อยากให้ใครเห็นว่ามารับจันทรไปที่เรือน แต่ยิ่งอยากฟ้ายิ่งแกล้ง ตอนกำลังเดินจะพ้นเขตประตูวัด หลวงพ่อกำลังกวาดลานวัดเงยหน้าขึ้นมาเห็นเขาจึงร้องเรียกตามประสาคนคุ้นหน้าคุ้นตากัน
“ไปไหนกันล่ะพ่อแสง”
ชายหนุ่มลอบถอนหายใจ จำใจหยุดเดินเลี้ยวเข้ามานั่งคุกเข่ายกมือไหว้หลวงพ่อ จันทรตามมานั่งยองลงข้าง ๆ แฮ่ก ! เหนื่อยแทบขาดใจ
“จะกลับเรือนขอรับหลวงพ่อ”
“จันทรไปด้วยเรอะ”
“ไปด้วยเจ้าค่ะ”
หลวงพ่อเองก็รู้เรื่องหมอแสงกับจันทรมาจากชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัดนี่แหละ หมดจากเรื่องไอ้กล่ำกับจันทรก็เป็นเรื่องหมอแสงกับจันทรนี่แหละที่ชาวบ้านนินทากันสนุกปาก
“มันอยากได้พ่อหมอเป็นผัวน่ะสิ ถึงหาเรื่อง”
“นังนี่มันไม่ธรรมดา ร้ายนัก”
“พ่อหมอโง๊ โง่ ไปตกหลุมพรางมัน”
ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา หลวงพ่อเลยได้รู้ไปด้วยว่าหมอแสงกำลังจะออกเรือนกับจันทร
“อย่างนั้นเข้ามาก่อนสิมา หลวงพ่อจะผูกข้อไม้ข้อมือให้”
หลวงพ่อวางไม้กวาดเดินนำเข้าไปในโบสถ์ หมอแสงจำใจเดินตาม มีจันทรรั้งท้ายไปด้วย
ชายหนุ่มตามมานั่งขัดสมาธิหน้าหลวงพ่อ จันทรนั่งพับเพียบอยู่ด้านหลัง
หลวงพ่อหยิบสายสิญจน์สองเส้น บริกรรมคาถาก่อนจะผูกเส้นหนึ่งให้หมอแสง
“เอ้อ คาถาหลวงพ่อจะดีเท่าอาคมหมอแสงหรือเปล่าเนี่ย”
“ดีเหมือนกันขอรับ” หมอแสงเออออให้จบ ๆ ไป จะได้ไปพ้นจากตรงนี้เสียที กลัวชาวบ้านเข้ามาทำบุญจะเห็นแล้วคิดไปว่าเขารักจันทรนักหนา เป็นอย่างนั้นเขาคงกัดลิ้นตายด้วยความเจ็บใจเป็นแน่
“สายสิญจน์นี้หลวงพ่อปลุกเสกเอง ผูกเอาไว้อย่าให้ขาดล่ะ เกิดอะไรขึ้น หนักนิดเบาหน่อยก็อภัยให้กัน พ่อแสงผูกให้จันมันสิ จะได้เป็นสิริมงคล อยู่ด้วยกันร่มเย็นเป็นสุข”
หมอแสง จำใจหันไปขอสายสิญจน์จากจันทร อ้อมด้ายเชือกป่านลงคาถารอบข้อมือเล็ก มัดเงื่อนตายรัดแน่นจนสุด
“โอ้ย ! ฉันเจ็บ” จันทรหน้านิ่ว ก็ผูกรัดซะเต็มแรงขนาดนี้
“เอ้า! ผูกแน่นอะไรขนาดนั้น แบบนั้นนังจันมันจะตายเอานะ เอามีดไปตัดให้มันก่อนไป”
หลวงพ่อหยิบมีดให้ หมอแสงรั้งสายสิญจน์ห่างข้อมือ จันทรหวาดเสียวว่าเขาจะไม่ถนอมผิวเนื้อบาง ๆ ของตัวเองจึงรีบเอ่ยปากขอตัดด้วยตัวเอง ยกสายสิญจน์เอาไว้ให้ก็พอ
ตัดเส้นเก่าออกหลวงพ่อก็เอาเส้นใหม่มาบริกรรมคาถา โยนให้จันทรส่งให้หมอแสงผูกให้ตนใหม่
“เอ้อ ! อย่างนั้นแหละ ผูกกันไว้จะได้ครองคู่กันไปนาน ๆ”
“ผูกข้อมือเรียบร้อยแล้ว กระผมลานะขอรับ” หมอแสงไม่สนทนาปราศรัยเรื่องใด ๆ ต่อ ไหว้ลาหลวงพ่อกำลังจะลุกออกจากโบสถ์
ตอนนั้นขบวนไหว้พระของแม่หญิงเรไรก็ก้าวสวนเข้ามาข้างในพอดี หมอแสงชะงัก สายตาจับจ้องหญิงสาวหน้ามนรูปร่างเล็ก ผิวพรรณผุดผาด กิริยานุ่มนวล มุมไหนก็กระจ่างชัดว่าเป็นผู้ดิบผู้ดีไม่วางตา ผมยาวสลวยดำขลับทิ้งตัวลงปลิวตามแรงลมเบา ๆ หญิงสาวสวมสไบม่วงกับผ้าไหมปักทองมีราคา
ใจหมอแสงตุ้ม ๆ ต่อม ๆ ด้วยหวาดกลัวว่าอีกฝ่ายจะรับรู้เรื่องการรับจันทรเป็นเมีย
เรไรเมื่อเห็นหมอแสงก็ยกมือไหว้ เก็บกิริยาอาการ
“พ่อหมอมาไหว้พระเหมือนกันหรือเจ้าคะ”
“ไม่ใช่จ้ะ ฉันกับหมอแสงกำลังจะ...”
“เงียบ !” หมอแสงตวาดจันทรไม่ให้พูดอะไรเกินจำเป็น ไม่ตอบได้เลยยิ่งดี
จันทรตกใจ กลืนถ้อยคำลงคอ งุนงงว่าตัวเองทำอะไรผิดจึงโดนตวาดไม่ให้บอกกล่าวอธิบายอะไร
หน้าหมอแสงบอกบุญไม่รับ มันวันอะไรของมันวะ ร้อยวันพันปีเขาไม่เคยเจอแม่หญิงเรไรระหว่างทางไปไหน ๆ สักที นอกจากรู้อยู่แล้วว่าหญิงสาวจะไปไหนแล้วตามไป ไฉนวันที่ไม่อยากเจอที่สุดกลับเจอเสียได้
“ข้าจะกลับเรือนแล้ว ขอตัวก่อนนะแม่หญิงเรไร”
ชายหนุ่มเบี่ยงตัวหลบเลี่ยงออกไป มิวายจะลากข้อมือของจันทรมาด้วย หญิงสาวห่วงหน้าพะวงหลังว่ายังไม่ได้ให้คำตอบกับอีกฝ่ายเลยว่าตัวเองกำลังจะออกเรือนไปกับหมอแสง
#นิยายรัก #นิยายโรแมนติก #พีเรียด #รัก #พระเอกร้าย #แนะนำนิยาย
